จะปีใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว ปีใหม่ ฟ้าใหม่ แผนเรียนต่ออันใหม่ (หรือแผนเดิมเอามาปัดฝุ่นใหม่) เราเชื่อว่าหลายคนคงมีแพลนเรียนต่อที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาระยะสั้นๆ หรือเรียนในหลักสูตรปริญญาในระยะยาว
บางคนอาจจะมีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไปเรียนที่ไหน แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าประเทศไหนนะที่จะใช่สำหรับเรา ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand จะมาเผย 5 เคล็ดลับในการพิจารณาเมืองหรือประเทศที่ตรงใจคุณ
หลักสูตรที่อยากเรียน
ขั้นนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะแต่ละที่จะกำหนดระยะเวลาในการเรียนที่แตกต่างกันไป อย่างถ้าเรียน ป.โทที่อังกฤษ ส่วนส่วนใหญ่จะเป็นเวลา 1 ปี ถ้าในอเมริกา ส่วนใหญ่จะเป็น 2 ปี บางคอร์สต้องเรียนออนไลน์ล่วงหน้าด้วย และหลักสูตรของแต่ละมหาลัยในแต่ละประเทศก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป
อย่างถ้าอยากเรียนวิศวะคอมฯ ก็อาจอยากไปอเมริกา
ถ้าอยากเรียนการเงิน กฎหมายก็อาจไปต่ออังกฤษ เป็นต้น
ที่สำคัญกว่านั้นคือ แต่ละหลักสูตรจะมีการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาการรับเข้า รวมทั้งผลการสอบวัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษอย่าง IELTS ที่แตกต่างกันออกไป
งบประมาณที่มี
แต่ละเมือง แต่ละประเทศย่อมมีค่าครองชีพที่แตกต่างกัน บางประเทศสามารถหางานทำระหว่างเรียนได้ บางประเทศก็ไม่อนุญาตให้ทำงาน ทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละที่แตกต่างกัน
ค่าที่พักก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณา หากเป็นที่พักในมหาวิทยาลัยก็จะราคาถูก แต่หากพักนอกมหาวิทยาลัยแต่อยู่ในเมือง ค่าที่พักก็มักจะสูงกว่าอยู่นอกเมือง แต่ก็จะประหยัดค่าเดินทางและเวลา
หนึ่งในวิธีการประหยัดค่าห้องคือการหารูมเมทไว้แชร์ค่าห้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นรายสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายในการเรียนถึงแม้จะเป็นหลักสูตรเดียวกัน แต่แต่ละประเทศก็แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามหลายที่ก็มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างชาติทุก ๆ ปี ซึ่งช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเช่นกัน
สังคมและวัฒนธรรม
คนไทยหลายคนที่เคยไปเรียนต่อประเทศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สังคมและวัฒนธรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะฝรั่งนั้น แตกต่างจากคนไทยหรือเอเชียอย่างมาก เช่น คนไทยมักจะขี้เกรงใจ ไม่พูดกันตรงๆ หรืออ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ที่อาวุโสกว่า ในขณะที่ฝรั่งจะเป็นพวกที่เปิดเผย พูดตรงๆ จนบางทีก็อาจจะแทงใจดำเกินไป
ส่วนเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ ปัจจุบันนี้ถึงแม้จะมีน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีอยู่และค่อนข้างสุดโต่งในบางคนจนถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกาย หลายคนเกิด Culture Shock จนต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่นาน บางคนจนกลับมาไทยก็ยังปรับตัวไม่ได้
สังคมในเอเชีย แม้จะมีความคล้ายกับวัฒนธรรมไทยมากกว่าฝั่งตะวันตก แต่แต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว ดังนั้นก่อนไปก็ต้องศึกษาด้วยว่าวัฒนธรรมแต่ละที่เป็นยังไง เราสามารถปรับตัวได้หรือไม่
อาหารเป็นอีกเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ ใครที่ชอบทานแป้ง ขนมปังหรืออาหารที่รสไม่จัดจ้านอยู่แล้ว ก็จะปรับตัวได้ไม่ยากหากต้องไปเรียนฝั่งยุโรป อเมริกา แต่ถ้าใครชอบอาหารรสชาติคนไทย คุณจะต้อง Homesick แน่นอน
สภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยว
นี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลายคนใช้พิจารณา เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน และไม่มีหิมะ เราจึงคุ้นชินกับการใส่เสื้อผ้าบางๆ สบายๆ ตลอดทั้งวัน แต่หลายประเทศก็อากาศหนาวจัดจนไม่อยากลุกไปเรียนก็มี บางประเทศก็มีหลายฤดูในวันเดียว
คนที่มักมีปัญหาสุขภาพจากสภาวะแวดล้อมที่จำเป็นต้องพิจารณา อย่างไรก็ตามทุกๆ ประเทศก็จะมีจุดขายด้านสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถาปัตยกรรมทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือความล้ำสมัยที่ดึงดูดความสนใจที่แตกต่างกันไป
เป้าหมายหลังจบการศึกษา
หลังจบการศึกษาหลายคนก็กลับมาทำงานที่ประเทศไทย หลายคนก็เลือกที่จะอยู่ทำงานต่อในประเทศนั้นๆ ก่อนตัดสินใจเลือกประเทศที่จะไปเรียน ลองพิจารณาดูว่าหลังจากที่เราจบการศึกษาแล้ว โอกาสในการทำงานเป็นอย่างไร หากกลับมาไทยจะมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพหรือไม่ หรือทำงานที่ต่างประเทศเลยอาจจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
แต่ละประเทศต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับตัว พร้อมเรียนรู้และทำความเข้าใจกับความแตกต่าง ๆ ได้แค่ไหน แต่หากพิจารณาตามข้อต่างๆ อย่างถี่ถ้วนก่อนไปเรียนอย่างดีแล้ว เชื่อว่าทุกคนจะมีความสุข และประสบความสำเร็จในการเรียนต่างประเทศแน่นอน
Happy New Year 2022!
รวมค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพใน 5 ประเทศสุดปัง อยากเรียนต่อต้องอ่าน