ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

จบปุ๊บ ได้งานปั๊บ - 12 มหาลัยในอเมริกาที่นายจ้างอ้าแขนรับคนเรียนจบ

share image
75

ลำบากตรากตรำร่ำเรียนมาตั้งนานเป็นปีๆ นั่งเขียนงานไปหลายสิบชิ้น ยังไม่รวมถึงโปรเจคท์ต่างๆ การสอบ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายระหว่างเส้นทางสายเรียนต่อนี่อีก พอเรียนจบทั้งที เราก็อยากจะกรี๊ดดังๆ อ่ะเนอะ 

 

 

แต่ที่จะทำให้กรี๊ดดังยิ่งกว่า ก็คงจะเป็นเรื่องหลังเรียนจบ ที่พอสมัครงานปุ๊บ ได้สัมภาษณ์ปั๊บ แล้วพอได้งานนี่จะเป็นอะไรที่ฟินยิ่งกว่าดูซีรี่ย์เกาหลี 10 เรื่องติดกันเลยเชียว ก็งานสมัยนี้มันหาง่ายซะที่ไหนกันล่ะ

 

พูดถึงเรื่องหางาน ถึงแม้บริษัทส่วนใหญ่สมัยนี้อาจจะไม่ได้เน้นเรื่องมหาลัยที่จบมาอย่างเดียว (เพราะเค้าดูประสบการณ์ กิจกรรมระหว่างเรียน บุคลิกในตอนสัมภาษณ์ และอื่นๆ ประกอบด้วย) แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าบริษัทหลายๆ ที่เค้ามักจะมีมหาลัยโปรดในใจ แบบที่ว่าถ้าบัณฑิตจากมหาลัยนั้นนี้มาสมัคร เค้าจะแอบเทคะแนนให้เพิ่มกันก่อนสัมภาษณ์ไปเลย  

 

 

เว็บไซต์ QS Graduate Employability Rankings 2019 เค้าก็เลยทำการจัดอันดับมหาลัยในอเมริกาที่บัณฑิตจบใหม่ได้รับการจ้างงานมากและเร็วที่สุดประจำปี 2019 ไว้ การจัดอันดับอันนี้ก็ไม่ได้ดูแค่เรื่องจบแล้วได้งานอย่างเดียวนะคะ แต่เค้ายังใช้ปัจจัยสำคัญตามนี้ด้วย

  • การถามนายจ้างจากบริษัทใหญ่ๆ ว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่เค้าคิดว่าดีจริงอะไรจริง 30%

  • อัตราการได้งานหลังเรียนจบ 10%

  • คุณภาพของศิษย์เก่าที่จบจากมหาวิทยาลัยนั้น 25%

  • คณะนั้นๆ เป็นพันธมิตรกับบริษัทใหญ่ๆ บ้างมั้ย 25%

  • Connection ของตัวแทนบริษัทใหญ่ๆ กับนักเรียน (ที่เค้าจะมาพูด มากระตุ้นและเปืดโอกาสให้นักเรียนได้ไปทำงานในบริษัท) 10%

 คือดูแบบละเอียดยิบกันจริงๆ อยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง ตามมาอ่านกันจ้า

 

12. University of California San Diego 

 

 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $63,000

มหาลัยสมัยใหม่คุณภาพดีมากเว่อร์ถึงกับติดอันดับ 50 มหาลัยท๊อปของโลก ที่นี่เค้ามีคอร์สให้เลือกเยอะมากทั้งระดับปริญญาตรี โท เอก หนึ่งในจุดเด่นของเค้าคืออัตราส่วนระหว่างนักศึกษาและผู้สอนนี่ค่อนข้างดีมาก ทำให้นักศึกษาเข้าถึงผู้สอนได้ง่าย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็คุยกับเค้าได้เลย ไม่มีปัญหาแบบเกร็งๆ กลัวๆ ไม่กล้าถามเพราะคลาสใหญ่เกินไปอีกแล้ว

