ส่งลูกเรียนนอก เตรียมตัวให้ลูกเรียนต่อต่างประเทศ คู่มือเรียนต่ออังกฤษ เรียนต่อ UK

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อังกฤษ สหราชอาณาจักร: แนะนำประเทศและเมือง

คู่มือส่งลูกเรียนต่ออังกฤษ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ฉบับอินไซต์สุด ๆ

ส่งลูกเรียนนอก เตรียมตัวให้ลูกเรียนต่อต่างประเทศ คู่มือเรียนต่ออังกฤษ เรียนต่อ UK

share image

คู่มือส่งลูกเรียนต่ออังกฤษ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ฉบับอินไซต์สุด ๆ

 

อังกฤษ นับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักเรียนชาวไทยไปเรียนต่อกันมากที่สุดประเทศหนึ่ง สาเหตุหลัก ๆ เลยก็น่าจะมาจากสถาบันการศึกษาของที่นี่จัดได้ว่าคุณภาพยอดเยี่ยม ติดอันดับโลกกันหลายแห่ง นอกจากนี้คุณภาพชีวิตของประชากรก็ค่อนข้างดี บ้านเมืองสะอาดปลอดภัยและมีนักเรียนต่างชาติเข้าไปเรียนกันเยอะมาก เรียกว่าไปทีเดียวก็ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์แบบเต็ม ๆ เลย

 

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองท่านไหนที่อยากให้ลูกหลานไปเรียนต่ออังกฤษ วันนี้เรามีคู่มือฉบับใหม่ล่าสุด เวอร์ชั่นผู้ปกครองมาให้อ่านกันค่ะ ข้อมูลจัดเต็ม พร้อมกับรวบรวมคำถามที่เจอบ่อย ๆ มาตอบกันชัด ๆ ที่นี่ที่เดียว

 

การเงิน เงินเก็บ งบประมาณสำหรับส่งลูกหลานไปเรียนต่ออังกฤษ

 

ควรมีเงินออมเท่าไหร่ถึงจะส่งลูกหลานไปเรียนต่ออังกฤษได้? 

 

คำตอบข้อนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียน รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาลองแยกออกมาเป็นส่วน ๆ กันค่ะ

 

  • ค่าเล่าเรียน

    • เรียนต่อปริญญาตรี - ค่าเล่าเรียนประมาณ £11,400 - £38,000 ต่อปี (เฉลี่ยประมาณ £22,200 ต่อปี) 

      • ถ้าเป็นสาขาการแพทย์อยู่ที่ £9,250 - £67,892 ต่อปี

    • เรียนต่อปริญญาโท - ค่าเล่าเรียนประมาณ  £9,000 - £30,000 (เฉลี่ยประมาณ £17,109 ต่อปี) 

      • ถ้าเป็นสาขาการแพทย์อยู่ที่ £7,500 – £54,500 ต่อปี)
         

  • เงินในบัญชีที่นักเรียนต้องมีเพื่อขอวีซ่า ยอดเงินส่วนนี้จะเอาไว้แสดงให้ทางรัฐบาลเห็นว่าเรามีเงินพอจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ไปเรียน

    • ถ้าเรียนในลอนดอน ต้องมีเงินโชว์ในบัญชี £12,006 (£1,334 ต่อเดือน รวมทั้งหมด 9 เดือน) 

    • ถ้าเรียนเมืองอื่น ๆ นอกลอนดอน ต้องมีเงินโชว์ในบัญชี £9,207 (£1,023 ต่อเดือน รวมทั้งหมด 9 เดือน)
       

  • ค่า healthcare surcharge หรือค่าดูแลรักษาพยาบาลสำหรับชาวต่างชาติ 

    • จำนวน £470 ต่อปี สามารถเช็คได้ว่าเราต้องจ่ายค่า healthcare surcharge ทั้งหมดเท่าไหร่ได้ที่นี่


ข้อสำคัญที่ต้องระวัง

  • ต้องมีเงินจำนวนนี้ในบัญชีติดต่อกันอย่างน้อย 28 วัน (ห้ามให้เงินลดลงไปแม้แต่วันเดียว) 28 วันนี้เค้านับจากวันที่ปิดยอด (closing balance) บน bank statement   

  • Bank statement นี้ต้องห้ามเก่าเกินกว่า 31 วันนับจากวันที่เรายื่นสมัครขอวีซ่า

  • อย่าลืมดูด้วยว่าหลักสูตรที่ลูกหลานของเราเลือก มีระยะเวลานานเท่าไหร่ 

    • ส่วนใหญ่หลักสูตรป.ตรีจะใช้เวลา 3 ปีในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ หรือ 4 ปีในสกอตแลนด์ 

    • หลักสูตร ป.โท โดยมากจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี

 

ผู้ปกครองหรือสปอนเซอร์สามารถผ่อนจ่ายค่าเทอมได้หรือไม่? 

