ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ข้อผิดพลาดที่คุณควรเรียนรู้จากประสบการณ์สัมภาษณ์ทุน Fulbright

5483

 

วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงของคุณ Akmal คุณครูสอนภาษาอังกฤษชาวอุซเบกิสถานคนหนึ่งที่เคยสอบทุน Fulbright และสามารถผ่านเข้าถึงรอบ Semi-final ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องพบเจอกับการสัมภาษณ์สุดหินจากคณะกรรมการจำนวนตั้งแต่ 3 ท่านในรอบแรก ๆ ไปจนถึง 5 ท่านในรอบถัด ๆ ไป

 

เขาได้เตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ทำมันพลาด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถคว้าทุน Fulbright มาครองในปีนี้ได้ เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะไล่ตามความฝันของเขาต่อในปีหน้า ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้เขาไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันที่นี่แล้วค่ะ

 

เริ่มกันเลย! 

 

นี่ก็คืออีเมล์ที่คุณ Akmal ได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมการสัมภาษณ์ในโครงการนักเรียนทุน Fulbright จากสถานทูตสหรัฐค่ะ เขาได้รับอีเมล์นี้ในวันที่ 25 มิถุนายน 2558 หลังจากเขาส่งใบสมัครไปเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น นอกจากนั้นเขายังสมัครทุนนี้ก่อนวันสุดท้ายของการสมัครถึง 3 วัน ซึ่งนั่นก็แสดงถึงการเตรียมความพร้อมที่ดีของเขาค่ะ

 

 

 

จากนั้นในวันที่ 14 กรกฎาคมหลังการสัมภาษณ์รอบ Semi-final เพียง 7 วัน เขาก็ได้รับอีเมล์อีกหนึ่งฉบับมีเนื้อความว่าเขาไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบถัดไป จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการทุนทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก

 

 

 

ต่อไปจะเป็น 6 เหตุผลที่ทำให้เขาไม่ผ่านการคัดเลือกทุน Fulbright ค่ะ

 

 

1. ต้องเจอกับรูปแบบการสัมภาษณ์ที่ไม่คุ้นเคย 

 

หากเพื่อน ๆ เคยมีประสบการณ์การสัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนต่อหรือแม้กระทั่งการสัมภาษณ์งานก็ตาม ลักษณะการสัมภาษณ์อย่างหนึ่งที่คล้ายคลึงกันก็คือผู้สัมภาษณ์จะเริ่มจากการแนะนำตัวเองเพื่อต้อนรับเราก่อน และอาจถามข้อมูลเบื้องต้นของเราเพื่อคลายความกดดันในห้องสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ของทุนการศึกษานั้นต่างออกไปค่ะ ทันทีที่คุณ Akmal เดินเข้าไปนั่งตรงหน้าคณะกรรมการ ทุนคนก็เริ่มยิงคำถามใส่เขาทันทีโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยค่ะ

 

 

2. คาดหวังความสนใจจากคณะกรรมการมากเกินไป

 

การคาดหวังความสนใจจากคณะกรรมการมากเกินไปทำให้ Akmal สูญเสียความมั่นใจขณะถูกสัมภาษณ์ค่ะ เพราะเขารู้สึกว่ากรรมการส่วนใหญ่ดูเหนื่อยและเบื่อหน่าย ซึ่งมันผิดกับที่คาดไว้ในตอนแรกเนื่องจากความคิดที่ว่าทุน Fulbright เป็นทุนของสหรัฐ และคนอเมริกันส่วนใหญ่ก็จะมักจะสดใสและเข้าถึงง่าย ซึ่งเขาไม่สามารถเห็นลักษณะเหล่านั้นจากคณะกรรมการได้เลยค่ะ บางทีนี่อาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งของผู้ให้ทุนก็ได้นะคะหรือก็อาจเป็นความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นจริง ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ที่ยาวนานถึง 3 วัน และยิ่งพอมาคิดดูแล้วคณะกรรมการจะใช้เวลาในการสัมภาษณ์ผู้สมัครคนละ 30 นาทีโดยเฉลี่ย นั่นคือ 10-12 คนต่อวันเลยทีเดียวค่ะ!

