พอพูดถึงคณะเศรษฐศาสตร์ เรามักนึกถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง แต่จริงๆ แล้วเศรษฐศาสตร์มีอะไรมากกว่านั้น วันนี้ Hotcourses Thailand ขอพาไปเจาะลึกถึงสาขาเศรษฐศาสตร์ ไปดูว่าคณะนี้เรียนอะไรบ้าง เส้นทางของบัณฑิตคณะนี้จะไปทางไหนได้บ้าง
เศรษฐศาสตร์ คืออะไร?
ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้นิยามของ เศรษฐศาสตร์ หรือ Economics ว่าเป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับการจัดสรรและกระจายทรัพยกรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีไม่จำกัด ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและประเทศ ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อความอยู่ดีกินดีของมนุษย์
เศรษฐศาสตร์เรียนอะไรบ้าง
แต่ละมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรไม่เหมือนกันก็จริง แต่วิชาพื้นฐานในสาขาประวัติศาสตร์ก็ไม่ต่างกันมากนัก เพราะเนื้อหาเหล่านี้จำเป็นในการทำความเข้าใจเศรษฐศาสตร์ในด้านต่างๆ
Microeconomics (เศรษฐศาสตร์จุลภาค)
Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
Foundations of Economic and Financial Models (พื้นฐานเศรษฐศาสต์และโมเดลการเงิน)
Behavioral Economics (เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม)
Managerial Economics (เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ)
Financial Economics (เศรษฐศาสตร์การเงิน)
Economic Policy Analysis (การวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจ)
Money, Banking and Financial Markets (การเงิน การธนาคารและตลาดทุน)
International Trade (การค้าระหว่างประเทศ)
Law and Economics (กฎหมายกับเศรษฐศาสตร์)
Game Theory (ทฤษฎีเกม)
Statistics (สถิติ)
Calculus (แคลคูลัส)
วิชาเลือกอื่นๆ อาจเน้นไปที่เศรษฐศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ในไทย เอเชียตะวันออก อเมริกา ยุโรป และเศรษฐศาสตร์โลก (World Economy)
มหาลัยระดับโลกด้านเศรษฐศาสตร์
อ้างอิงจากการจัดอันดับวิชา Economics and Econometrics โดย QS มหาลัยที่มีคณะเศรษฐศาสตร์ดีที่สุด คือ
1. Harvard University
2. Massachusetts Institute of Technology (MIT)
3. Stanford University
4. University of Chicago
5. University of California, Berkley (UBC)
6. The London School of Economics and Political Sciences (LSE)
7. Princeton University
8. University of Oxford
8. Yale University
10. University of Cambridge
เรียนต่อเศรษฐศาสตร์ในอเมริกา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ US$45,544 ต่อปี
เรียนต่อเศรษฐศาสตร์ในอังกฤษ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ £25,326 ต่อปี
เรียนต่อเศรษฐศาสตร์ในออสเตรเลีย ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ A$34,300 ต่อปี
เรียนต่อเศรษฐศาสตร์ในแคนาดา ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ CAD$29,253 ต่อปี
เรียนต่อเศรษฐศาสตร์ในไอร์แลนด์ ค่าเทอมเฉลี่ยอยู่ที่ €20,500 ต่อปี
ค้นหามหาลัยทั่วโลกที่เปิดสอนหลักสูตรเศรษฐศาสตร์
ทุนการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์
ใครที่สนใจอยากเรียนต่อด้านวารสารศาสตร์ หรือสื่อสารมวลชน ลองเข้าไปดูทุนการศึกษาเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์ได้ที่นี่เลย
จบเศรษฐศาสตร์แล้วทำอะไรบ้าง
บัณฑิตคณะเศษฐศาสตร์สามารถทำงานในวงการเอกชนอย่างธนาคาร บริษัทให้คำปรึกษา บริษัทประกันภัย บริษัทบัญชี หรือทำงานให้กับหน่วยงานรัฐบาล หรือองค์กรระหว่างประเทศอย่าง World Bank, Asian Development Bank ก็ได้ อาชีพที่นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ทำได้ มีตั้งแต่
นักเศรษฐศาสตร์
นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงิน
นักวางแผนทางการเงิน
นักวิจัย
อาจารย์
ที่ปรึกษาด้านการเงิน
นักวิเคราะห์การลงทุน
นักวิเคราะห์ตลาด
เจ้าหน้าที่บริหารกองทุน
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary)
ผู้จัดการด้านความเสี่ยง (Risk manager)
นักสถิติ (Statistician)
หากไม่ไปสายอาชีพตรงๆ ก็สามารถทำงานในตำแหน่งเหล่านี้ได้ เช่น Business development manager, data scientist, management consultant, policy officer, government officer เป็นต้น
เงินเดือนบัณฑิตเอกเศรษฐศาสตร์
ในสหราชอาณาจักร บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์มีรายได้เฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ £25,000 - £35,000 และอาจมีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง 40,000 ปอนด์ภายในไม่กี่ปี
ส่วนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น อาจเริ่มต้นที่ £50,000 ถึง £75,000 รายได้นี้จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ สถานที่และสาขาที่ทำงาน เพราะเงินเดือนนักเศรษฐศาสตร์จะแตกต่างกัน คนที่ทำงานในธนาคาร ตลาดทุน หรือบริษัทให้คำปรึกษามักจะได้เงินเริ่มต้นมากกว่า
ในออสเตรเลีย รายได้เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ A$96,216 ต่อปี
โอกาสทำงานในต่างประเทศ
ในนิวซีแลนด์ อาชีพสายตรงจากเอกเศรษฐศาสตร์ยังไม่อยู่ในลิสต์อาชีพขาดแคลนใดๆ แต่หลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น Economist, Land Economist, Risk manager หรือ Actuary และ Statistician ก็อยู่ในในลิสต์ Skill level classification ซึ่งสามารถสมัครวีซ่า Skilled Migrant Category Resident Visa และ Global Impact Permanent Residence Visa ของนิวซีแลนด์ได้
ในออสเตรเลียก็ใช้เกณฑ์เดียวกันกับนิวซีแลนด์
แต่อย่าลืมว่าปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์สามารถทำงานในหลายวงการมาก หากไปเรียนต่อในต่างประเทศก็มักจะมีสำนักงานขององค์กรระหว่างประเทศตั้งอยู่ (เช่น United Nations, World Bank, IMF ฯลฯ) หรือบริษัทให้คำปรึกษาระดับโลกที่มีสำนักงานหลายที่เช่นกัน นี่ทำให้บัณฑิตคณะนี้มีโอกาสได้งานในต่างประเทศไม่น้อยเลย