ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : แนะนำหลักสูตรและสาขา

การแปลและล่ามดีไหม เรียนอะไร เหมาะกับเราหรือเปล่า

เรียนล่าม
329

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเรียนการแปลและล่ามคืออะไร เรียนอะไร จบไปทำอะไร และเดี๋ยวนี้ยังจำเป็นจะต้องเรียนอยู่รึเปล่าในเมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การแปลภาษาเป็นเรื่องง่ายมากๆ แล้ว ลองมาทำความรู้จักกับการเรียนสาขานี้ในบทความนี้กันดีกว่า แล้วมาดูว่ามันเหมาะกับเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

 

อันดับแรก มาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าสาขา การแปลและการเป็นล่าม คืออะไร สองคำนี้ต่างกันรึเปล่า

  • การแปล หรือ Translation ส่วนมากหมายถึงการแปลในงานเขียน คือการเปลี่ยนภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง มีที่มาจากคำว่า trans ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนนั่นเอง
  • ล่าม หรือ Interpretation ส่วนใหญ่ใช้พูดถึงงานที่แปลการเจรจาในบทสนทนา เป็นการแปลภาษาอยู่ระหว่างสองฝ่ายที่สนทนากัน ซึ่งมีที่มาจากคำว่า Inter ที่แปลว่าระหว่างนั่นเอง

พอเข้าใจความแตกต่างของสองศาสตร์นี้คร่าวๆ แล้วก็พอเห็นภาพบ้างว่าจะเรียนต่างกันอย่างไร อย่างการแปลก็จะเน้นไปที่ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร ภาษาเขียน ในขณะที่การเรียนการเป็นล่ามก็เน้นไปด้านการพูดมากกว่า นั่นหมายถึงต้องคำนึงเรื่องอื่นด้วย เช่น ภาษาที่ใช้ การตีความ ความเร็ว การเลือกใช้คำ เพราะล่ามส่วนใหญ่ต้องฟังแล้วแปลเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละที่ก็อาจจะมีหลักสูตรที่สอนทั้งสองประเภทนี้ด้วยกันหรือแยกเน้นกันไปเลยก็มี

 

ก่อนจะไปดูว่าเรียนแล้วไปทำอะไรได้บ้างลองมาดูหลักสูตรคร่าวๆ ดีกว่าว่าเรียนอะไรกันบ้าง

 

เรียนแปล

 

สถาบัน

                สถาบันในประเทศ

การเรียนคร่าวๆ ของที่นี่มีทั้งเรียนทั้งแปลและล่ามหรือแยกเรียนแค่อย่างเดียวก็ได้ ภายในหลักสูตรจะประกอบด้วย กระบวนการ บทแปลและปรากฏการณ์ต่างๆในการแปล ตามมิติภาษาศาสตร์ การสื่อสาร สังคมวัฒนธรรม การฝึกนักแปล หลักและแนวทางการแปลส่วนด้านการล่ามจะได้ศึกษาพวกหลักการ ขั้นตอน การฝึกทักษะการเป็นล่ามจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยสำหรับการเจรจาต่อรองระหว่างบุคคลทั่วไป การสัมภาษณ์ และการพูดในหัวข้อทั่วไป การวิเคราะห์ปัญหาและการแก้ปัญหาต่างๆ 

 

            สถาบันในต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับของมหาวิทยาลัยนี้ถูกจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย TIME อยู่อันดับที่ 501 มีหลักสูตรการแปลต่างๆ ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นการแปลและล่าม หรือหลักสูตรแบบสองปริญญาควบคือปริญญาโทอักษรศาสตร์การแปลและปริญญาโทบริหารธุรกิจ นอกจากนี้หลักสูตรเกี่ยวกับภาษายังมีหลากหลายภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาเยอรมัน  ฝรั่งเศส รัสเซีย ญี่ปุ่น อังกฤษ และสเปน