 

 

3. ไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันและเวลาการสัมภาษณ์มากพอ

 

เขาลืมไปเลยว่าเขาต้องไปสัมภาษณ์ในช่วงเย็นของวันที่ 2 ของการสัมภาษณ์ ซึ่งนอกจากเขาจะต้องรีบดิ่งจากโรงเรียน (ที่ทำงานของเขา) เพื่อให้ไปทันเวลาแล้ว เขายังต้องเจอกับคณะกรรมการที่ค่อนข้างเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อค้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดมาทั้งวันอีกด้วย ดังนั้นในสถานการณ์เดียวกันที่อาจเกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ ได้นี้ คุณจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุดและอย่าคาดหวังความกระตือรือร้นหรือความสนใจจากคณะกรรมการมากนัก เพื่อน ๆ จะได้มีสมาธิในการตอบคำถามอย่างเต็มที่ค่ะ

 

 

4. หมดไอเดียดี ๆ ที่จะใช้ตอบคำถามเร็วไปหน่อย

 

Akmal ยอมรับว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากขณะที่ต้องตอบคำถามคณะกรรมการหลาย ๆ ข้อค่ะ เขาได้เปิดเผยว่าจริง ๆ แล้วคำถามมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดที่เขาคิดไว้ด้วย เพียงแต่เพื่อน ๆ จะต้องมีสมาธิและอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับกรรมการค่ะ

 

เราลองมาดูตัวอย่างคำถามที่เขาได้เจอมาจริง ๆ กันสักหน่อยนะคะ

 

1. ทำไมคุณถึงอยากเข้าร่วมโครงการ Fulbright นี้ ?

2. คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามหาวิทยาลัยที่คุณเลือกนั้นเหมาะสมกับคุณหรือไม่ ? คุณใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจ ?

3. โรงเรียนของคุณ (ที่ทำงาน) จะว่ายังไงหากคุณต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา​ ?

4. คุณเขียน blog บ่อยแค่ไหน ?

5. อะไรคือสิ่งท้าทายที่คุณคิดว่าจะเจอหากต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ?

6. คุณจะทำอะไรที่บ้านเกิดของคุณหลังเรียนจบ ?

7. คุณยังเป็นสมาชิกของสมาคมครูภาษาอังกฤษอยู่หรือเปล่า ?

8. คุณเป็นคนเขียนเนื้อหาทั้งหมดใน blog ด้วยตัวเองหรือไม่ ?

9. ใครคือผู้อ่านของคุณ ?

 

ส่วนนี่ก็คือคำถามที่เขา ‘เคยคิด’ ว่าจะเจอ

 

1. ทำไมเราถึงต้องเลือกคุณแทนที่จะเลือกผู้สมัครคนอื่น ๆ ?

2. ทำไมคนในประเทศของคุณถึงต้องเห็นความสำคัญของ blog ที่คุณเขียน ?

3. ทำไมคุณถึงเขียน blog ? แล้วคุณแบ่งเวลายังไงสำหรับการสอนและการเขียน blog ?

4. คุณต้องการพัฒนาทักษะไหนขณะเรียนต่อ ?

5. เป้าหมายหลักของทุน Fulbright คืออะไร ?

6. ทำไมคุณถึงเลือกมาประกอบอาชีพครู ? คุณชอบงานของคุณไหม ? ทำไม?

7. ทำไมคุณถึงเขียน blog?

8. ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเรียนต่ออเมริกา?

9. อะไรคือความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของคุณ?

10. ครั้งสุดท้ายที่คุณเคยทำผิดพลาดคือเมื่อไหร่ ? แล้วคุณแก้ไขมันยังไง?

11. อะไรคือจุดอ่อนที่สุดของคุณ ?

12. ทำไมคุณถึงคิดว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะเรียนต่อ ?

 

 

5. ไม่ได้ซ้อมการสัมภาษณ์แบบเต็มรูปแบบ

 

ถึงแม้ว่า Akmal จะเตรียมเอกสารทุกอย่างเป็นอย่างดีเพื่อให้เขาได้รับเลือกเป็นผู้สมัครที่มีสิทธิ์สัมภาษณ์ แต่เขาก็ไม่ได้ทำเต็มที่นักกับการซ้อมสัมภาษณ์จริงค่ะ เพื่อนสนิทของเขาที่คอยให้ความช่วยเหลือเขามาตลอดได้เอ่ยปากชวนให้เขาลองซ้อมสัมภาษณ์จริง ๆ ดูแล้ว แต่เขาก็ได้ปฏิเสธด้วยความคิดที่ว่าการลองช่วยกันคิดหาคำตอบของแต่ละคำถามแบบประโยคต่อประโยคก็น่าจะเพียงพอค่ะ เพราะเขาคิดว่านั่นจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเวลาอยู่ในห้องสอบสัมภาษณ์ แต่เขาก็คิดผิดค่ะ ดังนั้นเพื่อน ๆ ก็ควรจะทำการจำลองการสัมภาษณ์ขึ้นมาดูอย่างน้อยสักครั้งนึงนะคะ เราจะได้คุ้นชินกับสถานการณ์และเห็นข้อบกพร่องของตัวเองขณะตอบคำถามด้วยค่ะ

 

 

6. มีความคิดอยู่ในหัวมากเกินไป

 

เนื่องจากว่าคุณ Akmal ได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานแล้ว เขาจึงมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายวิ่งวนอยู่ในหัวตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เรื่องการสอน เรื่องเว็บไซต์ของเขา หรือเรื่องงานเสริมอื่น ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรวบรวมความคิดที่จะตอบคำถามได้ดีเท่าที่ควรระหว่างการสอบสัมภาษณ์ และนั่นก็เป็นผลให้เขาหมดไอเดียดี ๆ เร็วไปหน่อยแบบที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 4 ค่ะ เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่ว่าเขาไม่สามารถตอบคำถามได้จนถึงขนาดที่ว่าคณะกรรมการต้องถามคำถามเพิ่มเติมเพื่อให้การพูดคุยดำเนินต่อไป ซึ่งนั่นก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยค่ะ หากเพื่อน ๆ อยู่ในห้องสัมภาษณ์ทุนการศึกษา เพื่อน ๆ ควรพูดสิ่งที่จะทำให้กรรมการสนใจในตัวเราให้มากที่สุด สร้างความประทับใจให้กับพวกเขา ดึงเอาไอเดียเจ๋ง ๆ ที่มีอยู่ในหัวพวกเราออกมาค่ะ!

 

บทความและทุนการศึกษาที่น่าสนใจ

ทุนฟูลไบรท์ FULBRIGHT SCHOLARSHIP มีกี่ประเภท

10 ทุนการศึกษายอดฮิตที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนต่อ

ทุนการศึกษาด้านในอเมริกา

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จบการศึกษาด้านสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย เคยทำงานด้านอีเว้นท์และงานโฆษณา ปัจจุบันเป็นนักเรียนและนักเขียนอิสระ

MUST READ

เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT (1)

บทความนี้ขออนุญาตนำบทความของคุณ Badpidd ที่ได้ให้ข้อมูลและเทคนิควิธีในการเตรียมตัวสอบ GMAT เอาไว้มาฝากชาว Hotcourses Thailand  ค่ะ โดยคุณ Badpidd ได้ให้รายละเอียดไว้มีทั้งหมด 2 ตอนดังนี้ค่ะ  ตอนที่ 1 เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT ตอนที่ 2 วิธีทำตารางอ่านGMAT บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบ GMAT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องการคะแนนสอบ ตั้งแต่ 600 ขึ้นไป(ผมสอบครั้งแรกและครั้งเดียวได้ 700 ครับ)

22483

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของสถาบันการศึกษาในอเมริกา       ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์และการสร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิธีการของตัวเอง แต่ทุกแห่งก็ล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องของการศึกษา  ภาคเรียน      

10732