TOEFL คืออะไร ค่าสอบ สมัครสอบ TOEFL สอบอะไรบ้าง TOEFL ITP TOEFL IBT คือ

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อังกฤษ สหราชอาณาจักร: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ทำความรู้จัก TOEFL แบบละเอียด TOEFL คือ อะไร สอบอะไรบ้าง ข้อสอบเป็นยังไง ค่าสอบเท่าไหร่ และอื่น ๆ

สรุปทุกเรื่องเกี่ยวกับ TOEFL คืออะไร สอบอะไรบ้าง สอบที่ไหน ค่าสอบเท่าไหร่และอื่น ๆ

toefl banner

ถ้าพูดถึงการเตรียมตัวไปเรียนต่ออเมริกา ขอบอกเลยว่าการสอบ TOEFL ต้องเป็นหนึ่งใน to-do list ที่ทุกคนน่าจะคุ้นหูกันอย่างดี เพราะการจะเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาจำเป็นต้องมีผลคะแนน TOEFL ไปยื่นด้วยนั่นเอง

ถึงแม้ชื่อค่อนข้างจะคุ้นหู แต่หลาย ๆ คนอาจะยังมีคำถามว่า เอ๊ะ แล้วมันมีกี่ประเภท ต้องสอบแบบไหน แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง ดังนั้นบทความหน้านี้ก็เลยขอรวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับ TOEFL มาให้ดูกันค่ะ เช่น TOEFL คืออะไร? ทำความรู้จักการสอบ TOEFL แต่ละประเภท รวมไปถึงการเตรียมสอบ TOEFL ทิปส์และคำศัพท์ที่เจอบ่อย เรียกว่าที่เดียวครบ ไม่ต้องไปหาที่ไหนต่อเลย

 

 

TOEFL คืออะไร?

what is toefl

  • TOEFL (Test of English as a Foreign Languageคือ สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการสอบแบบใช้ภาษาอังกฤษด้วย American English หรือภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน 
  • การทดสอบที่จัดทำขึ้นโดย ETS (Educational Testing Service)
  • จุดประสงค์หลักของการสอบ TOEFL คือ การวัดระดับความสามารถในการสื่อสารทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน และเขียน อีกทั้งยังเป็นการวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย
  • รูปแบบการทดสอบจึงเน้นหนักไปที่ข้อสอบแบบตัวเลือก เช่นเดียวกับการทำข้อสอบในมหาวิทยาลัยของอเมริกา
  • ผลสอบ TOEFL สามารถเก็บได้นาน 2 ปี

 

TOEFL ใช้สมัครอะไรได้บ้าง?

  • ส่วนใหญ่เราจะใช้ผลสอบ TOEFL เพื่อยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในอเมริกาเป็นหลัก
  • นอกจากอเมริกาแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่ยอมรับผล TOEFL ด้วย เช่น มหาวิทยาลัยบางแห่งในอังกฤษหรือในยุโรป (เยอรมนี เดนมาร์ก สกอตแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์และอื่น ๆ)
  • ใช้ผลสอบ TOEFL เพื่อขอทุนการศึกษาทั้งในและต่างประเทศได้
  • ใช้ประกอบการสมัครงานในบริษัทต่างประเทศ
  • การย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศ ก็อาจต้องใช้ TOEFL ด้วย

 

 

TOEFL มีกี่ประเภท?

toefl type

  1. TOEFL iBT
    • TOEFL Internet-based Test (iBT) เป็นแบบทดสอบบนคอมพิวเตอร์
    • การสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Speaking, Reading และ Writing แต่ละทักษะจะมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน ดังนั้น TOEFL iBT จะมีคะแนนรวมทั้งหมด 120 คะแนน
    • การสอบ TOEFL iBT ถือเป็นประเภทการสอบที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการสมัครเข้าเรียนต่อในต่างประเทศ เนื่องจากผลทดสอบเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ที่สำคัญ นอกจากที่นักศึกษาสามารถยื่นสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือทุนทั่วโลกได้แล้ว หลาย มหาวิทยาลัยในประเทศไทยก็รองรับผลทดสอบประเภทนี้ด้วยเช่นกัน
       