 

หลาย ๆ มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรเค้าอนุญาตให้เราสามารถผ่อนจ่ายค่าเล่าเรียนได้เป็นงวดได้ แต่ต้องมีการแสดงหลักฐานทางการเงินว่าเรามีเงินเก็บครอบคลุมตรงนี้ตลอดคอร์สที่เรียนเช่น 

  • University of Dundee อนุญาตให้ผ่อนจ่ายงวดละ £400 ขึ้นไปด้วยการหักเงินจาก Direct debit ผ่านบัญชีธนาคารในอังกฤษ

  • Imperial College London อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติผ่อนจ่ายค่าเทอมได้แต่ต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินเก็บครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • Teesside University อนุญาติให้ผ่อนจ่ายค่าเทอมได้ 3 งวด

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่อนุญาตให้ผ่อนจ่ายค่าเรียนได้

  • University of Dundee

  • University of Manchester

  • Teesside University

  • Imperial College London

  • University of Liverpool

 

ถ้าผู้ปกครองท่านไหนสนใจการผ่อนจ่ายค่าเทอม สามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ IDP ได้นะคะว่ามหาวิทยาลัยที่ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราอยากไปเรียนต่อนั้น มีระบบผ่อนจ่ายให้เราหรือไม่

 

ค่าครองชีพสำหรับเรียนต่อในสหราชอาณาจักร

 

ค่าครองชีพแบบคร่าว ๆ คือ

  • ถ้าอาศัยอยู่ในลอนดอน ควรเตรียมเงินประมาณ £1,300-£1,400 ต่อเดือน

  • ถ้าอาศัยอยู่นอกลอนดอน ควรเตรียมเงินประมาณ £900-£1,300 ต่อเดือน


 

 

การเลือกหลักสูตร มหาวิทยาลัย
 

เลือกมหาวิทยาลัยและสาขายังไงให้ถูกใจ?
 

4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกมหาวิทยาลัยให้เหมาะกับลูกหลานของเรา คือ

  • หลักสูตรหรือคอร์สที่สนใจ 

    • อยากเรียนด้านไหนเป็นพิเศษ? สนใจทางไหนบ้าง?

  • เมือง 

    • เมืองใหญ่หรือเมืองเล็ก? ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกหลานของเราหรือเปล่า?

  • มหาวิทยาลัย 

    • มหาวิทยาลัย ranking โอเคไหม? โดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ?

  • คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ต้องได้ผลสอบเท่าไหร่? ผลคะแนน IELTS เท่าไหร่?

  • อย่าลืมดูค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพด้วยนะคะ

 

ดู Ranking ของมหาวิทยาลัยได้ที่ไหน?

Ranking ที่เป็นที่นิยมใช้อ้างอิงกันมี 2 สำนักใหญ่ ๆ คือ 

 

การเลือกเมืองที่จะไปเรียนต่อ

 

เมืองยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติและเมืองที่มีร้านอาหารไทย หรือร้านขายอาหารเอเชียเยอะ ๆ 

 

อีกหนึ่งคำถามที่เรามักจะเจอคือ เมืองที่เราจะไปอยู่นั้นมีร้านไทยหรือร้านเอเชียบ้างไหม ซึ่งสำหรับคนที่เน้นทำอาหารกินเอง, คนที่กลัวคิดถึงบ้านหรือคนที่อยากได้บรรยากาศไทย ๆ เพื่อคลายเหงา ข้อนี้ถือเป็นจุดสำคัญเลยค่ะ 

 

เราขอรวบรวมเมืองใหญ่ที่มีนักเรียนต่างชาติเยอะ ร้านอาหาหรือซูเปอร์มาร์เก็ตขายของเอเชียเพียบ และมีร้านไทยให้เข้าไปสมัครงานหรือไปสั่งอาหารได้ เมืองที่ติดท็อปอันดับต้น ๆ ได้แก่

  • London 

  • Edinburgh

  • Manchester

  • Birmingham

  • Leeds

  • Coventry

  • Glasgow

 

เมืองหรือย่านที่จะไปเรียนต่อนั้นปลอดภัยแค่ไหน? แถวไหนควรหลีกเลี่ยง?

