รวมทิปส์วางแผนเรียนต่อ คำนวนค่าใช้จ่ายและวิธีเก็บเงินเตรียมไปเรียนต่อ
เป็นที่รู้กันดีว่าการเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่แค่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีค่ากินอยู่ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าประกันสุขภาพ และยังค่าใช้จ่ายจุกจิก เช่น ค่าหนังสือเรียนและอื่น ๆ ถ้าตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่ได้วางแผนเก็บเงินหรือหาทุนไว้ดี ๆ อาจจะแย่เอาได้เลยแหละ
มาดูวิธีช่วยเก็บเงินหรือหาทุนสำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าวิธีเหล่านี้ใช้ได้ผลจริง
เรียนต่อต่างประเทศต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อต่างประเทศจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเทศที่ไปเรียน มหาวิทยาลัย หลักสูตรที่เราเลือก หอพักหรือที่พักที่จะไปอยู่ระหว่างเรียน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของเราเองค่ะ แต่ถ้าจะดูตัวเลขคร่าว ๆ จะอยู่ที่ประมาณนี้เลย
-
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อออสเตรเลีย ประมาณ 860,000 - 2,200,000 บาทต่อปี
-
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่ออังกฤษ 1,040,000 - 2,300,000 บาทต่อปี
-
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อแคนาดา 1,200,000 1,960,000 บาทต่อปี
-
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่ออเมริกา 1,350,000 - 2,530,000 บาทต่อปี
-
ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อนิวซีแลนด์ 900,000 - 1,900,000 บาทต่อปี
วิธีคำนวนค่าใช้จ่าย
ขั้นตอนสำคัญสำหรับการคำนวนค่าใช้จ่ายคือเราต้องประเมินค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ไว้ก่อน ตามสเต็ปนี้เลย
-
เราต้องเลือกประเทศ คัดให้เหลือที่เราชอบจริง ๆ 1-2 ประเทศแล้วมาตัดช้อยส์ออกให้เหลือที่เดียว
-
เลือกหลักสูตรที่เราชอบไว้ประมาณ 3-5 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัยที่เราชอบหรือเลือกจากหลายมหาวิทยาลัยก็ได้
-
คำนวนว่าเราต้องใช้เงินเท่าไหร่
-
คำนวนแบบละเอียด (เหมาะกับคนอยากไปเรียนต่อภายใน 1-3 ปี)
-
ค่าใช้จ่ายก่อนบินไปเรียน
-
ค่าทำวีซ่านักเรียน
-
ค่าธรรมเนียมการสมัคร (แล้วแต่มหาวิทยาลัย)
-
ค่าสอบ IELTS, TOEFL หรือการสอบวัดผลอื่น ๆ
-
ค่าตรวจสุขภาพ
-
ค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียน
-
ค่าตั๋วเครื่องบิน
-
ค่ามัดจำหอพักหรือค่าที่พัก
-
-
Financial statement ต้องเตรียมเงินในบัญชีไว้เท่าไหร่ถึงจะขอวีซ่านักเรียนได้
-
ค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน
-
ค่าเช่าหอ เช่าบ้าน
-
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส
-
ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์
-
ค่าหนังสือ ค่าทริปต่าง ๆ
-
ค่าช้อปปิ้ง เที่ยว
-
-
ค่าใช้จ่ายหลังเรียนจบ
-
ค่าขอวีซ่าอยู่ทำงานต่อหลังเรียนจบ (post study work or post graduate work visa มีแค่ในบางประเทศ)
-
ค่ากินอยู่ถ้าจะอยู่ทำงานต่อ
-
-
-
-
คำนวนแบบคร่าว ๆ (เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มวางแผนระยะยาว ยังไม่รีบไปเรียนต่อ)
-
ค่าเทอมของคอร์สที่จะไปเรียน
-
ค่ากินอยู่ของเมืองที่จะไปอยู่
-
Financial statement ต้องเตรียมเงินในบัญชีไว้เท่าไหร่ถึงจะขอวีซ่านักเรียนได้
-
Financial statement คืออะไร?
