ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา

share image
13220

หลักสูตรการเรียนในอเมริกา


หลักสูตรภาษาอังกฤษ

มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ 3 ประเภทหลักในสหรัฐอเมริกา ได้แก่:

• หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด (IEP): เรียนภาษาอังกฤษ 20 ถึง 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
• หลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด: นักศึกษาจะเรียนทั้งหลักสูตรวิชาการระดับมหาวิทยาลัยรวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษกึ่งเร่งรัด (ESL) ที่สถาบันการศึกษาเดียวกัน
• หลักสูตรภาษาอังกฤษวิชาชีพ: รวมหลักสูตรการเรียนสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจหรือสาขาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเช่นกฏหมายหรือวิศวกรรมศาสตร์

เพื่อให้มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการขอวีซ่านักศึกษาเพื่อการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา คุณควรตรวจสอบว่าสถาบันการศึกษานั้นได้รับอนุญาตจากหน่วยงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USCIS) สถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะทุกแห่งจะสามารถมอบแบบฟอร์ม I-20 แก่นักศึกษาเพื่อการสมัครขอวีซ่านักศึกษา F-1

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขการรับสมัครและวันปิดรับสมัครของตนเอง กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณสนใจจะเข้าเรียน

คลิกที่นี่เพื่อค้นหาหลักสูตรภาษาอังกฤษได้ตามความต้องการของคุณ


วิทยาลัยชุมชน

สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนที่วิทยาลัยชุมชนจะเป็นเส้นทางเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยในบางครั้งจะเรียกว่าจูเนียร์คอลเลจหรือวิทยาลัยสองปี สถาบันการศึกษาเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมทั้งด้านอาชีวศึกษาและเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่อาชีพการทำงานได้โดยตรงในสาขาอาชีพ เช่น วิศวกรรมยานยนต์ การออกแบบภายใน การพัฒนาเด็ก วิทยาศาสตร์อาหาร การถ่ายภาพ ฯลฯ รวมถึงหลักสูตรด้านวิชาการที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิตการเรียนไปได้ถึงครึ่งหนึ่งของหลักสูตรการเรียนสี่ปีในระดับปริญญาตรี

มีวิทยาลัยชุมชนมากกว่า 1,200 แห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือมลรัฐ นักศึกษานานาชาติจะชำระค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนที่วิทยาลัยชุมชน อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเรียนสี่ปีที่วิทยาลัยในเขตพื้นที่เดียวกัน

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร

วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งจะมีเกณท์การรับเข้าเรียนของตนเอง ซึ่งคุณจะพบว่าวิทยาลัยชุมชนมีความยืดหยุ่นในนโยบายการรับเข้าเรียนกว่าสถาบันการศึกษาอื่นๆอย่างมาก
• ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ
นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปี ในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนวิทยาลัยชุมชนของสหรัฐอเมริกา กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาของคุณเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาเพื่อการเข้าเรียนโดยตรงในหลักสูตรระดับปริญญาตรี
• ความรู้ภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) โดยปกติข้อกำหนดคะแนน TOEFL ของวิทยาลัยชุมชนจะต่ำกว่าสถาบันการศึกษาสี่ปี



การศึกษาระดับปริญญาตรี

การศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาโดยส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานปรัชญาทางด้านศิลปศาสตร์ ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าคุณจะมีเส้นทางการเรียนเช่นไร คุณจะได้รับความรู้จากวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาและวิทยาศาสตร์กายภาพ

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาโดยปกติจะเรียกว่า Bachelor's degree ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและเปิดโอกาสให้คุณสามารถเลือกเส้นทางการเรียนของตัวเองได้ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีจะมอบให้คุณหลังจากที่คุณได้รับหน่วยกิตตามที่กำหนด ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาเรียนสี่ปี แต่ละวิชาเรียนจะมีจำนวนหน่วยกิตตามที่กำหนดระหว่าง 3 ถึง 4 หน่วยกิต เพื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี คุณต้องได้รับหน่วยกิตระหว่าง 130 ถึง 180 หน่วยกิต

