ลำพังแค่ป่วย หรือโจรขึ้นบ้านในเมืองไทยก็ยุ่งแล้ว ลองนึกภาพว่าถ้าเรื่องนี้เกิดในต่างประเทศขึ้นมาสิ ไม่อยากจะคิดความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ยิ่งหากไปเรียนต่ออเมริกาด้วยแล้ว ขั้นตอนความยุ่งยากก็อาจจะทวีคูณเพราะการเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ทำง่ายๆ แบบเมืองไทย ดังนั้นหากกำลังวางแผนเรียนต่อในอเมริกา และรู้สึกเวียนหัวกับระบบดูแลสุขภาพของที่นั่น ก็ควรวางแผนและเตรียมตัวไว้ก่อนเลย
ระบบการรักษาพยาบาลในสหรัฐอเมริกา
ในอเมริกา รัฐบาลไม่ค่อยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และถึงบริษัทเอกชนจะช่วยก็ไม่ได้ช่วยได้เยอะ คนอเมริกาส่วนใหญ่ไม่มีประกันสุขภาพ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล แค่ค้างในโรงพยาบาลคืนเดียว อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพันดอลล่าร์
ดังนั้นนักเรียนต่างชาติที่เรียนต่อในอเมริกาจึงควรสมัครประกันสุขภาพที่ดีเพื่อช่วยลดต้นทุนในการรักษาพยาบาลทุกรูปแบบ
ถ้าเรามีประกันสุขภาพในอเมริกา เราก็มั่นใจได้ว่าประกันจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่เรียนอยู่ เราอาจจะต้องจ่ายค่าสินไหมเป็นรายเดือน ซึ่งจำนวนที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับความครอบคลุมของกรมธรรม์และจำนวนคนที่ทางกรมธรรม์รับผิดชอบ
เลือกประกันสุขภาพให้เหมาะกับตัวเอง
การสมัครวีซ่านักเรียนแบบ F1 ไม่บังคับให้นักเรียนที่มาเรียนในอเมริกาสมัครประกันสุขภาพ แต่ทางมหาวิทยาลัยก็คาดหวังให้นักเรียนต่างชาติมีประกันสุขภาพคุ้มครองในระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นหลายมหาวิทยาลัยจะไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนเรียน
ดังนั้นหลายมหาลัยจึงแก้ปัญหาด้วยการกำหนดให้นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ โดยมหาวิทยาลัยจะมีแผนประกันสุขภาพให้นักเรียนต่างชาติอยู่แล้ว โดยแผนประกันสุขภาพของแต่ละมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกัน
นักศึกษาต่างชาติจึงต้องศึกษาว่ามหาวิทยาลัยมีแผนประกันสุขภาพอะไร และมีข้อกำหนดอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้จะปรากฎในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย หรือ ฐานข้อมูล the International Student Insurance ซึ่งจะมีข้อมูลทั้งหมดที่เราต้องการ
เมื่อเราทราบข้อกำหนดด้านการประกันสุขภาพของทางมหาวิทยาลัยแล้ว ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาของกรมธรรม์จากบริษัทต่างๆ ให้แน่ใจว่าเราได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วยงบประมาณที่เรามีอยู่ และควรเลือกจากกรมธรรม์ของบริษัทที่มีชื่อเสียงดีอย่าง ISO หรือ International Student Insurance
นอกจากนี้เรายังสามารถเปรียบเทียบกรมธรรม์ต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ American Visitor Insurance ไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์แบบไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคืออย่าลืมอ่านรายละเอียดให้แน่ใจว่ามีการคุ้มครองทั้งหมดที่เราต้องการหากเจอเหตุฉุกเฉิน
สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหรือความเจ็บป่วยอยู่ก่อนแล้ว สิ่งนี้อาจส่งผลถึงการครอบคลุมของกรมธรรม์ของเรา บางบริษัทอาจเรียกร้องให้เราจ่ายค่าสินไหมมากขึ้นหากเรามีปัญหาด้านสุขภาพก่อนทำประกัน ส่วนบริษัทอื่นๆ อาจกำหนดให้รอ 12 เดือนก่อนเริ่มการคุ้มครอง
ซื้อประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติจากไทย
เดี๋ยวนี้ บริษัทประกันภัยหลายเจ้ามีแผนประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว รวมถึงอเมริกาด้วย ลองเสิร์ชหาบริษัทประกันภัยที่มีแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมในอเมริกา ศึกษาข้อกำหนดของประกัน เลือกแผนที่เหมาะสม ที่สำคัญ คือควรดูว่ามีบริการดูแล 24 ชั่วโมงหรือไม่ เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเหตุการณ์จะเกิดตอนไหน
ลองดูประกันสุขภาพสำหรับเรียนต่อต่างประเทศของบริษัทประกันชั้นนำเหล่านี้ เช่น AXA, AIA, AIG, MSIG, Allianz โดยควรหาข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามจากคนที่เคยใช้ หรือรีวิวก่อนตัดสินใจนะคะ
การประกันที่พักอาศัยและทรัพย์สิน
การประกันสุขภาพเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับนักเรียนที่จะศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา การประกันที่พักอาศัยและทรัพย์สินก็จำเป็นเช่นเดียวกัน จะทำอย่างไรหากมีคนขโมยโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ของเรา? คงไม่สนุกหากต้องมาปวดหัวกับเรื่องแบบนี้ในต่างแดน
ถ้าเราพักอยู่ในที่พักของทางมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยของเราอยู่ในเขตพลุกพล่าน แน่นอนว่าความเสี่ยงที่ทรัพย์สินของเราจะสูญหายนั้นยิ่งสูงขึ้น สถาบันบางแห่งเข้าใจเรื่องนี้และมักจะรวมต้นทุนการประกันทรัพย์สินไว้ในค่าเช่าเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่เราจะเซ็นสัญญาเช่า ลองดูว่าทางที่พักของเรามีข้อเสนอนี้หรือเปล่า และประกันคุ้มครองอะไรบ้าง ถ้าเรามีของราคาแพงอาจต้องทำประกันเพิ่มเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างได้รับการคุ้มครอง นอกจากนี้กรมธรรม์ของบางบริษัทจะยินยอมให้ผู้ปกครองเพิ่มนักเรียนเป็นผู้เอาประกันได้ในราคาที่ถูกลง หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามนี้ก็คงต้องซื้อประกันแยกต่างหาก อย่าลืมอ่านเอกสารอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าเราเคลมประกันได้ถูกต้องหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ถ้าเราอาศัยอยู่กับคนอื่น เราควรมีกรมธรรม์ประกันภัยของเราเอง เก็บเอกสารไว้ในที่ๆ เราสามารถเข้าถึงได้หากต้องการเคลมประกัน และคอยตรวจเช็ควันหมดอายุและวันต่อสัญญาเสมอ
ถ้าพบว่ามีของหายหรือถูกขโมย ต้องคิดให้ดีว่าจะเคลมประกันดีหรือไม่ ถ้าความเสียหายไม่สูงมาก การออกเงินเล็กน้อยเพื่อซ่อมแซมของชิ้นนั้นอาจจะถูกกว่าการเคลมประกัน เพราะค่าประกันของเราจะเพิ่มสูงขึ้นหลังเคลม ลองตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปอเมริกาและเมื่อไปถึงอเมริกา
เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา