ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

Shopping Guide : อเมริกา

6535

Shopping Guide : อเมริกา

      เมื่อพูดถึงการช็อปปิ้ง แต่ละคนก็ย่อมมีสไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน มีทั้งคนที่ชอบความทันสมัย สไตล์อินเทรนด์ บ้างก็ชอบสไตล์วินเทจเน้นความเก่าและเก๋ หรือบ้างก็ชอบสินค้าลดราคา ไม่ว่าจะเป็นอะไร ขอแค่เพียงปักป้ายลดราคา คนเหล่านี้ก็จะพุ่งตัวเข้าหาอย่างไม่ลังเล และทั้งหมดนี้ มีอยู่ในอเมริกา เมืองแห่งเสรีภาพของความคิดและการกระทำ  ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ชอบอะไร เมื่ออยู่ที่อเมริกา ที่นี่มีทุกอย่างที่คุณต้องการ

      เมืองแห่งการช็อปปิ้งที่เรามาแนะนำในครั้งนี้  พิจารณาจากปริมาณร้านค้าที่น่าสนใจและมีคุณภาพ รวมทั้งเป็นเมืองที่มีสินค้าหลากหลายและแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของชนิด, ราคาและสไตล์ของสินค้า มาดูกันค่ะ ว่ามีเมืองอะไรบ้าง

นิวยอร์ก (New York)

      ทำไมที่นี่ : เช่นเดียวกับฝรั่งเศสมีปารีส และอังกฤษมีลอนดอน อเมริกาก็มีนิวยอร์กเช่นกัน!  ที่นี่เต็มไปแหล่งช็อปปิ้งมากมาย ทั้ง Fifth Avenue ที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าของเหล่าดีไซน์เนอร์ชื่อดังและมีพรสวรรค์มากมาย, ร้านเสื้อผ้าหลายหลายสไตล์ตลอดถนน SoHo, Nolita และ the East Village รวมทั้งยังมีร้านริมทางที่ Canal Street ให้คุณได้เดินเล่นแบบชิลๆอีกด้วย  ถือได้ว่านิวยอร์กคือแหล่งช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายที่สุดสำหรับคุณจริงๆ

ลอสแองเจลลิส (Los Angeles)

      ทำไมที่นี่ : นักเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากมาย กล่าวว่า ลอสแองเจลลิส หรือ แอลเอ ทำให้การช็อปปิ้งกลายเป็นเรื่องสุดยอด เพราะว่าเป็นเมืองที่ผสมผสานการชอปปิ้งเข้ากับอาหารเลิศรสและสปาชั้นเลิศได้อย่างลงตัว นักชอปปิ้งที่ชื่นชอบการเดินศูนย์การค้า จะมีความสุขไปกับการเดินที่ Rodeo Drive และ Wilshire Boulevard  ส่วนผู้ที่ชอบสินค้าไอที ก็ต้องไปที่ Abbot Kinney Boulevard ที่อยู่ใกล้ๆกับ Venice Beach

ไมอามี่ (Miami)

      ทำไมที่นี่ : สิ่งโปรดปรานอันดับสามของชาวไมอามี่ รองมาจากการไปชายหาดและการปาร์ตี้แล้ว ก็คือ การชอปปิ้ง โดยใจกลางเมืองไมอามี่ หรือ ดาวน์ทาวน์ เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านขายของสินค้าลดราคา ตั้งแต่กระเป๋าไปจนถึงเครื่องหนัง, ย่าน Coral Gables เป็นย่านของสินค้าของเหล่านักออกแบบทั้งหลาย, Coconut Grove เป็นย่านที่มีชื่อเรื่องของร้านขายสินค้าสไตล์โบฮีเมี่ยน, Calle Ocho ใน Little Havana  เป็นย่านที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มองหาซิการ์และขนมอบชั้นเยี่ยม แต่ถ้าคุณไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ไม่ต้องกลัว เพราะไมอามี่มีห้างหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากมายตั้งกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง

ชิคาโก (Chicago)

      ทำไมที่นี่ : ระยะห่างประมาณ 1 ไมล์จาก Michigan Avenue ได้รับฉายาว่า The Magnificent Mile หรือ เส้นทางอันหรูหราอลังการ โดยตลอดระยะทาง 1 ไมล์นี้มีศูนย์การค้าสามแห่งและร้านค้ามากมายตั้งเรียงรายอยู่ตลอดเส้น  นอกจากนี้ ชิคาโกยังมี The Loop's State Street, the River North ที่เป็นที่ตั้งของแกลลอรี่มากมาย, Wicker Park's ที่ขายสินค้าโบราณ และห้างเล็กๆตั้งกระจายอยู่ทั่วไป

แอตแลนตา (Atlanta)

      ทำไมที่นี่ : แอตแลนตา คือ หนึ่งในจุดหมายปลายทางทางทิศใต้ ของเหล่านักช็อปทั้งหลาย เพราะที่นี่มีห้างสรรพสินค้าอย่าง Phipps Plaza และ Lenox Square ตั้งอยู่  แต่ถ้าคุณชอบการเดินชอปแบบกลางแจ้ง ก็ต้องที่ Atlantic Station ถ้าชอบเดินเล่นร้านริมทาง ก็ต้องที่ Bennett Street ถ้าอยากซื้อสินค้าตกแต่งบ้าน ก็ต้องที่ Miami Circle หรือถ้าชอบงานศิลปะก็ห้ามพลาด Donna Van Gogh's Artist Market สำหรับงานศิลปะและของที่ระลึกที่ไม่เหมือนใคร  นอกจากนี้ แอตแลนตายังมีร้านขายของโบราณ, แกลอรี่ศิลปะ และร้านขายงานฝีมืออีกด้วย

ซานฟรานซิสโก (San Francisco)

      ทำไมที่นี่ : ซานฟรานซิสโก เป็นเหมือนเมืองลูกพี่ลูกน้องกับแอลเอ ถึงแม้ว่าที่นี่ จะมีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมและร้านแฟรนส์ไชน์มากมายในย่าน Union Square แต่ก็มีร้านขายสินค้าอินดี้และสินค้ามือสองมากมายเช่นกันบนถนนอย่าง Chestnut, Union และ Fillmore  แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการช็อปปิ้งในซานฟรานก็คือ การช็อปปิ้งกลางแจ้งท่ามกลางแดดอบอุ่นของแคลิฟอร์เนีย

ดัลลัส (Dallas)

      ทำไมที่นี่ : ดัลลัส เป็นเมืองที่ห้างสรรพสินค้า Neiman Marcus ได้ถูกก่อตั้งขึ้น อีกทั้งชาวเมืองนี้ยังมีวัฒนธรรมและชื่นชอบการช็อปปิ้งอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทำให้มีห้างหรือศูนย์การค้าตั้งอยู่ทั่วไปทั้งเมือง เช่น Highland Park Village และ The Galleria

มินนิอาโปลิส (Minneapolis)

      ทำไมที่นี่ : เมืองมินนิอาโปลิสเป็นที่ตั้งของ Mall of America ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีถึงสองสาขา โดยศูนย์การค้าแห่งนี้ มีร้านค้าชื่อดังอย่าง Bath & Body Works, Foot Locker และ Dairy Queen ตั้งอยู่ ดังนั้นขาชอปไม่ควรพลาด

ลาสเวกัส (Las Vegas)

      ทำไมที่นี่ : เพื่อฆ่าเวลารอให้ยามค่ำคืนมาถึง ชาวเวกัสและนักท่องเที่ยวทั้งหลาย มักจะหาอะไรทำตอนกลางวัน และกิจกรรมนั้นนั่นคือ การช็อปปิ้ง โดยคุณสามารถเจอสถานที่ช็อปปิ้งได้ตั้งแต่หน้าสถานที่พัก, หน้าคาสิโน ไปจนถึง Fashion Outlets   ดังนั้นแล้ว คุณจะไม่มีทางเบื่อเมื่อมาอยู่ลาสเวกัสแน่นอน

ที่มา : travel.usnews.com
-------------------------

ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
เว็บไซต์การท่องเที่ยวอเมริกา 
ที่พักในอเมริกา 
เรียนต่ออเมริกา 

 

ค้นหาคอร์ส

สหรัฐอเมริกา
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

MUST READ

สาระน่ารู้ก่อนไปนิวยอร์ก

ข้อมูลเบื้องต้น       นครนิวยอร์ก เป็นเมืองหนึ่งในรัฐนิวยอร์ก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยประกอบด้วย 5 เขต (borough) คือ แมนฮัตตัน (Manhattan), บร็องซ์ (Bronx), ควีนส์ (Queens), บรู๊กลิน (Brooklyn) และสเตตันไอส์แลนด์ (Staten Island) มีเพียงแมนฮัตตันและสเตตันไอส์แลนด์เท่านั้นที่มีลักษณะเป็นเกาะ       ล้อมรอบด้วยแม่น้ำซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกัน ฝั่งตะวันออกเรียกว่า แม่น้ำอีสต์รีเวอร์ (East River) และเรียกว่าแม่น้ำฮัดสัน

32574

อะไรคือ Ivy League??

อะไรคือ Ivy League??       มันคือคำเรียกวิทยาลัยที่ถูกใช้ทั่วไปในอเมริกา ทั้งในหนังสือ, โทรทัศน์ และภาพยนตร์   จึงไม่แปลกที่คุณอาจจะเจอกับคำถามที่ว่า ‘ Are you an Ivy Leaguer?’  และคุณก็อาจจะงงได้ว่าพวกเขาถามอะไรคุณกันแน่??   มาดูกันว่าคำคำนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมชาวอเมริกันถึงใช้มัน และทำไมมหาวิทยาลัยทุกแห่งในอเมริกาถึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Ivy League’ เสมอไป 1954  

13721

อันดับมหาวิทยาลัยของอเมริกาโดย Forbes

อันดับมหาวิทยาลัยของอเมริกาโดย Forbes        Forbes นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ได้มีการจัดอันดับสถิติในหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอเมริกา เช่น ลำดับเศรษฐีของโลก, ลำดับบริษัทที่น่าสนใจในอเมริกา รวมถึงอันดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาด้วย       มาดูกันว่ามีมหาวิทยาลัยใดบ้างติดอันดับ American’s Top Colleges 2012 จากการจัดอันดับของ Forbes บ้าง NAME STATE

3654

อันดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนป.ตรีมากที่สุด

อันดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนป.ตรีมากที่สุด       โดย US NEWS ได้สำรวจมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  พบว่ามหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนปริญญาตรีมากที่สุด   โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากทั้งวิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีต่างๆ       จากการสำรวจนี้ พบว่านักเรียนจากหลากหลายรัฐของอเมริกาก็มีปัจจัยในการเลือกเรียนต่อระดับปริญญาตรีจากหลายปัจจัย เช่น ความใกล้บ้าน

3502