หลักสูตรปริญญาตรีส่วนใหญ่จะประกอบด้วยวิชาเรียนสี่ประเภท วิชาบังคับเป็นวิชาเรียนภาคบังคับที่กำหนดโดยสถาบันการศึกษาและจะรวมวิชาเรียนอันหลากหลายในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และคณิตศาสตร์ วิชาเอกเป็นวิชาเรียนที่คุณเลือกเพื่อมุ่งเน้นในสาขาวิชานั้นๆและมีสัดส่วนระหว่าง 25 เปอร์เซ็นต์ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนวิชาเรียนทั้งหมดในหลักสูตรปริญญาตรีของคุณ วิชารองเป็นสาขาวิชาเรียนที่คุณมุ่งเน้นเป็นอันดับสอง โดยปกติจะมีสัดส่วนหน่วยกิตเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของวิชาเอก วิชาเลือกสามารถเลือกเรียนได้จากทุกแผนกวิชาและเป็นจำนวนหน่วยกิตส่วนที่เหลือเพื่อสำเร็จการศึกษา
 

คุณอาจเข้าใจและเห็นภาพรวมของประเภทของสถาบันมากขึ้นหากรู้จัก

 

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร

• ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย / ประกาศนียบัตรนานาชาติ
นักศึกษานานาชาติต้องสำเร็จการศึกษา 12 ปีในระดับประถมและมัธยมศึกษาตอนปลายก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา
• ความรู้ภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้คุณต้องส่งผลคะแนน TOEFL (การทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ) มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจยอมรับผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น IELTS กรุณาตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยว่าความรู้ทางภาษาอังกฤษชนิดใดเป็นที่ยอมรับก่อนทำการสมัคร
• การสอบวัดมาตรฐานอื่นๆ

มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนดให้นักศึกษานานาชาติต้องผ่านการสอบเพื่อการรับเข้าเรียน โดยมีการสอบวัดผลหลัก 3 ประเภทเพื่อการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี ได้แก่ SAT I (การสอบประเมินผลด้านการศึกษา) SAT II การสอบวัดผลรายวิชาและ ACT (การสอบวิทยาลัยอเมริกัน) โดยเป็นการสอบแบบปรนัยและเป็นการวัดทักษะที่จำเป็นสำหรับการเข้าเรียนระดับปริญญาตรี กรุณาตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่คุณจะสมัครว่าการสอบวัดผลชนิดใด (หากมี) ที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ

ขั้นตอนการสมัครระดับปริญญาตรี

คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการศึกษา เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่างๆและทำการสอบที่จำเป็น หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร

สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลคะแนนสอบ (TOEFL, SAT I, SAT II)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนระดับปริญญาตรีของคุณ
โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน
 

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนของวิทยาลัยชุมชน

สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ
ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน โดยปกติจะเรียกว่า ใบรับรองผลการเรียน
• ผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษ (TOEFL)
• วิทยาลัยชุมชนบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยัน
 

การศึกษาระดับบัณฑิต

มีวุฒิการศึกษาระดับบัณฑิต สองประเภทที่เปิดสอนในสหรัฐอเมริกา: ปริญญาโทและปริญญาเอก


• ปริญญาโทวิชาการ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทศิลปศาสตร์ (MA) หรือปริญญาโทวิทยาศาสตร์ (MSc) จะมอบให้หลังจากการเรียนสองปีที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัย งานประจำวิชาจะมีจำนวนหน่วยกิตระหว่าง 30 ถึง 60 หน่วย รวมถึงการทำวิทยานิพนธ์และ/หรือการสอบปากเปล่า โดยสามารถนำไปสู่การเรียนต่อระดับปริญญาเอกได้โดยตรง
• ปริญญาโทวิชาชีพ
วุฒิการศึกษาปริญญาโทประเภทนี้ จะนำไปสู่วุฒิการศึกษาวิชาชีพสาขาเฉพาะด้าน และไม่รวมถึงการเรียนต่อในระดับปริญญาเอก เป็นวุฒิการศึกษา เช่น MBA (ปริญญาโทบริหารธุรกิจ) MEd (ปริญญาโทครุศาสตร์) MSW (ปริญญาโทสังคมสงเคราะห์) MFA (ปริญญาโทวิจิตรศิลป์) ฯลฯ หลักสูตรเหล่านี้จะมีหน่วยกิตการเรียน 36 ถึง 48 หน่วยและไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์