  2. TOEFL ITP 
    • TOEFL Institutional Testing Program (ITP) เป็นข้อสอบ TOEFL ที่จัดสอบโดยองค์กรหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งองค์กรเหล่านี้ได้ทำการจัดซื้อข้อสอบ TOEFL จาก ETS มาไว้ก่อนแล้ว
    • องค์กรหรือสถาบันที่จัด เช่น MUIC หรือ ม.เกษตร หรือ ม.ราชภัฏฯ ต่าง ๆ
    • การสอบ TOEFL ITP เป็นการสอบแบบ paper หรือทำข้อสอบบนกระดาษ
    • สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ 3 ทักษะ คือ Reading, Listening และ Grammar
    • ผลคะแนนคือ 310 – 677 คะแนน
    • ผลสอบจากการสอบ TOEFL ITP จะสามารถนำไปยื่นกับสถาบันที่เป็นผู้จัดสอบเท่านั้น 
       
  3. TOEFL JUNIOR
    • เป็นแบบทดสอบระดับความรู้ภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันและในห้องเรียนของนักเรียน
    • สำหรับผู้สอบที่มีอายุระหว่าง 10-17 ปี หรือเทียบเท่าระดับชั้นประถมศึกษาปลายและมัธยมศึกษาตอนต้น

 

โดยส่วนใหญ่แล้ว นักศึกษาต่างชาติจะนิยมสมัครสอบ TOEFL iBT (TOEFL Internet-based Test) เป็นหลัก เนื่องจากมหาวิทยาลัยทั่วโลกส่วนใหญ่รองรับผลการทดสอบประเภทนี้ ที่สำคัญ การทดสอบประเภทนี้ยังช่วยให้นักศึกษาสามารถเตรียมตัวสอบได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการจำลองสถานการณ์การสอบและการจับเวลาให้เหมือนกับนักศึกษาได้เข้าไปสอบจริง เพื่อให้เวลาที่สอบจริง นักศึกษาจะไม่ตื่นเต้นกับสนามสอบ

 

 

TOEFL ต้องสอบอะไรบ้าง? รูปแบบการสอบ TOEFL เป็นยังไง?

toefl exam 1

toefl exam 2


การสอบ TOEFL จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน  คือ

การอ่าน (Reading)
ผู้สอบจะต้องอ่านบทความที่ใช้ภาษาอังกฤษระดับมหาวิทยาลัย ประมาณ 3-4 บทความ แล้วตอบคำถามจากบทความเหล่านั้น  โดยคำถามจะทดสอบความเข้าใจ  การจับใจความสำคัญ  คำศัพท์ และประเภทของบทความ

การฟัง (Listening)
ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนา, การประชุมหรือเลคเชอร์ประมาณ 2-3 เรื่อง  ซึ่งทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับชีวิตในมหาวิทยาลัย เช่น บทสนทนาระหว่างนักเรียนและอาจารย์  หรือ ฟังการสอนในห้องเรียน  โดยคำถามจะทดสอบเกี่ยวกับการจับรายละเอียด  ข้อเสนอแนะ และคำศัพท์   โดยบทสนทนาจะเป็นการพูดที่ไม่เป็นทางการและเป็นธรรมชาติมาก (มักจะได้ยินคำติดปาก เช่น อืม หรือ เอ่อ... ระหว่างบทสนทนาเสมอ)

การพูด (Speaking)
การทดสอบนี้ จะให้ผู้สอบพูดผ่านไมโครโฟนซึ่งจะอัดเสียงเอาไว้  หลังจากนั้นผู้ตรวจข้อสอบจะนำมาฟังและให้คะแนน โดยคำถามส่วนแรก จะถามเกี่ยวกับความเป็นตัวเอง เช่น เมืองของคุณ หรือ คุณครูคนโปรดของเรา ในขณะที่คำถามอีกส่วนจะเป็นการตอบคำถามโดยการย่อประเด็นสำคัญจากบทความหรือบทสนทนาพร้อม ๆ กับเสนอความคิดเห็น ส่วนคำถามอื่น ๆ ก็อาจจะให้น้อง ๆ สรุปประเด็นจากบทสนทนาสั้น ๆ

การเขียน (Writing)

และสุดท้ายในส่วนของ Writing ผู้สอบจะต้องเขียนเรียงความสั้น ๆ 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกจะได้หัวข้อกว้าง ๆ เช่น อินเตอร์เนตเปลี่ยนแปลงชีวิตเราอย่างไร หรือ ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนอะไรก็ได้ในประเทศของคุณได้หนึ่งอย่าง คุณจะเปลี่ยนอะไร เป็นต้น

ส่วนข้อที่สอง ผู้สอบจะต้องวิเคราะห์และแสดงทัศนะ จากบทความหรือบทบรรยายที่ได้รับ

 

TOEFL แตกต่างกับ IELTS ยังไง?