มหาวิทยาลัย University of New South Wales มีชื่อเรื่องการแปลและล่ามมาก อันดับของมหาวิทยาลัยนี้ที่จัดโดย TIME อยู่ที่อันดับ 85! ตัวแคมปัสมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีหลักสูตรที่แบ่งเป็นปริญญาโทด้านการล่าม และปริญญาโทที่เรียนทั้งการแปลและล่ามไปด้วยกัน

สำหรับใครที่ไม่อยากไปไกลบ้านนัก The Hong Kong Polytechnic University ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยอันดับมหาวิทยาโลกที่จัดโดย TIME ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่น้อยหน้าที่ไหน อยู่ที่อันดับ 185! โดยเป็นการเรียนทั้งการแปลและล่ามเลย ที่น่าสนใจคือหลักสูตรการแปลและล่ามของที่นี่ถูกจัดอยู่ในภาควิชาปรัชญา คงจะเรียนกันลึกซึ้งเลยทีเดียว ถ้าใครสนใจหลักสูตรก็สามารถไปดูต่อได้ในเว็บไซต์เลย

 

ถ้าสนใจหาคอร์สเกี่ยวกับการแปลและการล่ามในต่างประเทศนอกเหนือจากนี้แล้วล่ะก็ลองเสิร์ชคอร์สในเว็บไซต์ของเราได้เลย

                

 

อาชีพ

อาชีพที่คนที่เรียนสาขานี้สามารถไปประกอบได้นั้นมีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นนักแปล ล่าม ซึ่งนักแปลก็ยังแบ่งย่อยไปอีก อาจจะแปลเอกสารธรรมดา เอกสารราชการ นักแปลกฎหมาย แปลซับไตเติล แปลข่าว ส่วนล่ามก็มีตั้งแต่ล่ามประจำโรงพยาบาล ประจำคลินิก ไปจนถึงการเป็นล่ามในงานสำคัญต่างๆ บางทีทั้งนักแปลและล่ามที่มีประสบการณ์และความสามารถก็จะได้ทำงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระดับประเทศบ่อยๆ ด้วย

คนที่เรียนสาขานี้ได้เปรียบด้านภาษา เพราะฉะนั้นแม้ไม่ได้ศึกษาบางสาขาโดยตรงแต่ก็จะมีโอกาสได้ไปทำงานในหลายๆ วงการด้วย เช่นในวงการการแพทย์ วงการสื่อบันเทิง ทั้งการไปเป็นนักข่าวและเป็นล่ามแปลระหว่างศิลปิน (แบบที่เราเห็นบ่อยๆ เวลามีนักร้องเกาหลีมาไทย) และครอบคลุมไปถึงวงการการศึกษา

 

รายได้

แน่นอนว่าพอพูดถึงอาชีพแล้วที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเรื่องรายได้ สำหรับรายได้จากอาชีพการแปลและล่ามนั้นก็มีราคาแตกต่างกันไปตามความสามารถ ประสบการณ์ คะแนน ใบรับรอง รวมถึงความต้องการของตลาดต่อภาษานั้นๆ ด้วย เช่น การแปลภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสก็อาจจะได้มากกว่าภาษาอังกฤษ

โดยงานสายนี้ก็อาจจะมาจากการเป็นฟรีแลนซ์หรือทำงานประจำ งานประจำก็เป็นการตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างว่าใน 1 เดือนจะแปลหรือเป็นล่ามกี่งาน กี่คำ

สำหรับสายฟรีแลนซ์อาจจะคิดเงินกันจุกจิกนิดหน่อย เช่นตามจำนวนคำ หรือเป็นโปรเจคต์ๆ ไป เรียกว่าต้องมีระเบียบพอสมควรเพื่อพิจารณาว่าโดยเฉลี่ยแล้วเราทำงานได้กี่คำถึงจะเหมาะสมกับเงินที่ได้รับ ต้องสะสมตัวอย่างผลงานเพื่อไปเจรจากับนายจ้างคนอื่นๆ ต่อไป แต่ข้อดีของงานแบบนี้ก็คือจะได้เจอกับประเภทงานที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น สารคดี ซีรีย์ บทความ ข่าว หรือบทละคร

 

