ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

มหาลัยดังๆ ปังๆ ใน US ที่ TOEFL ไม่สูงก็เข้าได้

share image
113

หลังจากคราวที่แล้วเราเปิดรายชื่อมหาลัยดีๆ ในอังกฤษที่ไม่ขอคะแนน IELTS สูงเว่อร์ก็เข้าได้ แล้วได้รับฟีดแบคที่ดีเกินคาด คราวนี้เราเลยขอทำเป็นซีรี่ย์ยาวๆ หลายๆ ประเทศ ให้ทุกคนได้เลือกกันอย่างจุใจไปเลยค่า

 

เริ่มต้นด้วยประเทศสุดฮิตตลอดกาลอย่าง USA ที่ใครๆ ก็คงรู้ว่าถ้าจะเรียนต่อที่นี่ ก็ควรไปสอบ TOEFL มาไว้ให้พร้อม และหลายๆ มหาลัยในอเมริกาก็มักจะขอคะแนนขั้นต่ำที่ 75 ใช่มั้ยคะ คราวนี้เรามาดูมหาลัยชื่อดังที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเค้ารับคะแนนที่น้อยกว่านั้นด้วยนะ รวมถึงมีโปรแกรมช่วยสอนภาษาอังกฤษ ช่วยอัพเลเวลภาษาของเราให้ดีขึ้นมากๆ ก่อนเข้าเรียนจริงได้ด้วยอ่ะ ดีงาม

ตามเรามาค่า

 

 

Pittsburg State University 



 

  • คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ 60

  • มีคอร์สภาษา (intensive English program) ให้เรียนเพิ่มถึง 6 ระดับ แต่ละระดับจะนานประมาณ 8 อาทิตย์

  • เรียนจบแล้วเข้าเรียนคณะที่เล็งไว้ได้เลย ไม่ต้องสอบอีก 

  • หรือถ้าระหว่างเรียน ไปสอบใหม่แล้วได้ TOEFL ถึงที่เค้ากำหนด ก็เข้าเรียนต่อได้เลยเหมือนกัน

 

มหาลัยที่เหมาะกับสาย ‘เน้นปฏิบัติ’ เพราะเค้าเชื่อว่าการได้ลงมือทำจะส่งผลดีต่อนักศึกษาในหลายๆ ด้าน อันนี้เราชอบเลย เพราะบางทีอ่านหนังสืออย่างเดียวมันก็ไม่ค่อยโอ พอมาได้ลงมือทำ เจอปัญหาจริง รู้วิธีแก้อะไรงี้ มันเวิร์คกว่ามาก

 

ตัวมหาลัยตั้งอยู่ในรัฐ Kansas ที่ขอบอกว่าค่อนข้างไม่เหมือนใคร แต่ก็อบอุ่นและมีสีสันชนิดที่ทำให้เรารักจนถอนตัวไม่ขึ้นได้ง่ายๆ นักศึกษาต่างชาติเยอะแยะ ไม่ต้องกลัวเหงา

 

ที่นี่เปอร์เซ็นต์การเรียนจบสูงถึง 100% คือเค้าจะช่วยนักเรียนอย่างเต็มที่มากๆ ใครกลัวเรียนไม่จบ ที่นี่เค้าคอยดูแลอย่างดี เข็นเราให้จบได้ (แต่เราก็ต้องสู้ด้วยนะคะ)


 

Iowa State University 



 

  • คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ 71

  • สำหรับใครคะแนนไม่ถึง ก็สามารถเข้าเรียนคอร์สภาษาของเค้าได้ค่ะ

 

มหาลัยที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ Iowa ทั้งใหญ่อลังการและสวยมากเว่อร์ รอบๆ มหาลัยมีงานศิลปะตกแต่งอยู่ทั่ว แถมยังมีสวนกุหลาบที่สวยที่สุดในอเมริกาให้อีก แค่เข้าไปก็เพลินตามาแล้วค่ะ


 

ที่นี่มีสาขาวิชาให้เลือกตั้ง 10 สาขาใหญ่ๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ ธุรกิจ มนุษยศาสตร์ และวารสารศาสตร์ ซึ่งก็จะแยกย่อยออกไปเป็นคณะต่างๆ เราว่าเค้ามีครบเกือบทุกคณะเลยนะคะ ไปลองดูกันได้

 

ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือดูแลนักเรียนดี๊ดี มีศูนย์ช่วยเหลือเรื่องหางานและสมัครงานโดยเฉพาะ และถ้าใครเกิดเรียนๆ ไปแล้วเครียด ที่นี่มีชมรมให้เข้าตามความสนใจตั้งกว่า 800 ชมรมเลยแน่ะ

 

University of Alabama 



 

  • คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ 79

  • แต่คะแนนไม่ถึงไม่ต้องเครียด เพราะเค้ามีคอร์สภาษาให้เรียนค่ะ 

  • คอร์สภาษามี 6 ระดับ เหมาะกับทุกคนไม่ว่าจะเลเวลไหน ระยะเวลาก็ประมาณ 3-8 อาทิตย์แล้วแต่ว่าเรียนเลเวลไหน

  • มี pathway course ให้เรียนด้วยค่า จบปุ๊บ เข้าเรียนได้เลย 

 

**อ่านเรื่อง Pathway course แบบละเอียด ตรงนี้

 

มหาลัยนี้ก่อตั้งมานานตั้งแต่ปี 1831 นู้นนน มี 10 สาขาวิชาที่แยกย่อยออกไปเป็นคณะอื่นๆ ให้ได้เลือกกันแบบจุใจ หลายๆ คณะของเค้าก็ตั้งมานานแสนนาน ที่เด็ดสุดต้องคณะวิศวะ เพราะเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเลยเชียว

 

นอกจากมีคณะเยอะแล้ว ชมรมและองค์กรเพื่อนักศึกษาก็เยอะตามไปด้วยเหมือนกัน ดีตรงที่เราก็จะได้เปิดหูเปิดตาระหว่างเรียนด้วยค่ะ 

 

ตัวมหาลัยตั้งอยู่ในเมือง Tuscaloosa ที่เป็นเมืองที่ป๊อปมากในหมู่นักศึกษา เพราะค่าครองชีพไม่แพง บวกกับมีทุกอย่างครบ ตั้งแต่แหล่งช้อป จนไปถึงสวนสวยๆ และมีแม่น้ำไหลผ่าน ได้อารมณ์นางเอก พระเอก MV ไปอีก

 

University of Kentucky 



 

  • คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ 71

  • ถ้าคะแนนไม่ถึงก็มีคอร์สภาษาให้เรียนค่ะ 

  • เป็นคอร์สสำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในประเทศตัวเอง ดังนั้นในคลาสจะมีเพื่อนๆ ที่ภาษาพอๆ กับเราเยอะมาก ไม่กดดัน

 

มหาลัยนี้เค้ามีชื่อเรื่องความหลากหลายของสาขาวิชาที่เปิดสอนค่ะ ใครอยากเรียนอะไร มีเกือบหมดทุกอย่าง เยอะแบบเลือกไม่ถูกกันเลย 

 

ที่นี่ข้อดีเยอะมาก ที่เด่นมากๆ คือเรื่องงานวิจัย เก่งจนติดอันดับ 1 ใน 100 มหาลัยเด่นด้านการวิจัยของอเมริกาเลยนะตัวเทอว์ และเค้ายังมีศูนย์วิจัยมากถึง 55 แห่ง เน้นทั้งวิทยาศาสตร์ การแพทย์ อุตสาหกรรมต่างๆ ครบเครื่องมากๆ

 

นักศึกษาต่างชาติที่นี่ก็เยอะมากค่ะ เค้าทำแคมเปญต้อนรับกันอย่างอบอุ่น เห็นแล้วอยากเข้าไปเรียนด้วยเลย นอกจากจะมีชมรมเยอะมากแล้ว เค้ายังมีหน่วยงานคอยดูแลนักศึกษา และมีทีมดูแลนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะด้วย เอาใจไปเลยค่า 


 

University of New Orleans 



 

  • คะแนน TOEFL ขั้นต่ำ 71

  • ถ้าคะแนนไม่ถึง มีคอร์สภาษาให้เรียนเพิ่ม เรียนจนจบก็เข้าเรียนต่อได้ค่ะ

 

อีกหนึ่งมหาลัยใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในหลายๆ ด้าน นักศึกษาที่จบไปจากที่นี่กว่า 90% สามารถหางานทำได้ภายใน 2 ปีแถมได้เงินเดือนดีด้วยนะ 

 

สำหรับใครที่อยากเรียนต่อที่นี่แต่ติดเรื่องเงิน ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะเค้ามีทุนให้เยอะมาก เลือกสมัครได้ตามที่สนใจโลด

 

เรื่องตัวเมืองและมหาลัย อันนี้ต้องบอกว่าเค้ายืนหนึ่ง เพราะเค้าติดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุด ก็แหม เมืองเค้าออกจะมีสีสันแสงสีจัดเต็ม ไม่มีเวลาให้เหงาเพราะมีอะไรให้ทำตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตก ในแคมปัสก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะแยะ ฟิตเนสก็มี ชมรมต่างๆ ก็เพียบ ยังไงก็ไม่เบื่อค่ะ


 

 


 

Credit:

https://www.ngscholars.net/universities-usa-accepting-low-toefl-scores/


 

 

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ

MUST READ

เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT (1)

บทความนี้ขออนุญาตนำบทความของคุณ Badpidd ที่ได้ให้ข้อมูลและเทคนิควิธีในการเตรียมตัวสอบ GMAT เอาไว้มาฝากชาว Hotcourses Thailand  ค่ะ โดยคุณ Badpidd ได้ให้รายละเอียดไว้มีทั้งหมด 2 ตอนดังนี้ค่ะ  ตอนที่ 1 เทคนิคและการเตรียมตัวสอบ GMAT ตอนที่ 2 วิธีทำตารางอ่านGMAT บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสอบ GMAT โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ต้องการคะแนนสอบ ตั้งแต่ 600 ขึ้นไป(ผมสอบครั้งแรกและครั้งเดียวได้ 700 ครับ)

28175

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

คำศัพย์เกี่ยวกับภาคเรียนและประเภทของสถาบันการศึกษาในอเมริกา       ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์และการสร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีวิธีการของตัวเอง แต่ทุกแห่งก็ล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเรื่องของการศึกษา  ภาคเรียน      

14993