TOEFL แตกต่างกับ IELTS ในหลายแง่มุม สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือโครงสร้างการให้คะแนน โดยสำหรับ IELTS  จะแสดงคะแนนในรูปแบบการวัดผล ที่ผู้สอบจะได้คะแนนจาก 1 - 9 ขณะที่ TOEFL จะวัดผลที่ใช้การประมวลผลแบบ SAT ที่จะรวมผลคะแนนจากการสอบทั้งหมด นอกจากนี้ในการสอบ IELTS ผู้สอบจะได้สอบพูดกับผู้คุมสอบแบบตัวต่อตัว แต่สำหรับ TOEFL จะเป็นการตอบคำถามด้วยไมโครโฟน ไม่มีคู่สนทนาโต้ตอบด้วย

 


IELTS ได้รับความนิยมมากในสหราชอาณาจักรและประเทศแถบยุโรป  ในขณะที่ TOEFL ได้รับการยอมรับในอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย   แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ต่างยอมรับการวัดผลทั้งสองแบบแล้ว   เนื่องจากจุดประสงค์ของการทดสอบทั้งสองแบบเหมือนกัน  ส่วนการเลือกว่าจะสอบแบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้สอบต้องการไปสมัครเรียนที่ใดมากกว่า    แต่เพราะ TOEFL มีตัวเลือกให้ผู้สอบสามารถทำข้อสอบผ่านอินเตอร์เนตได้  ทำให้การทดสอบนี้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักเรียนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศมากกว่า IELTS

 

 

TOEFL มีค่าสอบเท่าไหร่? สมัครสอบที่ไหนได้บ้าง?

toefl cost exam

ค่าสมัครสอบ TOEFL จะแตกต่างกันตามประเภทที่เราเลือกสอบ คือ

  • TOEFL iBT ค่าสอบ 215 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,500 - 8,000 บาท
  • TOEFL ITP ค่าสอบประมาณ 1,500 - 1,900 บาท

เราสามารถสมัครสอบ TOEFL ได้ที่สถานที่ต่าง ๆ ตามนี้

  • ศูนย์สอบโดยตรง
  • มหาวิทยาลัย
  • สถาบันศึกษาหรือศูนย์ของเอกชนที่ได้รับอนุญาต
  • สมัครสอบผ่าน เว็บไซต์ของ ETS ซึ่งจะมีศูนย์สอบในไทยหลายแห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ สระบุรีและศรีราชา

 

รวมบทความเตรียมตัวสอบ TOEFL 

 

 

เครดิท

Chulatutor.com

 

Study in the UK

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ อังกฤษเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักศึกษาไทยที่ต้องการไปเรียนต่อเมืองนอก เพราะนอกจากจะมีคุณภาพการศึกษาที่ดีแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อนักศึกษาต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาด้านวีซ่า ทุนการศึกษา และคอร์สเรียนภาษาก่อนเปิดเทอม นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่การเดินทางสะดวกสบายทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่ละสถานที่เชื่อมกันด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย ปลอดภัย ตรงต่อเวลา

83.1K
article Img

เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL)

การเรียนภาษาอังกฤษ ในฐานะเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL) : English as a Foreign Language       สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติมากมาย ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญทางภาษามักจะเป็นเรื่องหลักที่ถูกสนใจมากที่สุด การเรียนภาษาอังกฤษสามารถเปิดประตูสู่อนาคตมากมาย ดังนั้น พยายามทำใจให้สบายว่าแท้จริงแล้วมีตัวช่วยคุณในเรื่องนี้มากมาย และหลายๆทางเลือกก็เข้ากับความต้องการของคุณ มีนักเรียนอีกมากที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในเรื่องนี้ รวมถึง

25.4K
article Img

อังกฤษ เสนอนโยบายใหม่เพื่อลดจำนวนคนต่างชาติเข้าประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลอังกฤษของ นายกรัฐมนตรี Keir Starmer เพิ่งออก White paper ซึ่งเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลใช้เพื่อนำเสนอ นโยบายใหม่ หรือ แผนการปฏิรูป ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อ ให้ประชาชนและรัฐสภาเข้าใจแนวทางของรัฐบาล และเตรียมความพร้อมสำหรับการออกกฎหมายหรือเปลี่ยนนโยบายในอนาคต White paper นี้มีหัวข้อชื่อว่า Restoring Control Over the Immigration System หรือการควบคุมระบบการอพยพ

4.6K