 

อังกฤษและประเทศในสหราชอาณาจักรก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกที่มีทั้งเมืองหรือย่านที่น่าอยู่ ปลอดภัย ในขณะที่บางเมืองก็อาจจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นัก ก่อนจะตัดสินใจเลือกเมืองหรือย่านที่จะไปอยู่ เราขอแนะนำให้ดูลิสท์ข้างล่างนี้ และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ IDP หรือ Student advisor ของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจด้วยค่ะ 

 

(ลิสท์ข้างล่างนี้ได้มาจากการดูอัตราการเกิดอาชญากรรมของแต่ละแหล่งนะคะ ถ้าผู้ปกครองท่านไหนสนใจจะเช็คข้อมูลตรงนี้เพิ่ม สามารถดูได้จากเว็บไซต์ Crime rate เลยค่ะ)

 

  • เมือง/ย่าน/เขตที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมน้อยที่สุด

    • ในลอนดอน 

      • Richmond, Kingston-upon-Thames, Merton, Bromley, Wandsworth, Sutton

    • นอกลอนดอน

      • Surrey, Cumbria, North Yorkshire, Aberdeenshire, Dorset, Deveon and Cornwall, Wiltshire

  • เมือง/ย่าน/เขตที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงที่สุด

    • ในลอนดอน

      • Croydon, Newham, Tower Hamlets, Southwark, Camden, Lamberth, Hackney, Islington, Westminster, Enfield, Haringey, Hounslow

    • นอกลอนดอน

      • Durham, Humberside, West Midlands, West Yorkshire, Cleveland

 

ผลสอบ IELTS ผล GPA คะแนนสอบต่าง ๆ

 

ผลสอบ IELTS ควรได้ประมาณเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษได้?

 

แต่ละหลักสูตรและมหาวิทยาลัยจะกำหนดผลคะแนน IELTS ที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเราควรทำ IELTS ให้ได้ประมาณ 6.5 overall (ไม่ต่ำกว่า 6 ในทุกพาร์ท) ถ้าได้คะแนนประมาณนี้ ก็มีสิทธิ์ผ่านเกณฑ์ของหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเลยค่ะ

 

ผลสอบ IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทำยังไงได้บ้าง? 

 

ถ้าผล IELTS ไม่ถึงที่ทางหลักสูตรกำหนด เรามีทางเลือกดังนี้ค่ะ

  • เช็คดูว่ามหาวิทยาลัยมี pre-sessional course หรือ pathway course ไหม คอร์สเหล่านี้จะอนุญาตให้เราไปเรียนปรับพื้นฐานและเรียนภาษาเพิ่มเติมได้ก่อนเปิดภาคเรียนหลายสัปดาห์ หลาย ๆ คอร์สการันตีด้วยว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะเข้าเรียนต่อในคอร์สที่เราสนใจได้เลย (แต่บางคอร์สต้องทำข้อสอบให้ผ่านก่อนถึงจะเข้าได้)

  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อสอบถามว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ หรือถามเอเจ้นท์จาก IDP ได้เลย

  • ลองสอบใหม่ ซึ่งเราสามารถสอบซ้ำกี่รอบก็ได้ ผลสอบแต่ละรอบสามารถนำไปยื่นสมัครมหาวิทยาลัยได้ภายใน 2 ปี 

 

ผลสอบ IELTS ต่ำแต่อยากเรียนต่อในอังกฤษ มีทางเลือกอื่นไหม? 

  • ลองมองมหาวิทยาลัยอื่นเป็นตัวเลือก เพราะบางมหาวิทยาลัยอาจไม่ได้กำหนดผลสอบ IELTS ไว้สูงมาก

  • ให้ลูกหรือหลานลงเรียน pre-sessional course หรือ pathway course เพื่อไปเรียนภาษาและปรับพื้นฐานล่วงหน้า (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

 

ควรได้ GPA ประมาณเท่าไหร่?

  • มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ว่าควรได้ GPA ประมาณ 3.0

  • แต่ถ้าได้ไม่ถึงก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหวัง เพราะเราสามารถเขียนถึงจุดเด่นด้านอื่น ๆ ของเราลงใน Statement of Purpose หรือ CV ของเราได้ เช่น ถ้ามีประสบการณ์การทำงานมาก่อน หรือเคยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมาก่อน ก็สามารถเขียนอธิบายตรงนี้เพิ่มได้ อาจจะได้รับการพิจารณามากขึ้น

 

การขอวีซ่าเพื่อเยี่ยมลูก/หลานที่มาเรียนต่อในอังกฤษหรือ UK

 

  • นักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในอังกฤษหรือประเทศในสหราชอาณาจักร สามารถทำจดหมายเชิญให้ผู้ปกครองมาเยี่ยมได้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ โดยผู้ปกครองจะมาเยี่ยมระหว่างเรียนก็ได้ หรือจะมาตอนช่วงรับปริญญาก็ได้เช่นกัน
     

  • เอกสารที่ลูกหรือหลานต้องเตรียมไว้เพื่อขอวีซ่าให้ผู้ปกครอง

    • จดหมายที่นักเรียนจะเขียนเชิญ ต้องจ่าหน้าถึง To Whom it May Concern ลแะต้องระบุข้อมูลตามนี้

