ขั้นตอนเรียนต่อ
ข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน - MUST READ

เลือกเรียนต่อสาขาวิชาอะไรดี?

share image

การตัดสินใจเลือกหลักสูตรเพื่อศึกษาต่อ เป็นปัญหาหนักใจที่นักเรียนไทยต้องเผชิญมาหลายยุคสมัย แม้ทุกวันนี้อะไรหลายๆ อย่างในประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าไปมาก แต่ความจริงอย่างหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ ระบบการศึกษาของเรายังไม่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กไทยให้ค้นพบตัวเองเท่าไรนัก ทุกปีเราจึงพบว่ามีเด็กมหาวิทยาลัยตัดสินใจซิ่วเป็นจำนวนไม่น้อย

 

แต่กรณีที่ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ การซิ่วคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะเสียเวลาไปหนึ่งปีเต็มๆ ยังต้องเสียเงินอีกมหาศาล หรือถ้ามาเรียนต่อด้วยทุน ก็อาจต้องชดใช้ทุนคืนอีกด้วย ดังนั้น ก่อนจะฟันธงเลือกหนึ่งสาขาวิชาจากนับพันหลักสูตรทั่วโลก ควรถามตัวเองให้แน่ใจด้วย 5 คำถามสำคัญเหล่านี้ก่อน

 

เราถนัดอะไรและไม่ถนัดอะไร?

หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น ขีดเส้นตรงกลาง ด้านหนึ่งเขียนสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดี ทำทีไรก็มีแต่คนชม วิชาไหนที่คะแนนดีเกรดหรูตลอด ก็ใส่ลงไปในด้านนี้ด้วยค่ะ ส่วนอีกด้านเขียนสิ่งที่พอเถอะ...เราไม่ถนัดเอาเสียเลย วิชาที่สอบทีไรมึนตึ้บ พยายามหาที่สงบอยู่กับตัวเองแล้วเขียนออกมาให้ได้เยอะที่สุดก่อน จากนั้นลองไปถามคนใกล้ชิดดูค่ะว่าเมื่อพูดถึงตัวเรา พวกเขานึกถึงจุดเด่นและจุดด้อยของเราในด้านไหนบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นค่ะ

 

เรามีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝัน แต่ความฝันนั้นก็ควรตั้งอยู่บนฐานของความจริงด้วยค่ะ บางคนอยากเป็นหมอมาก แต่ชีวะ คณิต ภาษาอังกฤษ สอบตกรวดมันทุกเทอม แบบนี้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปหาความฝันที่รองลงมาหน่อย หรือถ้ารู้ตัวแต่เนิ่นๆ ว่าคุณสมบัติเรายังไม่แน่นพอ ก็ควรเรียนพิเศษหรือหาทางพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม เพื่อขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายชีวิตให้มากขึ้น

หลายคนที่เข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ พอได้อิสระมากขึ้นมักชอบชะล่าใจค่ะ คิดว่าเรียนๆ เล่นๆ ใช้ชีวิตให้เต็มที่ จบมาก็หางานทำได้เหมือนกัน พอเรียนจบเกิดอยากขอทุนเรียนต่อเมืองนอกขึ้นมา คุณสมบัติอะไรๆ ก็พอไหว มีเกรดนี่แหละที่ไม่ผ่านเกณฑ์อยู่อย่างเดียว ขอแนะนำว่าถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเกินไป ตั้งใจเรียนเผื่อไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ 

 

เราสนใจอะไร?

ในทางจิตวิทยามีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยว่า ความสนใจและงานอดิเรกเป็นเหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ ที่ประกอบขึ้นเป็นบุคลิกและทัศนคติของคนๆ หนึ่ง กิจกรรมที่เราสมัครใจทำมาโดยตลอด จึงเป็นส่วนสำคัญที่สามารถนำมาใช้เลือกสาขาวิชาที่จะเรียนต่อ และทำนายถึงอาชีพในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งที่สนใจอาจไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาการในห้องเรียนก็ได้ เช่น บางคนชอบเล่นเกมมากเป็นชีวิตจิตใจ อาจโตไปเป็นนักพัฒนาเกมที่รุ่งเรืองในอนาคตก็ได้

 

 

 

 

เราอยากทำอาชีพอะไร?

การศึกษาระดับสูงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบอาชีพในอนาคตอันใกล้ หากมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการประกอบอาชีพอะไร การเลือกสาขาวิชาที่จะเรียนต่อก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าสนใจหลายอาชีพก็ควรลองหาข้อมูลมากๆ รวมถึงคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในงานนั้นโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ หรือบางคนอาจจะมีกิจการครอบครัวที่ต้องสืบทอดแน่นอนอยู่แล้ว ก็ควรเลือกเรียนหลักสูตรที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

 

 

 

ในโลกนี้มีงานอะไรให้ทำบ้าง?

เราถูกสอนมาเสมอว่าให้เรียนเก่งๆ จบแล้วจะได้ทำงานดีๆ แต่งานดีๆ ที่ว่านั้นคืองานอะไรล่ะ? หลายคนไม่สามารถตัดสินใจเลือกสาขาวิชาได้ เพราะมองไม่เห็นภาพรวมว่าเรียนจบแล้วจะสามารถไปทำงานอะไรได้บ้าง อย่างเช่นเมื่อพูดถึงสาขาวิชาการโฆษณา เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงอาชีพครีเอทีฟ แต่จริงๆ ครีเอทีฟยังแบ่งออกเป็นก็อปปี้ไรเตอร์กับอาร์ตไดเร็คเตอร์ และในสายงานโฆษณาก็ยังมีหน้าที่อื่นๆ อีกมากมาย เช่น เออี แพลนเนอร์ มีเดีย โปรดิวเซอร์ ฯลฯ ฉะนั้นหากเล็งๆ ไว้ว่าสนใจสาขาวิชาไหน แต่ยังลังเลไม่แน่ใจเพราะไม่รู้ว่าจบไปแล้วจะทำงานอะไรได้บ้าง ควรลองหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมอีกสักนิด แล้วจะพบว่าโลกนี้มีงานที่น่าสนใจอีกมากมายทีเดียว

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

คอร์สแมทเชอร์
มีแพลนคิดที่จะเรียนต่อ แต่เหนื่อยหาข้อมูลเยอะๆหรือเปล่า?
"คอร์สแมทเชอร์" ช่วยได้ เพียงไม่กี่คลิ๊ก เราแมทช์คุณกับคอร์สทั่วโลก
เริ่มหาและแมทช์เลย

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.6K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.6K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K