ปริญญาเอก

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตเป็นวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาผลิตผลงานวิจัยริเริ่มที่มีความสำคัญ เขียนดุษฎีนิพนธ์และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ การทำงานระดับปริญญาเอกอาจใช้เวลาตั้งแต่ห้าถึงแปดปี รวมถึงวุฒิการศึกษาปริญญาเอกวิชาชีพ เช่น EdD (ปริญญาเอกครุศาสตร์) DBA (ปริญญาเอกบริหารธุรกิจ) ที่รวมการทำงานประจำวิชาและการวิจัยไว้ในหลักสูตร

เกณท์คุณสมบัติผู้สมัคร
• มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี
โดยปกติจะกำหนดให้คุณต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีระยะเวลาเรียนสี่ปีแล้วเพื่อการเข้าเรียนหลักสูตรระดับปริญญาโท
• การสอบเพื่อการรับเข้าเรียน
ที่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก บางแผนกวิชาอาจกำหนดให้คุณต้องผ่านการสอบ GRE (การสอบวัดเชาวน์ปัญญาระดับบัณฑิต) หรือ GMAT (การสอบวิชาเฉพาะสาขาบริหารธุรกิจ) โดยอาจมีการสอบอื่นๆ เช่น MAT (การสอบเปรียบเทียบ Miller) เพื่อการเรียนในสาขาครุศาสตร์หรือจิตวิทยา รวมถึงการสอบเฉพาะสาขาวิชา เพื่อการเรียนสาขาแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์เป็นต้น กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาว่ามีข้อกำหนดการสอบประเภทใด
นอกจากนี้คุณยังต้องแสดงหลักฐานความรู้ภาษาอังกฤษโดยการส่งผลคะแนน TOEFL หรือผลการสอบความรู้ภาษาอังกฤษอื่นๆที่เป็นที่ยอมรับ



ขั้นตอนการสมัครระดับบัณฑิต


คุณควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครระหว่าง 12 ถึง 18 เดือนก่อนวันเริ่มต้นการเรียน เพื่อทำการค้นคว้าหาข้อมูลของสถาบันการศึกษาต่างๆและทำการสอบที่จำเป็นรวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสเงินทุนและทุนการศึกษาต่างๆ หลังจากที่คุณได้คัดเลือกสถาบันการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนแล้วจึงเตรียมการสมัคร
สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งกำหนดวันปิดรับสมัครของตนเอง ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอาจเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากนั้น แต่จะเป็นการดีหากคุณส่งใบสมัครแต่เนิ่นๆ

ทำการสมัครไปยังสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยประกอบด้วยเอกสารต่อไปนี้
• แบบฟอร์มใบสมัคร
• ค่าธรรมเนียมการสมัคร
• เอกสารรับรองการเรียน: สำเนาที่ผ่านการรับรองของประกาศนียบัตรต้นฉบับ ปริญญาบัตรหรือตำแหน่งงานและใบรับรองผลการเรียนของมหาวิทยาลัย (เกรดที่ได้รับ)
• ผลคะแนน (GRE, GMAT, MAT, TOEFL หรืออื่นๆ)
• จดหมายแนะนำตัวซึ่งคุณต้องระบุอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายการเรียนและความสำเร็จ
• จดหมายรับรอง โดยปกติจะเขียนโดยอาจารย์ผู้สอนหรือนายจ้างที่สามารถบอกเล่าเกี่ยวกับการทำงานและศักยภาพของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจต้องการเอกสารทางการเงินเพื่อยืนยันว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการเรียนของคุณ
• มหาวิทยาลัยบางแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะวิชาธุรกิจจะทำการสัมภาษณ์ผู้สมัครระหว่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่หรือศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอาจเป็นผู้ทำการสัมภาษณ์