financial statement คือหลักฐานทางการเงินที่จะแสดงให้เห็นว่าเรามีเงินเก็บมากพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างไปเรียนต่อต่างประเทศได้
ถ้าจะไปเรียนต่อในบางประเทศ เช่น อังกฤษ อเมริกา ทางรัฐบาลเค้ากำหนดเลยว่าต้องมีเงินขั้นต่ำเท่าไหร่ ต้องแช่เงินไว้ในบัญชีนานเท่าไหร่ (บางประเทศบอกเลยว่าห้ามมีเงินน้อยกว่านั้นติดต่อกัน 6 เดือนขึ้นไป คือเค้าดู statement ย้อนหลังนานมาก)
ควรเช็คเรื่อง financial statement และอ่านกฎของแต่มหาวิทยาลัยและประเทศที่เราจะไปเรียนต่อให้ดี เพราะกฎเปลี่ยนบ่อยมาก เช็คทุก 3 เดือนคือดีที่สุด
วางแผนเก็บเงินเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ
รวมวิธีเก็บเงิน หาเงินเพื่อเรียนต่อ
-
วางแผนการออมเงิน
-
วางไว้เลยว่าแต่ละเดือนต้องเก็บเงินประมาณเท่าไหร่
-
เดี๋ยวนี้มีเว็บดี ๆ ที่ช่วยคำนวนวิธีออมเงินมาให้แบบละเอียดยิบ มาดูรีวิวเว็บช่วยคำนวนการออมเงินได้ตรงนี้เลย
-
แนะนำให้เปิดบัญชีแยกออกมาหรือเอาเงินออมนี้ใส่ไว้ในบัญชีที่เราจะไม่ถอนออกมาใช้เด็ดขาด
-
ฝากบัญชีที่ได้ดอกเบี้ยสูงหรือบัญชีสำหรับนักเรียน นักศึกษา
-
-
ทำงานเก็บเงิน
-
หางานที่เราถนัด ยิ่งถ้าเป็นงานที่เกี่ยวกับสาขาที่จะไปเรียนต่อได้ยิ่งดี
-
สำหรับน้อง ๆ ที่ยังเรียนอยู่ ทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เรียนไปด้วย ก็ช่วยให้เราเก็บเงินได้เยอะขึ้นนะ
-
นอกจากจะตั้งอกตั้งใจเก็บเงินแล้ว เรายังสามารถไปคุยกับหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคลได้ด้วยว่าทางบริษัทมีทุนให้เรียนต่อต่างประเทศสำหรับพนักงานไหม
-
อาจเป็นทุนที่รองรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือแค่บางส่วนของคอร์สเรียน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ระยะเวลาที่คุณทำงานที่บริษัทนั้น ๆ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ผลงานการทำงาน
-
-
ตรงนี้เราควรบอกบริษัทด่วนว่าถ้าเค้าให้ทุนเราไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เราจะเอาความรู้และประสบการณ์กลับมาช่วยพัฒนาองค์กรของเรายังไง (ทางบริษัทอาจจะให้เซ็นต์สัญญาว่าเราจะกลับมาทำงานกับทางบริษัทหลังเรียนจบแน่ ๆ นะ)
-
บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งมีทุนให้พนักงานไปเรียนต่อ เช่น
-
ธนาคารแห่งประเทศไทย
-
SCG ปูนซิเมนต์ไทย
-
ธนาคารใหญ่ ๆ เช่น SCB
-
-
-
ลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้
-
ถ้าสนใจเรื่องหุ้นหรือการลงทุน แนะนำให้ไปคุยกับแบงก์หรือหาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงทุน เลือกการลงทุนที่ไว้ใจได้ เช่น สลากออมสินของรัฐบาล
-
วิธีการขอทุน
-
เริ่มด้วยการคำนวนค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ที่ต้องใช้ก่อน
-
เช็คว่าเรามีเงินเก็บเท่าไหร่ ขาดเหลือเท่าไหร่ (บางทีทุนก็ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้)
-
หาทุนที่เหมาะกับความต้องการของเรา
-
ทุนมูลค่าเท่าไหร่ - เค้าให้เรากี่บาท
-
คุณสมบัติผู้สมัครทุน - ต้องเป็นยังไง อายุ ระดับการศึกษา สาขาที่เรียน เกรดเท่าไหร่ ต้องมีประสบการณ์การทำงานมั้ย
-
ทุนช่วยแบบไหน
-
Full scholarship ทุนแบบเต็มจำนวน ช่วยจ่ายหมดทุกอย่างตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากินอยู่ ค่าเล่าเรียน สายเปย์มาเอง
-
Partial Scholarship ทุนแบบช่วยบางส่วน อันนี้จะให้เงินครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางอย่าง หรืออาจจะเป็นเงินก้อนหนึ่งที่เอามาใช้ระหว่างเรียนได้
-
-
ระยะเวลาสมัครทุน - เค้าเปิดรับสมัครทุนเมื่อไหร่ ปิดรับเมื่อไหร่
-
ขอทุนได้จากที่ไหนบ้าง
-
ทุนจากรัฐบาล (ทั้งรัฐบาลไทยและของต่างประเทศ)
-
ทุนจากรัฐบาล - เช็คจากเว็บของกระทรวงฯ ได้เลย
-
ทั้งรัฐบาลไทยและต่างประเทศจะมีทุนการศึกษาให้สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศและมีคุณสมบัติพร้อม
-
ถ้าเลือกทุนของรัฐ อย่าลืมอ่านระเอียดดี ๆ ว่าเราต้องทำงานคืนทุนนานเท่าไหร่หรือใช้ทุนคืนได้ยังไงบ้าง
-
-
ทุนจากมหาวิทยาลัย - ทุนช่วยเหลือของมหาลัยต่างๆ เกือบทุกที่จะมีทุนการศึกษาประจำคณะอยู่แล้ว บางที่จะให้เราสมัครเรียนพร้อมขอทุนได้ด้วย ซึ่งทุนเหล่านี้ส่วนใหญ่เค้าจะแยกทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติออกมาต่างหาก ทำให้คู่แข่งน้อยลง เรามีโอกาสได้ทุนมากขึ้น อยากดูข้อมูลตรงนี้ก็ไปส่องในเว็บของมหาลัยนั้น ๆ ได้เลยค่ะ
-
ทุนจากองค์กรอิสระ หรือบริษัทเอกชน เช่น ทุนปูนอินทรีย์ที่ให้เฉพาะเด็กต่างจังหวัด หรือ ทุนTCDC (Thailand Creative & Design Center) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ที่ให้ทุนเฉพาะด้านออกแบบและดีไซน์เท่านั้น
-
-
ใครที่วางแผนจะเรียนต่อแล้ว มีคำถามตรงไหน ไม่เข้าใจอะไร สามารถขอคำปรึกษาได้ฟรีจากพี่ ๆ เอเจ้นท์ของเราได้เลยนะคะ จิ้มลิ้งค์ข้างล่างไปเลยหรือจะทักแชทก็ได้ ไลน์ก็ได้นะ
Updated by: Anuchana P
เครดิท
