ขั้นตอนเรียนต่อ
สหรัฐอเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

5 รัฐน่าอยู่ในอเมริกา โดดเด่นด้านความเท่าเทียม

share image

   สหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย 50 รัฐและเขตพิเศษอีกหนึ่งแห่งคือ Washington D.C. เวลาจะไปเรียนต่อในอเมริกา ตัวเลือกมหาลัยและเมืองจึงเยอะมาก เพราะมีมหาลัยและวิทยาลัยกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเลือกเมืองผิดชีวิตการเรียนต่ออาจผิดไปเลย 

 

    แต่วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่าในบรรดา 50 (+1) รัฐ รัฐไหนจะน่าอยู่มากที่สุด พร้อมดูว่าแต่ละรัฐมีความเท่าเทียมมากน้อยแค่ไหน พร้อมไปดูมหาลัยอะไรในรัฐนั้นๆ ด้วย บทความนี้ขอใช้ Ranking จาก U.S. News เป็นหลัก โดยจะมีเกณฑ์ตัดสินดังนี้ Healthcare, Education, Economy, Infrastructure, Opportunity, Fiscal stability, Crime and corrections, และ Natural Environment

 

Washington

 

     ก่อนอื่นอย่าจำสลับกับ Washington D.C. นะ นั่นเมืองหลวง ส่วนนี่รัฐ Washington ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ติดมหาสมุทรแปซิฟิก พรมแดนติดแคนาดา เมืองนี้เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Amazon, Nintendo US, และ Boeing แถมยังเป็นบ้านเกิดของ Starbucks ด้วย 

 

    Washington มีชื่อเล่นว่า The Evergreen State เป็นเมืองที่คนชอบกิจกรรม outdoor ต้องชอบเพราะมีกิจกรรมหลากหลาย แบ่งไปตามภูมิศาสตร์ที่มีทั้งภูเขา ป่าดิบชื้น ทะเลทรายจนไปถึงชายฝั่งแปซิฟิก 

 

    ในด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ รัฐนี้ถูกจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 4 โดยอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนรัฐคืออุตสาหกรรมเครื่องบิน รวมไปถึงเทคโนโลยี อุตสาหกรรมทางน้ำ (Maritime) และพลังงานสะอาด

 

    ด้าน Equality รัฐนี้จะอยู่ในอันดับที่ 12 โดยได้อันดับ 3 ในเกณฑ์ย่อย employment by race และอันดับ 4 ในเกณฑ์ย่อย income gap by race ส่วนเกณฑ์ย่อย education gap by race ได้อันดับ 6

 

    กว่า 46.9% ของคนในรัฐนี้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนมหาลัยที่ดังๆ ในรัฐได้แก่ 

 

    Washington State University

    University of Washington

    Gonzaga University

    Western Washington University

    City University of Seattle 

 

Massachusetts

 

    รัฐเก่าแก่อีกหนึ่งรัฐของอเมริกา เพราะเป็นที่แรกที่ชาวยุโรปอพยกมาตั้งถิ่นฐาน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ติดมหาสมุทรแอตแลนติก มีชื่อเล่นว่า Bay State และมี Boston เป็นเมืองหลวง 

 

    รัฐนี้ได้รับการจัดอันดับด้านการศึกษาอยู่ในอันดับที่ 2 เพราะกว่า 52.4% ของประชากรในรัฐสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนด้าน Healthcare ก็ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับ 2 เช่นกัน เพราะมีการออกกฎหมายครอบคลุมการรักษาพยาบาลให้แก่คนในรัฐ (ไม่ใช่ครอบคลุมทั้งหมด)

 

    คนในรัฐ Massachusetts ส่วนใหญ่ทำงานในสายอาชีพเกี่ยวกับการศึกษาและสาธารณสุข อุตสาหกรรมขับเคลื่อนรัฐอีกอย่างก็คือโรงงานประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  นอกจากนี้วงการเทคโนโลยีก็กำลังบูมเช่นกัน 

 

    Massachusetts ยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของอเมริกาที่สามารถเห็นได้ในสถาปัตยกรรมเมือง ถนนหนทาง นอกจากนี้ยังมีเมืองติดชายฝั่งที่มีชื่อเสียงอย่าง Cape Cod และเกาะ Martha’s Vineyard เป็นสถานที่ให้พักผ่อนย่อนใจ ดังนั้นที่รัฐนี้การท่องเที่ยวก็กำลังโตมากเช่นกัน 

 

    ด้าน Equality รัฐนี้อยู่ในอันดับ 20 แต่มีเกณฑ์ย่อยที่โดดเด่นคือด้าน labour participation gap by gender ได้อันดับ 7 (คือแบ่งแยกการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานตามเพศน้อย)

 