      • รายละเอียดของหลักสูตรที่เรียน

      • ชื่อ นามสกุลของผู้ปกครองที่นักเรียนจะเชิญมา และต้องระบุความสัมพันธ์ด้วย เช่น เป็นบิดา มารดา สามี ภรรยา หรืออื่น ๆ

      • หมายเลขพาสปอร์ตของผู้ปกครอง

      • วันที่จะเดินทางมาและเดินทางกลับของผู้ปกครอง 

      • ที่อยู่ที่ผู้ปกครองจะมาพักในระหว่างที่เยี่ยมนักเรียน นักศึกษา

      • แผนการพาเที่ยวหรือกิจกรรมที่จะทำระหว่างผู้ปกครองมาพักอยู่ด้วย แบบคร่าว ๆ   

    • เอกสารเพิ่มเติมที่ต้องแสดง

      • จดหมายยืนยันสถานภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ (Student confirmation letter)

      • สำเนาพาสปอร์ตและวีซ่าของนักเรียน นักศึกษา

      • ถ้านักเรียน นักศึกษา เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองระหว่างที่มาพัก นักศึกษาจำเป็นต้องยื่น Bank statement เพื่อแสดงว่ามีเงินเก็บพอจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย

      • จดหมายหรือเอกสารยืนยันที่พัก เช่น

        • ถ้าผู้ปกครองจะพักที่โรงแรม ต้องมีหลักฐานการจองโรงแรมมายืนยัน

        • ถ้าผู้ปกครองจะพักในบ้านพักร่วมกับนักศึกษา (ในกรณีที่เช่าบ้านอยู่) ต้องมีจดหมายอนุญาตจาก Landlord 

        • บางมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ผู้ปกครองพักในหอพักนักศึกษาด้วยเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 3 วัน หลังจากนั้นต้องย้ายไปพักอาศัยที่อื่น ในกรณีนี้เราต้องได้รับการอนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยและผู้ดูแลหอพักก่อนด้วย

    • ผู้ปกครองต้องทำการขอ Standard visitor visa ซึ่งโดยปกติจะอนุญาตให้ผู้ขอสามารถอาศัยอยู่ใน UK ได้สูงสุด 6 เดือน แต่เราแนะนำให้อยู่แค่ในระยะเวลาที่ระบุไว้ในจดหมายขอเท่านั้นนะคะ เพื่อแสดงให้ทางการเห็นว่าเราทำจริงตามที่พูดและไม่คิดจะอยู่นานจนเกินไป

    • ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า £100

    • ระยะเวลารอผล ประมาณ 3 สัปดาห์

 

การทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนที่อังกฤษ

  • ระหว่างเปิดภาคเรียน

    • นักเรียนที่เรียนในสถาบันที่ทางรัฐรับรองและเรียนในหลักสูตร Full-time (เต็มเวลา) สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในระหว่างเปิดภาคเรียน อันนี้รวมทั้งการฝึกงานแบบไม่ได้เงิน การทำงานได้เงิน หรืองานอาสาสมัครด้วยนะคะ 

  • ระหว่างปิดภาคเรียน

    • ปิดเทอมแล้ว สามารถทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมง

 

หลังเรียนจบสามารถอยู่ทำงานต่อได้หรือไม่?

 

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป นักเรียนต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากรัฐ จะสามารถยื่นขอ Graduate visa เพื่ออยู่หางานและทำงานต่อได้ถึง 2 ปีหลังเรียนจบ สำหรับนักศึกษาที่จบระดับปริญญาเอก สามารถอยู่ต่อได้ถึง 3 ปี (เมื่อวีซ่าตัวนี้หมดลงแล้ว จะไม่สามารถขอต่ออีกได้)

 

สมัครหลังเรียนจบได้เลย ไม่ต้องรอให้ได้งานทำก่อน และยังสามารถทำงานสาขาไหนก็ได้ที่ถูกกฎหมาย และไม่มีกำหนดเงินเดือนขั้นต่ำอีกด้วย

 

 

Credit: 

https://www.savethestudent.org/international-students/international-student-fees.html 

https://study-uk.britishcouncil.org/moving-uk/cost-studying 

https://www.gov.uk/guidance/financial-evidence-for-student-and-child-student-route-applicants#types-of-funds-you-can-rely-on 

https://www.rentlondonflat.com/the-safest-and-most-dangerous-places-to-rent-in-london/ 

https://www.hw.ac.uk/uk/students/international/uk/visa/inviting-family-uk.htm 

https://londonmymind.com/safest-boroughs-in-london/ 

https://www.gov.uk/standard-visitor 

 

Study in the UK

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK