ข้อผิดพลาดที่คุณควรเรียนรู้จากประสบการณ์สัมภาษณ์ทุน Fulbright

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ข้อผิดพลาดที่คุณควรเรียนรู้จากประสบการณ์สัมภาษณ์ทุน Fulbright

share image

 

วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงของคุณ Akmal คุณครูสอนภาษาอังกฤษชาวอุซเบกิสถานคนหนึ่งที่เคยสอบทุน Fulbright และสามารถผ่านเข้าถึงรอบ Semi-final ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องพบเจอกับการสัมภาษณ์สุดหินจากคณะกรรมการจำนวนตั้งแต่ 3 ท่านในรอบแรก ๆ ไปจนถึง 5 ท่านในรอบถัด ๆ ไป

 

เขาได้เตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ทำมันพลาด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถคว้าทุน Fulbright มาครองในปีนี้ได้ เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะไล่ตามความฝันของเขาต่อในปีหน้า ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้เขาไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันที่นี่แล้วค่ะ

 

เริ่มกันเลย! 

 

นี่ก็คืออีเมล์ที่คุณ Akmal ได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมการสัมภาษณ์ในโครงการนักเรียนทุน Fulbright จากสถานทูตสหรัฐค่ะ เขาได้รับอีเมล์นี้ในวันที่ 25 มิถุนายน 2558 หลังจากเขาส่งใบสมัครไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น นอกจากนั้นเขายังสมัครทุนนี้ก่อนวันสุดท้ายของการสมัครถึง 3 วัน ซึ่งนั่นก็แสดงถึงการเตรียมความพร้อมที่ดีของเขาค่ะ

 

 

 

จากนั้นในวันที่ 14 กรกฎาคมหลังการสัมภาษณ์รอบ Semi-final เพียง 7 วัน เขาก็ได้รับอีเมล์อีกหนึ่งฉบับมีเนื้อความว่าเขาไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบถัดไป จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการทุนทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก

 

 

 

ต่อไปจะเป็น 6 เหตุผลที่ทำให้เขาไม่ผ่านการคัดเลือกทุน Fulbright ค่ะ

 

 

1. ต้องเจอกับรูปแบบการสัมภาษณ์ที่ไม่คุ้นเคย 

 

หากเพื่อน ๆ เคยมีประสบการณ์การสัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนต่อหรือแม้กระทั่งการสัมภาษณ์งานก็ตาม ลักษณะการสัมภาษณ์อย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกันก็คือผู้สัมภาษณ์จะเริ่มจากการแนะนำตัวเองเพื่อต้อนรับเราก่อน และอาจถามข้อมูลเบื้องต้นของเราเพื่อคลายความกดดันในห้องสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ของทุนการศึกษานั้นต่างออกไปค่ะ ทันทีที่คุณ Akmal เดินเข้าไปนั่งตรงหน้าคณะกรรมการ ทุนคนก็เริ่มยิงคำถามใส่เขาทันทีโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยค่ะ

 

 

2. คาดหวังความสนใจจากคณะกรรมการมากเกินไป

 

การคาดหวังความสนใจจากคณะกรรมการมากเกินไปทำให้ Akmal สูญเสียความมั่นใจขณะถูกสัมภาษณ์ค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ากรรมการส่วนใหญ่ดูเหนื่อยและเบื่อหน่าย ซึ่งมันผิดกับที่คาดไว้ในตอนแรกเนื่องจากความคิดที่ว่าทุน Fulbright เป็นทุนของสหรัฐ และคนอเมริกันส่วนใหญ่ก็จะมักจะสดใสและเข้าถึงง่าย ซึ่งเขาไม่สามารถเห็นลักษณะเหล่านั้นจากคณะกรรมการได้เลยค่ะ บางทีนี่อาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งของผู้ให้ทุนก็ได้นะคะหรือก็อาจเป็นความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นจริง ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ที่ยาวนานถึง 3 วัน และยิ่งพอมาคิดดูแล้วคณะกรรมการจะใช้เวลาในการสัมภาษณ์ผู้สมัครคนละ 30 นาทีโดยเฉลี่ย นั่นคือ 10-12 คนต่อวันเลยทีเดียวค่ะ!

 

 

3. ไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันและเวลาการสัมภาษณ์มากพอ

 

เขาลืมไปเลยว่าเขาต้องไปสัมภาษณ์ในช่วงเย็นของวันที่ 2 ของการสัมภาษณ์ ซึ่งนอกจากเขาจะต้องรีบดิ่งจากโรงเรียน (ที่ทำงานของเขา) เพื่อให้ไปทันเวลาแล้ว เขายังต้องเจอกับคณะกรรมการที่ค่อนข้างเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อค้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดมาทั้งวันอีกด้วย ดังนั้นในสถานการณ์เดียวกันที่อาจเกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ ได้นี้ คุณจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุดและอย่าคาดหวังความกระตือรือร้นหรือความสนใจจากคณะกรรมการมากนัก เพื่อน ๆ จะได้มีสมาธิในการตอบคำถามอย่างเต็มที่ค่ะ

 

 

4. หมดไอเดียดี ๆ ที่จะใช้ตอบคำถามเร็วไปหน่อย

 

Akmal ยอมรับว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากขณะที่ต้องตอบคำถามคณะกรรมการหลาย ๆ ข้อค่ะ เขาได้เปิดเผยว่าจริง ๆ แล้วคำถามมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดที่เขาคิดไว้ด้วย เพียงแต่เพื่อน ๆ จะต้องมีสมาธิและอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับกรรมการค่ะ

 

เราลองมาดูตัวอย่างคำถามที่เขาได้เจอมาจริง ๆ กันสักหน่อยนะคะ

 

1. ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมโครงการ Fulbright นี้ ?

2. คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามหาวิทยาลัยที่คุณเลือกนั้นเหมาะสมกับคุณหรือไม่ ? คุณใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ?

3. โรงเรียนของคุณ (ที่ทำงาน) จะว่ายังไงหากคุณต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา​ ?

4. คุณเขียน blog บ่อยแค่ไหน ?

5. อะไรคือสิ่งท้าทายที่คุณคิดว่าจะเจอหากต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ?

6. คุณจะทำอะไรที่บ้านเกิดของคุณหลังเรียนจบ ?

7. คุณยังเป็นสมาชิกของสมาคมครูภาษาอังกฤษอยู่หรือเปล่า ?

8. คุณเป็นคนเขียนเนื้อหาทั้งหมดใน blog ด้วยตัวเองหรือไม่ ?

9. ใครคือผู้อ่านของคุณ ?

 

ส่วนนี่ก็คือคำถามที่เขา ‘เคยคิด’ ว่าจะเจอ

 

1. ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณแทนที่จะเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ ?

2. ทำไมคนในประเทศของคุณถึงต้องเห็นความสำคัญของ blog ที่คุณเขียน ?

3. ทำไมคุณถึงเขียน blog ? แล้วคุณแบ่งเวลายังไงสำหรับการสอนและการเขียน blog ?

4. คุณต้องการพัฒนาทักษะไหนขณะเรียนต่อ ?

5. เป้าหมายหลักของทุน Fulbright คืออะไร ?

6. ทำไมคุณถึงเลือกมาประกอบอาชีพครู ? คุณชอบงานของคุณไหม ? ทำไม?

7. ทำไมคุณถึงเขียน blog?

8. ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเรียนต่ออเมริกา?

9. อะไรคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของคุณ?

10. ครั้งสุดท้ายที่คุณเคยทำผิดพลาดคือเมื่อไหร่ ? แล้วคุณแก้ไขมันยังไง?

11. อะไรคือจุดอ่อนที่สุดของคุณ ?

12. ทำไมคุณถึงคิดว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะเรียนต่อ ?

 

 

5. ไม่ได้ซ้อมการสัมภาษณ์แบบเต็มรูปแบบ

 

ถึงแม้ว่า Akmal จะเตรียมเอกสารทุกอย่างเป็นอย่างดีเพื่อให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้สมัครที่มีสิทธิ์สัมภาษณ์ แต่เขาก็ไม่ได้ทำเต็มที่นักกับการซ้อมสัมภาษณ์จริงค่ะ เพื่อนสนิทของเขาที่คอยให้ความช่วยเหลือเขามาตลอดได้เอ่ยปากชวนให้เขาลองซ้อมสัมภาษณ์จริง ๆ ดูแล้ว แต่เขาก็ได้ปฏิเสธด้วยความคิดที่ว่าการลองช่วยกันคิดหาคำตอบของแต่ละคำถามแบบประโยคต่อประโยคก็น่าจะเพียงพอค่ะ เพราะเขาคิดว่านั่นจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเวลาอยู่ในห้องสอบสัมภาษณ์ แต่เขาก็คิดผิดค่ะ ดังนั้นเพื่อน ๆ ก็ควรจะทำการจำลองการสัมภาษณ์ขึ้นมาดูอย่างน้อยสักครั้งนึงนะคะ เราจะได้คุ้นชินกับสถานการณ์และเห็นข้อบกพร่องของตัวเองขณะตอบคำถามด้วยค่ะ

 

 

6. มีความคิดอยู่ในหัวมากเกินไป

 

เนื่องจากว่าคุณ Akmal ได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานแล้ว เขาจึงมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายวิ่งวนอยู่ในหัวตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เรื่องการสอน เรื่องเว็บไซต์ของเขา หรือเรื่องงานเสริมอื่น ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรวบรวมความคิดที่จะตอบคำถามได้ดีเท่าที่ควรระหว่างการสอบสัมภาษณ์ และนั่นก็เป็นผลให้เขาหมดไอเดียดี ๆ เร็วไปหน่อยแบบที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 4 ค่ะ เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่ว่าเขาไม่สามารถตอบคำถามได้จนถึงขนาดที่ว่าคณะกรรมการต้องถามคำถามเพิ่มเติมเพื่อให้การพูดคุยดำเนินต่อไป ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยค่ะ หากเพื่อน ๆ อยู่ในห้องสัมภาษณ์ทุนการศึกษา เพื่อน ๆ ควรพูดสิ่งที่จะทำให้กรรมการสนใจในตัวเราให้มากที่สุด สร้างความประทับใจให้กับพวกเขา ดึงเอาไอเดียเจ๋ง ๆ ที่มีอยู่ในหัวพวกเราออกมาค่ะ!

 

บทความและทุนการศึกษาที่น่าสนใจ

ทุนฟูลไบรท์ FULBRIGHT SCHOLARSHIP มีกี่ประเภท

10 ทุนการศึกษายอดฮิตที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนต่อ

ทุนการศึกษาด้านในอเมริกา

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

คำศัพท์เกี่ยวกับระบบการศึกษา ภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปเพราะมหาลัยแต่ละแห่งก็มีวิธีการของตนเองสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น อาจยังไม่คุ้นเคยกับระบบการศึกษาของอเมริกามากนัก ไหนจะคำศัพท์อื่นๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันอีก          วันนี้ Hotcourses Thailand ขอแนะนำคำศัพท์ที่ต้องรู้หากมีโอกาสได้ไปเรียนต่ออเมริกา รู้ไว้ไม่งงเวลาคุยกับเพื่อนแน่นอน   ระดับการเรียนในระบบการศึกษาอเมริกา  

53.3K
article Img

ส่องเงินเดือนเด็กจบใหม่จากมหาลัยในอเมริกา เรียนจบอเมริกาได้เงินเดือนเยอะจริงไหม

ห่างหายกันไปเล็กน้อยกับซีรี่ย์ จบใหม่ได้เท่าไหร่จ๊าาา วันนี้เรามาขอปิดท้ายซีรี่ย์แบบสวย ๆ ด้วยรายงานตัวเลขเงินเดือนเด็กจบใหม่ในอเมริกามาให้ดูกันค่ะ โดยหัวข้อที่เราจะพาไปส่องกันก็มีทั้ง…   เงินเดือนเฉลี่ยทั่วไปของเด็กจบใหม่ในอเมริกา ภาษีสำหรับคนทำงานในอเมริกา เงินเดือนเฉลี่ยของเด็กจบใหม่ในอเมริกา แยกตามมหาลัย ค่าครองชีพในอเมริกา จะมีเงินเก็บไหม ถ้าเรียนจบ หางานที่นั่นจะคุ้มไหม  

24.8K
article Img

เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา

ถ้าจะไปเรียนต่ออเมริกาและกำลังส่อง   ๆ   อยู่ว่ารัฐไหนในอเมริกาน่าอยู่ที่สุด   ต้องบอกเลยว่าอาจจะต้องนั่งหาจนขอบตาดำ   เพราะเค้ามีตัวเลือกดี   ๆ   หลายรัฐมาก   ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก   บอสตัน   ฟลอริดา   ฯลฯ   ไม่ว่าที่ไหนก็ฟังดูดีไปหมด             Hotcourses Thailand  ก็เลยจะขอรับบทเป็นตัวช่วยพาทุกคนไปดู  7 

12.9K
article Img

สืบเรื่องเงินๆ ทองๆ เรียนต่ออเมริกาจ่ายไปกี่ล้าน?

กลับมาพบกันอีกแล้วววว รายงานนักสืบอุ่นๆ พร้อมเสิร์ฟทุกคนแล้วค่ะ     วันนี้ว่าด้วยการไปเรียนต่อต่างประเทศ (ก็แหงสิ สืบแต่เรื่องนี้ ฮาาา) แต่วันนี้รายงานนี้เคยถูกขอมาโดยซิสๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อ วันนี้มิสขอไปโฟกัสที่ประเทศยอดฮิตอย่างอเมริกา เอามาแจงให้กันเห็นโต้งๆ เลยว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จมันเท่าไหร่กันน เริ่มม!       มิสขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ก็คือ ค่าเทอม (Tuition) และค่าใช้จ่ายประจำวัน (Living expenses)

7.2K