    รัฐนี้เป็นที่ตั้งของมหาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงอย่าง Harvard Univeristy และ Massachusetts Institute of Technology (MIT) เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงการศึกษาก็คงไม่ผิดนัก เพราะยังมีมหาลัยชั้นนำอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ที่นี่อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น 

 

    Northeastern University

    Boston University

    Tufts University

    Boston College

    Brandeis University

    Clark University

 

Minnesota

 

    Minnesota เป็นรัฐที่อยู่ทางเหนือ อยู่กึ่งกลางประเทศ เรียกว่ารัฐ Midwest ติดพรมแดนแคนาดา เป็นรัฐที่มีชื่อเล่นว่า ‘Land of 10,000 Lakes’ เพราะมีทะเลสาปอยู่กว่า 11,500 แห่ง อีกชื่อเล่นคือ The North Star State

 

    Minnesota ได้รับการจัดอันดับด้านการศึกษาให้อยู่ในลำดับที่ 17 โดยกว่า 48.8% ของประชากรสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ที่รัฐนี้ถูกจัดให้เป็นรัฐที่มี Opportunity เป็นอันดับที่ 2 โดยรัฐนี้มีธุรกิจค้าปลีก (Retail) และโรงงานเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรัฐ เพราะมีบริษัทอย่าง Target, General Mills, 3M และ UnitedHealth Group ตั้งอยู่ในรัฐนี้ด้วย 

 

    ในหน้าหนาว Minnesota จะหนาวมาก แต่ก็เป็นสวรรค์ของนักกีฬาที่ชอบกีฬาหน้าหนาวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสกี ตกปลาน้ำแข็ง และไอซ์ฮอกกี้ ส่วนในหน้าร้อน คนจะนิยมไปเที่ยวทะเลสาปเพื่อเล่นกีฬาทางน้ำกัน เช่น พายเรือ ตกปลา หรือแค่จะนั่งชิลริมบ้านพักตากอากาศก็ได้ หรือจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติก็ได้เช่นกัน

 

    ด้าน Equality รัฐนี้อยู่ในอันดับ 30 แต่มีเกณฑ์ย่อยที่โดดเด่นคือด้าน labour participation gap by gender ได้อันดับ 3 (คือแบ่งแยกการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานตามเพศน้อย)

 

    Minnesota เป็นหนึ่งใน 10 รัฐที่มีการศึกษาดีที่สุดในอเมริกา มีมหาลัยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น

 

    University of Minnesota, Twin Cities Campus

    University of St. Thomas

    St. Olaf College

    Carleton College

 

New Hampshire

 

    New Hampshire ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีพรมแดนติดกับแคนาดาและมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นหนึ่งในรัฐที่อยู่ในเขตที่เรียกว่า New England รัฐนี้เป็นหนึ่งในรัฐที่มีประชากรน้อยที่สุดในประเทศ โดยมีเมือง Manchester เป็นเมืองที่คึกคักที่สุด 

 

    โดยรัฐนี้เป็นหนึ่งในรัฐที่มีอาชญากรรมต่ำที่สุด มีความปลอดภัยสูง ส่วนด้านการศึกษามีประชากรประมาณ 47.5% ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี เป็นรัฐที่ได้อันดับ 1 ด้าน Economic Opportunity (มีโอกาสด้านเศรษฐกิจสูง) เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือคนเกษียณแล้ว ดังนั้นจึงต้องการแรงงานมาทดแทนจำนวนมาก 

 

    ส่วนงานที่กำลังเติบโตในรัฐคือสาย service-providing ไม่ว่าจะเป็นสายเทค หรือสาธารณสุขสายสังคมสงเคราะห์ รวมไปถึงการค้าปลีก New Hampshire ถือเป็นศูนย์กลางด้านเทคอันดับสองในกลุ่มรัฐเล็กๆ เลย

 

    ที่ New Hampshire มีคะแนนด้าน Equality (อยู่ในหมวด Opportunity) อยู่ที่อันดับ 7 โดยในเกณฑ์ Income Gap by Race ได้อันดับ 1 (หมายถึงมี gap น้อยที่สุด) และ Education Gap by Race ได้อันดับ 3 (น้อยที่สุดเป็นอันดับ 3)

 

    นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติที่ยังคงรักษาไว้อย่างนี้ New Hampshire เป็นรัฐที่มีมลพิษน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ส่วนมหาลัยที่มีชื่อเสียงในรัฐนี้ ได้แก่

 

    Dartmouth College

    University of New Hampshire

    Southern New Hampshire University

    Plymouth State University

 

Virginia

 