อีกอย่างที่ดีและเหมาะกับคนที่อยากทำงานต่อในอเมริกามากก็คือ ที่นี่เค้าเป็นพันธมิตรกับหลายๆ บริษัทในชุมชน ดังนั้นนักศึกษาก็เลยได้โอกาสฝึกงานหรือสร้างคอนเนคชั่นกับบริษัทเหล่านั้นได้สบายๆ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อ: Nick Woodman ผู้ก่อตั้ง Go Pro, Mike Judge นักเขียนบทโทรทัศน์คนดังที่เขียนการ์ตูนเสียดสีอย่าง Beavis and Butthead

 

11. University of Pittsburgh

 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $47,000

หนึ่งในมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาอย่าง University of Pittsburgh เค้ามาพร้อมกับความเก๋าในประสบการณ์การสอนและหล่อหลอมให้นักศึกษาเป็นคนเก่ง มีคุณภาพของสังคม ดีขนาดนี้ไม่ใช่แค่พูดเฉยๆ นะจ๊ะ แต่เค้าการันตีได้ด้วยศิษย์เก่าหลายต่อหลายคนของที่นี่ ซึ่งกลายเป็นคนดังในแวดวงต่างๆ มากมาย ทั้งได้รับรางวัลโนเบล, ผู้สื่อข่าว หรือนักแสดงที่คว้ารางวัลออสก้าร์มาแล้ว นี่ครบทุกแขนงเลยนะ เอากับเค้าสิ!

นักศึกษาที่เรียนที่นี่จะได้รับการเสริมทักษะอย่างเต็มที่ถึง 10 ด้านด้วยกัน นอกเหนือจากบทเรียนต่างๆ และเค้าก็เตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนจบ ทั้งมีการให้ไปฝึกงานเพื่อรับประสบการณ์การทำงานของจริง มีการทำโปรเจคท์ต่างๆ มากมาย ไม่ใช่แค่เรียนเบื่อๆ เหนื่อยๆ นะคะ

ยังไม่หมดค่ะ ที่นี่เค้ามีแผนกให้คำปรึกษาด้านอาชีพโดยเฉพาะ ช่วยดูให้ตั้งแต่การเขียนใบสมัคร การ้ตรียมตัวสัมภาษณ์ การหางาน ครบวงจรสุดๆ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อ: Gene Kelly นักแสดงรางวัลออสก้าร์, Andrew Mellon อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

 

10. Cornell University

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $70,000

มหาลัยเอกชนที่อยู่ในกลุ่มมหาลัยเทพ (Ivy League) ในอเมริกา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1865 ทั้งเก่าแก่และเปี่ยมประสบการณ์ด้านการเรียนการสอน ที่น่าสนใจคือไม่ใช่แค่เรื่องเรียนที่เค้าเด่น (ซึ่งก็เด่นมากอยู่แล้ว) แต่ยังเป็นเรื่องของการเน้นประสบการณ์ระหว่างเรียนให้นักศึกษา ถึงกับมีองค์กรกิจกรรมต่างๆ มากกว่า 1,000 องค์กรในแคมปัสของเค้ากันเลย มีตั้งแต่ชมรมต่างๆ วงดุริยางค์ ไปจนถึงองค์กรระหว่างประเทศสำหรับนักศึกษา อะไรจะครบขนาดนั้น

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Ratan Tata นักธุรกิจชาวอินเดีย เจ้าพ่อวงการอุตสาหกรรมผู้ก่อตั้ง Tata Son, Bill Nye นักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานทั้งทางหนังสือ ทีวี และรายการดัง  

 

Credit: Oddmenot.com planetary.org
 

9. Columbia University

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $71,000

พูดถึงเรื่องความเก่าแก่ ที่นี่ก็ยิ่งเก๋าเข้าไปอีก เพราะก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1754 นู่น มหาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในนิวยอร์ค แหล่งรวมความเก๋ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่นี่เค้าภูมิใจเรื่องคุณภาพการเรียนการสอนของเค้ามาก รับนักเรียนแบบคัดแล้วคัดอีก อัตราส่วนระหว่างนักเรียนกับผู้สอนเลยอยู่ที่นักเรียน 6 คนต่ออาจารย์ 1 คนสำหรับปริญญาตรี และกว่า 70 ของคลาสที่นี่มีนักเรียนน้อยกว่า 20 คนต่อคลาส ซึ่งหมายความว่านักเรียนสามารถปรึกษา เข้าหาอาจารย์ได้ง่าย ทำให้การเรียนเป็นไปได้ดีนั่นเอง

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Alexander Hamilton นักการเมืองที่มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์อเมริกาแทบทุกหน้า, Alicia Keys นักร้องสาวคนดัง 

 

Credit: www.today.com, www.biography.com 

 

8. Princeton University

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $75,000

มหาลัยจากรัฐ New Jersey ที่เก่าแก่เป็นอันดับที่ 4 ของอเมริกา ที่นี่มีมากกว่า 1,000 คณะ ทั้ง full-time, part-time ส่วนเรื่องสัดส่วนระหว่างนักเรียนและผู้สอนเค้าก็จัดเต็ม ให้ไปนักเรียน 5 คนต่อผู้สอน 1 คนไปเลยจ้า และแน่นอนว่าดีขนาดนี้ นักศึกษาต่างชาติก็เลยเลิฟเอามากๆ ทำให้ผลสำรวจออกมาบอกเลยว่า 57%ของนักเรียนนักศึกษาที่นี่ได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและเจอเพื่อนต่างชาติกันเลย

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: George F. Kennan ผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปนโยบายของอเมริกาในช่วงสงครามเย็น, David E. Kelley นักเขียนบทโทรทัศน์และโปรดิวเซอร์ที่ได้รับรางวัล Emmy-awards 

 

Credit: Wikipedia imdb.com

 

7. Yale University 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $70,000

อีกมหาลัยในกลุ่ม Ivy league ที่เค้าภูมิใจในเรื่องการสอนและการเน้นประสบการณ์ระหว่างเรียนให้นักศึกษาไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าไปเรียนแล้วจะเครียดกับตำราอย่างเดียวแบบไม่มีทางออก ที่นี่มีทั้งคลับ ชมรม และบริการต่างๆ ที่จะช่วยให้นักศึกษาหายเครียด ได้เจอเพื่อนใหม่ และได้ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้กลับบ้านไปด้วย


ที่นี่เก่าแก่เป็นอันดับที่ 3 ของอเมริกา คงไม่ต้องพูดมากถึงการเรียนการสอนที่เข้มข้นสุดๆ ของเค้าล่ะเนอะ
 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: George Bush อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา Paul Newman นักแสดง ผู้กำกับและนักลงทุนมากฝีมือ

Credit: businessinsider 

 

6. New York University 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $63,000

ที่นี่เค้าเด่นแทบทุกคณะ แต่สำหรับสายบันเทิง สายการตลาด ต้องบอกว่าห้ามพลาดจริงๆ เพราะคณะนิเทศและการตลาดของเค้าคือยืนหนึ่งเลยนะคุณ ส่วนคณะอื่นๆ เค้าก็ดีไม่แพ้กันค่ะ อย่างแพทย์ กฎหมาย เป็นต้น
 

ที่นี่มีครบทุกอย่างทั้งตัวแคมปัสที่กว้างขวาง มีหอพักการันตีให้นักศึกษาป.ตรีด้วย หรือถ้าอยากไปอยู่ตามอพาร์ทเมนต์เก๋ๆ รอบแคมปัส ก็ทำได้เหมือนกันจ้า ส่วนด้านชมรม ห้องสมุด และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เค้าก็มีแบบจัดเต็ม ไม่ทิ้งกันเลย

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Rudy Giuliani อดีตนายกเทศมนตรีของนิวยอร์ค Amal Clooney สาวนักกฎหมายคนสวย ภรรยาจอร์จ คลูนี่สุดหล่อ

 

Credit: businessinsider 

 

5. University of California, Berkeley 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $70,700

มหาลัยกว้างใหญ่ไพศาล (มากกก) แห่งนี้ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ท๊อปเทนของมหาลัยในอเมริกาอย่างต่อเนื่อง คุณภาพการเรียนการสอนของเค้านี่ติดระดับโลกอยู่บ่อยๆ เลยด้วย

ที่นี่ตั้งอยู่ใน San Francisco Bay โห โลเคชั่นดีเริ่ดขนาดนี้ก็เลยไม่แปลกเลยที่นักศึกษาถึง 95% จะเลือกอยู่หอในแคมปัส

นอกจากโลเคชั่นจะดีแบบที่หาได้ยากในอเมริกาขนาดนี้แล้ว อีกข้อน่าดึงดูดใจของที่นี่ก็คือมีคลับและกรุ๊ปกิจกรรมต่างๆ ให้นักศึกษาได้เข้าไปร่วมมากถึงกว่า 1,000 กลุ่มเลยค่ะ 

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple, Dr. J. Robert Oppenheimer ผู้พัฒนา atomic bomb ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

credit: www.society19.com


 

4. Harvard University

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $74,800

แค่เอ่ยชื่อทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ เพราะมหาลัยแห่งนี้เค้ามีชื่อเสียงมากกกในทุกคณะมาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเอย แพทยศาสตร์เอย การตลาดต่างๆ เอย มงเค้าลงที่นี่อยู่ตลอดล่ะคุ๊ณ

 

แค่นี้ยังไม่พอ ที่นี่เค้าพิเศษกว่าใครในด้านของระบบห้องสมุดด้วย เพราะเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา และเพราะแบบนี้เอง เค้าถึงมี collection สำหรับนักเรียนเท่านั้นแบบใหญ่ที่สุดในโลกด้วย เหนือชั้นไปอีก

 

ถ้าถามถึงเรื่องศิษย์เก่าก็คงไม่ต้องพูดมาก เพราะมีประธานาธิบดีอเมริกาในอดีต จบการศึกษาจากที่นี่มากถึง 8 คนเลยล่ะ

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Bill Gates เจ้าพ่อไมโครซอฟท์, Barack Obama อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา


 

3. University of California, Los Angeles (UCLA)


เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $62,000

มหาลัยอันดับต้นๆ ของอเมริกาที่มีชื่อเสียงมานาน ที่นี่เค้าเด่นเรื่องคณะบริหารการจัดการ กฎหมาย การแพทย์ รวมไปถึงด้านการแสดงที่มีครบแทบทุกศาสตร์ ทั้ง theater, ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ครบเครื่องมากๆ

 

เพราะชื่อเสียงแน่นขนาดนี้ เค้าเลยคัดนักเรียนเข้าค่อนข้างหินหน่อยๆ จากที่ทำสำรวจมา เค้าบอกว่ามีในนักเรียน 10 คน มีน้อยกว่า 2 คนเท่านั้นที่เข้าเรียนได้ในแต่ละปี 

 

ตัวมหาลัยมีพื้นที่ประมาณ 400 เอเคอร์ ซึ่งถ้าเทียบกับมหาลัยอื่นๆ อาจจะเล็กกว่าพอสมควร แต่เค้าก็มีทุกอย่างให้ครบ รวมถึงมีถนนคนเดินที่แสนวุ่นวายแต่สะดวกสบาย เชื่อมต่อหอต่างๆ เข้ากับใจกลางแคมปัส (ยังกะในแฮรี่ พอตเตอร์) เลยด้วย

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Richard Heck นักเคมีรางวัลโนเบล Tom Bradley นายกเทศมนตรีลอส แองเจลิสชาวอัฟริกัน-อเมริกันคนแรก 


Credit:ucla.edu


 

2. Stanford University

 

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $79,000

ไม่พูดถึงไม่ได้กับมหาลัยที่ติดอันดับไม่ 1 ก็ 2 มหาลัยที่ดีที่สุดในโลก ไม่น่าจะต้องบรรยายอะไรมากทุกคนก็คงรู้จักมหาลัยแห่งนี้กันอย่างดีแล้วเนอะ

 

มามองดูเรื่องอื่น นอกเหนือจากการเรียนการสอนที่เรียกว่าเวิร์ลคลาสกันบ้างดีกว่า ที่นี่ตั้งอยู่ใน California’s Bay area ก็ประมาณ 30 ไมล์จาก San Francisco ตัวมหาลัยมีกรุ๊ป คลับ และองค์กรต่างๆ ที่เราเห็นแล้วได้แต่อึ้งและร้องว้าวไม่หยุด ยกตัวอย่างก็เช่น Stanford Pre-Business Association ที่เตรียมนักศึกษาให้พร้อมกับโลกธุรกิจ หรือ Stanford Solar Car Project ที่มีการออกแบบ สร้าง และแข่งรถ solar กันจริงๆ ทุกๆ 2 ปี มีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีกันด้วยนะเอ้อ กิจกรรมแน่นเอี้ยด เรียนไป สนุกไปอย่างแท้ทรู

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Sally Ride นักบินอวกาศหญิงคนแรกของอเมริกา, Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google 

 

1. Massachusetts Institute of Technology (MIT)

เงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่: $86,000

และแล้วก็มาถึงมหาลัยอันดับ 1 ที่ครองบัลลังก์มหาลัยที่ดีที่สุดในโลกไว้อย่างเหนียวแน่นหลายปีติดต่อกันอย่าง MIT ที่นี่ถือเป็นแหล่งผลิตบุคลากรสำคัญระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็สมชื่อมหาลัยเค้าเลยล่ะ ใครเป็นสายวิทย์ ทั้งวิศวะ เคมี ฟิสิกส์ เลข ชีวะ และอื่นๆ คงต้องเคยฝันอยากเรียนต่อที่นี่กันแน่นอน

 

แต่ไม่ใช่ว่าเค้าเน้นแค่เรื่องวิทย์ๆ กันนะ สาขาอื่นอย่างการบริหาร การจัดการต่างๆ ของเค้าก็ยอดเยี่ยมมากเลยด้วย 

 

ศิษย์เก่ามีชื่อ: Kofi Annan นักการทูตชาวกานาและอดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ  Buzz Aldrin นักบินอวกาศผู้ขึ้นไปกับยาน Apollo 11


สำหรับใครที่อยากเรียนต่ออเมริกาแต่อยากมีตัวเลือกมากกว่า 10 มหาลัยนี้ ลองกดดูลิ้งค์ข้างล่างได้เลยค่า

 

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ

MUST READ

เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT (1)

บทความนี้ขออนุญาตนำบทความของคุณ Badpidd ที่ได้ให้ข้อมูลและเทคนิควิธีในการเตรียมตัวสอบ GMAT เอาไว้มาฝากชาว Hotcourses Thailand  ค่ะ โดยคุณ Badpidd ได้ให้รายละเอียดไว้มีทั้งหมด 2 ตอนดังนี้ค่ะ  ตอนที่ 1 เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT ตอนที่ 2 วิธีทำตารางอ่านGMAT บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบ GMAT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องการคะแนนสอบ ตั้งแต่ 600 ขึ้นไป(ผมสอบครั้งแรกและครั้งเดียวได้ 700 ครับ)

27973

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของสถาบันการศึกษาในอเมริกา       ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์และการสร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิธีการของตัวเอง แต่ทุกแห่งก็ล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องของการศึกษา  ภาคเรียน      

14761