โดยปกติคุณจะได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนภายในกลางเดือนเมษายนสำหรับการเริ่มต้นเรียนในเดือนกันยายน

หลักสูตรออนไลน์

หลักสูตรออนไลน์ จะรวมวิธีการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ และหลายหลักสูตรสามารถเรียนทั้งหลักสูตรในประเทศของคุณ ดังนั้นคุณอาจสามารถสำเร็จการเรียนทั้งหลักสูตรได้โดยไม่ต้องเดินทางมายังประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือการสัมมนาเลย ขณะที่อีกหลายหลักสูตรอาจกำหนดให้คุณต้องเข้าเรียนในห้องเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาหรือที่สถาบันการศึกษาพันธมิตรในประเทศของคุณ กรุณาตรวจสอบกับสถาบันการศึกษาที่คุณจะเลือกเรียนว่าหลักสูตรนั้นๆเป็นแบบออนไลน์ 100% หรือกำหนดให้เข้าเรียนในห้องเรียนด้วย

มีทางเลือกการเรียนทั้งแบบเต็มเวลาและนอกเวลา ซึ่งทั้งสองแบบคุณจะได้รับความช่วยเหลือผ่านสื่อการเรียนหลากหลายประเภท อาทิเช่น เอกสารการเรียนและอินเตอร์เน็ต คุณจะสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาคนอื่นๆด้วยจดหมาย อีเมล์หรือทางออนไลน์ผ่านทางการประชุมวิดีโอทางไกลและโปรแกรมสนทนา

คุณสามารถเรียนหลักสูตรได้ทุกระดับ เช่น ประกาศนียบัตร อนุปริญญาระดับปริญญาตรีและปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาโทบริหารธุรกิจและวุฒิการศึกษาวิชาชีพผ่านทางการเรียนออนไลน์

คุณสมบัติผู้สมัคร

เงื่อนไขการรับสมัครสำหรับหลักสูตรออนไลน์จะแตกต่างกันตามแต่ละสถาบันการศึกษาและวุฒิการศึกษาที่คุณสนใจเรียน ข้อกำหนดเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณได้รับเข้าเรียนแล้ว คุณจะสามารถบริหารจัดการการเรียนของคุณได้อย่างประสบผลสำเร็จ สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่กำหนดให้คุณต้องมีระดับความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี เนื่องจากวิธีการสอนเนื้อหาหลักสูตรและวิธีการประเมินผลงานของคุณ
 

คุณสามารถดูการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ที่นี่

หรือค้นหาหลักสูตรและสถาบันการศึกษาในอเมริกาได้ที่นี่เช่นกัน

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

Hotcourses Editor is the mysterious, faceless force made up of all our different contributors over the years. From masters in their field to top notch journos, take a peek at some of the talent we’ve had the pleasure of working with.

MUST READ

เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT (1)

บทความนี้ขออนุญาตนำบทความของคุณ Badpidd ที่ได้ให้ข้อมูลและเทคนิควิธีในการเตรียมตัวสอบ GMAT เอาไว้มาฝากชาว Hotcourses Thailand  ค่ะ โดยคุณ Badpidd ได้ให้รายละเอียดไว้มีทั้งหมด 2 ตอนดังนี้ค่ะ  ตอนที่ 1 เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT ตอนที่ 2 วิธีทำตารางอ่านGMAT บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบ GMAT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องการคะแนนสอบ ตั้งแต่ 600 ขึ้นไป(ผมสอบครั้งแรกและครั้งเดียวได้ 700 ครับ)

29013

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของสถาบันการศึกษาในอเมริกา       ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์และการสร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิธีการของตัวเอง แต่ทุกแห่งก็ล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องของการศึกษา  ภาคเรียน      

15656