    เป็นรัฐที่อยู่กึ่งกลางทางฝั่งตะวันออก ติดมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid Atlantic) เป็นรัฐที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ (สงครามกลางเมือง - Civil War เป็นต้น) และธรรมชาติ เพราะมีทั้งชายฝั่งและเทือกเขา Appalachian ด้วยความที่เป็นรัฐที่อยู่กึ่งกลาง ทำให้สามารถเดินทางไปรัฐข้างเคียงอย่างฟิลาเดลเฟียหรือวอชิงตัน ดีซีได้ง่าย

 

    กว่า 47.6% ของประชากรในรัฐสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่นี่ได้รับการจัดอันดับด้านการศึกษาให้อยู่ที่ลำดับที่ 12 เป็นรัฐที่มีโอากาสทางเศรษฐกิจสูงเช่นกัน 

 

    โดยเศรษฐกิจของรัฐถูกขับเคลื่อนไปด้วยอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรือ (shipbuilding) หรือการปลูก tobacco, การประมง seafood และปลูกแอปเปิล นอกจากนี้ยังมีบริษัทเทคโนโลยีที่อยู่ติดกับพรมแดนวอชิงตันดีซีด้วย 

 

    ในด้านความเท่าเทียม (Equality) รัฐเวอร์จิเนียได้อันดับที่ 5 โดยได้คะแนนโดดเด่นในด้าน Income gap by race และ employment gap by disability status อยู่ในอันดับที่ 7 ส่วน education gap by race อยู่ในอันดับ 13

 

    ส่วนสถาบันการศึกษาในเวอร์จิเนียที่มีชื่อเสียงได้แก่ 

 

    University of Virginia

    Virginia Tech

    George Mason University

    Virginia Commonwealth University

    Hampton University

 

 

10 มหาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายที่สุดในอเมริกา

5 มหาลัยที่จบแล้ว Big Tech Company อยากรับเข้าทำงาน!

มหาลัย I love you - รวมมหาลัยที่นักศึกษาเลิฟสุดๆ ในอเมริกา

เทียบช็อตต่อช็อต มหาลัยดังในอเมริกา MIT กับ Harvard University

 

Source: U.S. News, Securing home

 

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

สาระน่ารู้ก่อนไปนิวยอร์ก

ข้อมูลเบื้องต้น       นครนิวยอร์ก เป็นเมืองหนึ่งในรัฐนิวยอร์ก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยประกอบด้วย 5 เขต (borough) คือ แมนฮัตตัน (Manhattan), บร็องซ์ (Bronx), ควีนส์ (Queens), บรู๊กลิน (Brooklyn) และสเตตันไอส์แลนด์ (Staten Island) มีเพียงแมนฮัตตันและสเตตันไอส์แลนด์เท่านั้นที่มีลักษณะเป็นเกาะ       ล้อมรอบด้วยแม่น้ำซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกัน ฝั่งตะวันออกเรียกว่า แม่น้ำอีสต์รีเวอร์ (East River) และเรียกว่าแม่น้ำฮัดสัน

49.5K
article Img

อะไรคือ Ivy League??

อะไรคือ Ivy League??       มันคือคำเรียกวิทยาลัยที่ถูกใช้ทั่วไปในอเมริกา ทั้งในหนังสือ, โทรทัศน์ และภาพยนตร์   จึงไม่แปลกที่คุณอาจจะเจอกับคำถามที่ว่า ‘ Are you an Ivy Leaguer?’  และคุณก็อาจจะงงได้ว่าพวกเขาถามอะไรคุณกันแน่??   มาดูกันว่าคำคำนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมชาวอเมริกันถึงใช้มัน และทำไมมหาวิทยาลัยทุกแห่งในอเมริกาถึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Ivy League’ เสมอไป 1954  

16.6K
article Img

อันดับมหาวิทยาลัยของอเมริกาโดย Forbes

อันดับมหาวิทยาลัยของอเมริกาโดย Forbes        Forbes นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ได้มีการจัดอันดับสถิติในหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอเมริกา เช่น ลำดับเศรษฐีของโลก, ลำดับบริษัทที่น่าสนใจในอเมริกา รวมถึงอันดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกาด้วย       มาดูกันว่ามีมหาวิทยาลัยใดบ้างติดอันดับ American’s Top Colleges 2012 จากการจัดอันดับของ Forbes บ้าง NAME STATE

4.4K
article Img

อันดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนป.ตรีมากที่สุด

อันดับมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนป.ตรีมากที่สุด       โดย US NEWS ได้สำรวจมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  พบว่ามหาวิทยาลัยในอเมริกาที่มีนักเรียนปริญญาตรีมากที่สุด   โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากทั้งวิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีต่างๆ       จากการสำรวจนี้ พบว่านักเรียนจากหลากหลายรัฐของอเมริกาก็มีปัจจัยในการเลือกเรียนต่อระดับปริญญาตรีจากหลายปัจจัย เช่น ความใกล้บ้าน

4.2K