ความจำเป็นที่ต้องเรียนสาขานี้

ถ้าถามว่าจำเป็นที่ต้องเรียนสาขานี้เพื่อทำงานประเภทนี้รึเปล่า คำตอบก็คือไม่ ก็เหมือนกับการที่บางคนอาจจะไม่ต้องเรียนการตลาดแต่ออกมาทำธุรกิจ หรือเป็นหมอแต่ผันตัวมาเป็นนักเขียนนิยาย ไม่ว่าเราจะเรียนอะไรถ้าตั้งใจอยากทำแล้วก็ต้องทำให้ได้เนอะ

สาขาประเภทที่ใกล้เคียงกับงานประเภทการแปลและล่ามเพราะทำให้ได้เจอกับการศึกษาเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมเยอะๆ ก็พวกการเรียนประเภทมนุษยศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ทั่วไป ลองอ่านบทความของเราที่นี่ว่าทำไมถึงต้องเรียนมนุษยศาสตร์เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น

 

 

แต่สาขาการแปลหรือการล่ามนี้ก็จำเป็นสำหรับคนที่ชอบรู้ลึก รู้ชัวร์ไม่มั่วนิ่ม และคนที่มีแพสชั่นเกี่ยวกับการแปล การเป็นล่าม เพราะสาขานี้ไม่ใช่แค่สอนภาษาแต่ยังรวมถึงเรื่องของสังคม วัฒนธรรม บริบทการวางตัว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และโครงสร้างของภาษาด้วย สำหรับคนรักภาษาแล้วก็ห้ามพลาดเลย

 

สรุป

สรุปแล้วการแปลและล่ามแม้จะคล้ายกันแต่ก็ยังมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง อาชีพที่เป็นก็เป็นได้หลากหลาย สิ่งที่ต้องตัดสินใจจริงๆ ก็อาจจะเป็นเรารักภาษามากแค่ไหน และรักการต้องดีลกับคนมากหน้าหลายตา เป็นตัวกลางการเจรจา เข้าสังคมรึเปล่า เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้ที่ศึกษาหรือทำงานเกี่ยวข้องกับงานสายนี้

อีกข้อที่ต้องคำนึงถึงคือจะเรียนที่ไทยหรือต่างประเทศ ทุกสถาบันมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันหมด อย่างถ้าเลือกเรียนประเทศไทยในก็จะได้ข้อได้เปรียบเรื่องการมาบูรณะกับภาษาไทยโดยตรง แต่ถ้าเลือกเรียนที่ต่างประเทศก็อาจจะได้เรื่องพื้นฐานที่แน่นกว่า การเข้าถึงข้อมูลง่ายกว่า
               

คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ด้านการแปลและผ่านการเรียนการแปลมาบ้าง น้องๆ ที่สนใจเรียนด้านนี้และสนใจทำงานที่เกี่ยวกับการแปลหรือการล่ามคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้เลยคือการเป็นคนรักการอ่าน ตรวจทานและหาข้อผิดพลาดได้ รวมถึงต้องมี (หรืออยากมี) ความสามารถในการติดต่อ พูดคุยกับคนอื่นๆ เพราะเป้าหมายหลักของสาขานี้ก็คือเพื่อการสื่อสารนั่นเอง

พอพูดถึงตรงนี้ก็อาจจะมีคนตกใจกลัวว่าต้องอ่านเยอะแค่ไหน อ่านอะไร เปิดแต่ดิครึเปล่า ก็อย่าเพิ่งกังวลไป อาจจะไม่ต้องตะบี้ตะบันอ่านแต่สะสมพฤตกรรมนิสัยรักการอ่านไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากนิยายหรือหนังสือที่เราชอบจะได้ไม่เบื่อ

ถ้ามั่นใจว่าเรารักการอ่าน ตาดี ทำงานภายใต้กรอบเวลาได้ รักการทำงานในบรรยากาศอินเตอร์ ได้ใช้ภาษา ก็ควรเอาดีทางด้านนี้แล้วเริ่มจากลองหาคอร์สที่ใช่ สถาบันที่ชอบ แล้วเลือกเรียนสาขานี้ได้เลย

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

เรียนล่าม

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...