การศึกษาระดับปริญญาตรี

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

การศึกษาระดับปริญญาตรี

share image

การศึกษาระดับปริญญาตรี

 

      ส่วนใหญ่แล้วการศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกานั้น จะอยู่บนพื้นฐานของการเรียนปรัชญาและศิลปศาสตร์  ซึ่งหมายความว่าถึงแม้คุณจะเรียนในสาขาวิชาที่คุณเลือก แต่คุณก็จะต้องเรียนวิชาประเภท สังคมศึกษา มนุษยศาสตร์ ภาษาและวิทยาศาสตร์กายภาพ

      ในอเมริกาการศึกษาระดับปริญญาตรีจะถูกเรียกว่า bachelor's degree โดยการเรียนในระดับนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงและคุณสามารถเลือกเรียนอะไรก็ได้อย่างที่คุณต้องการ  คุณจะจบการศึกษาเมื่อคุณเรียนครบหน่วยกิตตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลา 4 ปีในการเรียนให้ครบ  แต่ละหลักสูตรจะมีหน่วยกิตไม่เท่ากัน แต่ปกติแล้วจะอยู่ที่ 3-4 หน่วยกิต  โดยคุณจะต้องเรียนให้ครบ 130-180 หน่วยกิตถึงจะเพียงพอ

      หลักสูตรการเรียนในระดับปริญญาตรีส่วนมากจะวางไว้ที่หลักสูตร 4 ปี  โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดตัวรายวิชาหลักทั่วไปเอง  ซึ่งปกติจะมีวิชาเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์  สังคมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  ส่วนรายวิชาหลักของสาขานั้น  จะคิดเป็น 25-50 เปอร์เซ็นต์ของรายวิชาที่คุณต้องเรียนทั้งหมด   และคุณจะต้องเรียนวิชาสาขารองหรือ Minor คิดเป็นครึ่งหนึ่งของหน่วยกิตของวิชาในสาขาเอกของคุณ   อีกทั้งยังมีวิชาเลือกให้คุณเลือกเรียนวิชาอะไรและคณะใดก็ได้  ซึ่งคุณสามารถเลือกเรียนเพื่อให้ครบตามจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดที่กำหนดไว้

 

คุณสมบัติในการสมัคร

• จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
นักเรียนต่างชาติจำเป็นจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (12 ปี) ก่อนการสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา
• ความสามารถทางภาษาอังกฤษ
คุณจะต้องยื่นคะแนนสอบ TOEFL (Test of English as a Foreign Language) โดยมีบางมหาวิทยาลัยที่ยอมรับคะแนนประเภทอื่น เช่น  IELTS  ดังนั้นคุณจึงควรเช็ครายละเอียดไปยังมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจก่อน ว่าเขาต้องการผลคะแนนแบบไหน
• การทดสอบประเภทอื่น
มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะให้นักเรียนต่างชาติต้องสอบการทดสอบอื่นประกอบด้วย โดนจะมีการทดสอบหลักๆอยู่ 3 ประเภทสำหรับการสมัครปริญญาตรี คือ
-SAT I (Scholastic Assessment Test I)
-SAT II Subject Tests
-ACT (American College Testing)
การสอบเหล่านี้จะเป็นข้อสอบแบบ multiple-choice และทดสอบความรู้ที่จำเป็นในการเรียนระดับปริญญาตรี  เช็ครายละเอียดที่มหาวิทยาลัยของคุณเพิ่มเติมว่าพวกเขาต้องการมีการทดสอบอะไรบ้าง

 

ขั้นตอนการสมัคร
      คุณควรเตรียมตัวก่อนวันเปิดเทอมประมาณ 12-18 เดือน เพื่อค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง  และเพื่อมีเวลาในการสอบการทดสอบต่างๆที่มหาวิทยาลัยต้องการ   จากนั้น เมื่อคุณเขียนรายชื่อมหาวิทยาลัยที่คุณต้องการจะสมัครแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือการเตรียมใบสมัครให้พร้อม
      สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะมีวันปิดรับสมัครไม่เท่ากัน  แต่ปกติแล้วมักจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม  แต่ถึงอย่างนั้น ก็อาจจะมีการเลื่อนวันได้ ดังนั้นแล้วจึงเป็นการดีกว่าถ้าคุณจะยื่นใบสมัครให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้


ใบสมัครของมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
• ใบสมัคร
• ค่าสมัคร
• Transcripts
• ผลการสอบ (TOEFL, SAT I, SAT II)
• Personal statement ที่คุณจะเขียนเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายทางการศึกษาของคุณ
• จดหมายรับรอง : เกี่ยวกับความสามารถและงานของคุณ  ส่วนใหญ่แล้วจะเขียนโดยอาจารย์หรือนายจ้างของคุณ
• บางมหาวิทยาลัยอาจจะขอดู financial statement เพื่อเป็นเป็นการรับประกันว่าคุณมีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะเรียนในระดับปริญญาตรี

 

การสมัครวิทยาลัยชุมชน
      สถาบันการศึกษาแต่ละแห่งจะกำหนดวันปิดรับสมัครเอง แต่ปกติจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม แต่ถึงอย่างนั้น ก็อาจจะมีการเลื่อนวันได้ ดังนั้นแล้วจึงเป็นการดีกว่าถ้าคุณจะยื่นใบสมัครให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เช่นกัน


ใบสมัครของวิทยาลัย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
• ใบสมัคร
• ค่าสมัคร
• Transcripts
• ผลการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ (TOEFL)
• บางสถาบันอาจจะขอดู financial statement เพื่อเป็นเป็นการรับประกันว่าคุณมีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะเรียนในระดับปริญญาตรี

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

คำศัพท์เกี่ยวกับระบบการศึกษา ภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปเพราะมหาลัยแต่ละแห่งก็มีวิธีการของตนเองสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น อาจยังไม่คุ้นเคยกับระบบการศึกษาของอเมริกามากนัก ไหนจะคำศัพท์อื่นๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันอีก          วันนี้ Hotcourses Thailand ขอแนะนำคำศัพท์ที่ต้องรู้หากมีโอกาสได้ไปเรียนต่ออเมริกา รู้ไว้ไม่งงเวลาคุยกับเพื่อนแน่นอน   ระดับการเรียนในระบบการศึกษาอเมริกา  

53.3K
article Img

ส่องเงินเดือนเด็กจบใหม่จากมหาลัยในอเมริกา เรียนจบอเมริกาได้เงินเดือนเยอะจริงไหม

ห่างหายกันไปเล็กน้อยกับซีรี่ย์ จบใหม่ได้เท่าไหร่จ๊าาา วันนี้เรามาขอปิดท้ายซีรี่ย์แบบสวย ๆ ด้วยรายงานตัวเลขเงินเดือนเด็กจบใหม่ในอเมริกามาให้ดูกันค่ะ โดยหัวข้อที่เราจะพาไปส่องกันก็มีทั้ง…   เงินเดือนเฉลี่ยทั่วไปของเด็กจบใหม่ในอเมริกา ภาษีสำหรับคนทำงานในอเมริกา เงินเดือนเฉลี่ยของเด็กจบใหม่ในอเมริกา แยกตามมหาลัย ค่าครองชีพในอเมริกา จะมีเงินเก็บไหม ถ้าเรียนจบ หางานที่นั่นจะคุ้มไหม  

24.8K
article Img

เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา

ถ้าจะไปเรียนต่ออเมริกาและกำลังส่อง   ๆ   อยู่ว่ารัฐไหนในอเมริกาน่าอยู่ที่สุด   ต้องบอกเลยว่าอาจจะต้องนั่งหาจนขอบตาดำ   เพราะเค้ามีตัวเลือกดี   ๆ   หลายรัฐมาก   ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก   บอสตัน   ฟลอริดา   ฯลฯ   ไม่ว่าที่ไหนก็ฟังดูดีไปหมด             Hotcourses Thailand  ก็เลยจะขอรับบทเป็นตัวช่วยพาทุกคนไปดู  7 

12.9K
article Img

สืบเรื่องเงินๆ ทองๆ เรียนต่ออเมริกาจ่ายไปกี่ล้าน?

กลับมาพบกันอีกแล้วววว รายงานนักสืบอุ่นๆ พร้อมเสิร์ฟทุกคนแล้วค่ะ     วันนี้ว่าด้วยการไปเรียนต่อต่างประเทศ (ก็แหงสิ สืบแต่เรื่องนี้ ฮาาา) แต่วันนี้รายงานนี้เคยถูกขอมาโดยซิสๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อ วันนี้มิสขอไปโฟกัสที่ประเทศยอดฮิตอย่างอเมริกา เอามาแจงให้กันเห็นโต้งๆ เลยว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จมันเท่าไหร่กันน เริ่มม!       มิสขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ก็คือ ค่าเทอม (Tuition) และค่าใช้จ่ายประจำวัน (Living expenses)

7.2K