เอาใจทีมออสเตรเลีย! คู่มือส่งลูกเรียนต่อ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ที่อยากส่งลูกไปเรียนต่อออสเตรเลีย
คราวที่แล้วเราเปิดโหวตให้เลือกกันว่าคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองอยากส่งน้อง ๆ ไปเรียนต่อประเทศไหนกันบ้าง และหนึ่งในประเทศที่ติดท็อป 2 อันดับแรกก็คือ ออสเตรเลีย นั่นเองค่า
วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลที่ผู้ปกครองควรรู้ สรุปทุกอย่างมาให้ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายไปจนถึงโอกาสการได้งานทำหลังเรียนต่อออสเตรเลีย ใครที่วางแผนอยากส่งลูกหลานไปเรียนต่อป.ตรี ป.โทที่ออสเตรเลีย แวะมาอ่านตรงนี้กันก่อนค่ะ ที่เดียวครบ ตอบทุกข้อสงสัย
แต่ถ้าผู้ปกครองท่านไหนมีคำถามเฉพาะเจาะจงหรืออยากขอคำปรึกษาเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อเอเจ้นท์ IDP Hotcourses Thailand ได้โดยตรงโดยกรอกแบบฟอร์มตรงนี้เลยค่ะ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรีและดูแลตลอดกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มหาที่เรียนไปจนถึงการหาที่พักเลย
สารบัญ
การเงิน เงินเก็บ งบประมาณสำหรับส่งลูกหลานไปเรียนต่อออสเตรเลีย
ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะส่งลูกหลานไปเรียนต่อออสเตรเลียได้?
คำตอบข้อนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียน รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เรามาลองแยกออกมาเป็นส่วน ๆ กันค่ะ
-
ค่าเล่าเรียน ค่าเทอมสำหรับเรียนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลีย
-
ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยสำหรับการเรียนต่อออสเตรเลีย (ค่าเฉลี่ยนี้ไม่รวมหลักสูตรทางการแพทย์ เช่น แพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งค่าเล่าเรียนจะสูงกว่านี้มาก)
-
เรียนต่อปริญญาตรี - ค่าเล่าเรียนประมาณ AU$20,000 - $45,000 ต่อปี
-
เรียนต่อปริญญาโท - ค่าเล่าเรียนประมาณ AU$22,000 - $50,000 ต่อปี
-
เรียนต่อปริญญาเอก - ค่าเล่าเรียนประมาณ AU$20,000 - $42,000 ต่อปี
-
-
-
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย
-
มหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น The Australia National University มีค่าธรรมเนียม student services and amenities fee ประมาณ $373 (อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับปี 2569) แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งก็ไม่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้นะคะ
-
การขอวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนต่อออสเตรเลีย
-
วีซ่าที่ต้องขอ: Subclass 500
-
ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า:
-
AUS$2,000 สำหรับผู้สมัครหลักที่จะไปเรียนต่อ
-
AUS$1,225 ต่อคน สำหรับผู้ติดตามอายุ 18 ปีขึ้นไป
-
-
เมื่อได้วีซ่านักเรียนแล้ว สามารถอยู่ในประเทศได้: สูงสุด 6 ปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน
-
คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองสามารถคำนวณค่าวีซ่าได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของออสเตรเลีย โดยเข้าไปในเว็บไซต์ Immigration Home Affairs Australia (Visa pricing estimator) ได้เลยค่ะ
-
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย Subclass 500
-
หลักฐานแสดงการสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลียหรือเรียกอีกอย่างว่า Confirmation of Enrolment (COE)
-
พาสปอร์ต
-
หลักฐานการจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า
-
กรอกข้อมูลสำหรับแสดง Genuine Student Criteria รวมทั้งเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น
-
ผลการเรียน ทรานสคริปต์ CVและจดหมายการยืนยันการทำงาน (ถ้าทำงานแล้ว)
-
ผล IELTS หรือผลสอบภาษาอังกฤษอื่น ๆ
-
หลักฐานทางการเงิน แสดงจำนวนเงินที่พอครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่จะไปเรียนทั้งหมด
-
รายละเอียดการซื้อประกันสุขภาพ (Health insurance policy หรือ OSHC)
-
เงินในบัญชีที่นักเรียนต้องมีเพื่อขอวีซ่าหรือรายได้ขั้นต่ำของผู้ปกครองที่ต้องแสดงเพื่อขอวีซ่า
ทางรัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดว่าผู้ที่จะมาเรียนต่อในออสเตรเลียต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินเก็บเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่จะมาเรียน โดยแบ่งออกเป็น
-
ค่าครองชีพไม่ต่ำกว่า AU$29,710 ต่อปี
-
หรือ หลักฐานแสดงเงินเดือนของผู้ปกครองว่ามีรายได้ไม่ต่ำกว่า AUD$87,856 ต่อปี (ต้องได้เงินเดือนอัตรานี้มาติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 12 เดือนก่อนสมัครขอวีซ่า)
-
-
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
-
ค่าเล่าเรียน (แล้วแต่หลักสูตรและมหาวิทยาลัย) สำหรับ 1 ปีแรก
ตัวอย่างการคำนวณหลักฐานทางการเงินที่ต้องแสดง
-
ค่าครองชีพ AU$29,710
-
+ ค่าเดินทาง AUD$2,000
-
+ ค่าเล่าเรียนปีแรก AUD$34,816
-
เงินในบัญชีที่ต้องแสดง รวมทั้งหมด AUD$66,526
-
หรือ หลักฐานแสดงเงินเดือนของผู้ปกครองว่ามีรายได้ไม่ต่ำกว่า AUD$87,856 ต่อปี
-
ระยะเวลาประเมินผลวีซ่า: ประมาณ 1 - 6 เดือน
วีซ่านักเรียน (Student Visa) ของออสเตรเลีย จะเรียกว่า subclass 500 ซึ่งเป็นวีซ่านักเรียนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในออสเตรเลีย ใครที่อยากมาเรียนไม่ว่าจะเป็นในหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้น คอร์สปรับพื้นฐาน ระดับวิชาชีพ วิทยาลัย หรือระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไปก็ต้องขอวีซ่าตัวนี้
ผู้ถือวีซ่านักเรียนจะต้องมีประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (Overseas Student Health Cover: OSHC) ด้วยนะคะ
ผู้ปกครองหรือสปอนเซอร์สามารถผ่อนจ่ายค่าเทอมได้หรือไม่?
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กำหนดให้นักเรียนต้องจ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่บางมหาวิทยาลัยก็ผ่อนปรนให้กับนักศึกษาในกรณีพิเศษ เช่น อนุญาตให้ผ่อนจ่ายค่าเรียนเป็นงวดได้ มีทุนการศึกษาให้ และอื่น ๆ
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่อนุญาตให้ผ่อนจ่ายค่าเรียนได้
-
Griffith University นักเรียนต่างชาติสามารถทำเรื่องขอผ่อนค่าเรียนได้ผ่าน Academic Payment Plan
-
University of Melbourne ตอนทำเรื่องสมัครเรียน นักเรียนสามารถเลือกวิธีการจ่ายค่าเรียนได้ คือจะจ่ายแบบทั้งหมดหรือเลือกแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดเท่า ๆ กันก็ได้
-
University of South Australia นักเรียนต่างชาติสามารถผ่อนจ่ายได้ 2 งวดก่อนหลักสูตรจะเริ่มเปิดสอน
ถ้าผู้ปกครองท่านไหนสนใจการผ่อนจ่ายค่าเทอม สามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ IDP ได้นะคะว่ามหาวิทยาลัยที่ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราอยากไปเรียนต่อนั้น มีระบบผ่อนจ่ายให้เราหรือไม่
ค่าครองชีพสำหรับเรียนต่อในออสเตรเลีย
ถึงรัฐบาลจะกำหนดว่าเราต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเงินครอบคลุมค่าครองชีพ AU$29,710 ต่อปี แต่ตัวเลขจะแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยและสถานการณ์ของแต่ละคน
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างตัวเลขกลม ๆ จะได้ตามข้างล่างนี้ค่ะ
-
ค่าที่พัก AU$450 - AU$2,000/เดือน ขึ้นอยู่กับที่พัก
-
ค่าอาหาร (ทำอาหารทานเองหรือไปทานข้างนอก) $400 - $780/เดือน
-
ค่าโทรศัพท์และค่าอินเตอร์เน็ต $60 - $130/เดือน
-
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส $200/เดือน แต่ส่วนใหญ่ถ้าอยู่หอพักของมหาวิทยาลัยหรือหอพักบางที่ จะรวมค่าใช้จ่ายตรงนี้ไว้แล้ว ถ้ายังไม่รวม อาจจะต้องหารกับรูมเมทหรือเพื่อนที่เช่าบ้านด้วยกัน
-
ค่ากิจกรรมต่าง ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของเรา เช่น ค่าดูหนัง ค่าเที่ยว $80 - $150
ทุนที่น่าสนใจ
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในออสเตรเลียมีทุนการศึกษาและกองทุนช่วยเหลือด้านการเงินให้กับนักศึกษา ซึ่งเราสามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเลยว่าผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติแบบใดบ้าง สมัครอย่างไร และมีทุนให้เท่าไหร่
นอกจากทุนของมหาวิทยาลัยแล้ว ออสเตรเลียยังมีทุนของรัฐบาลที่เรียกว่า “Australia Awards” ซึ่งเปิดให้ทั้งนักศึกษาของออสเตรเลียและนักศึกษาต่างชาติสมัครเข้าขอทุนได้
เรียนต่อออสเตรเลียด้านไหนดี? เจาะลึกรายได้ตามวุฒิและสาขาในออสเตรเลีย
Step-by-step guide รวมขั้นตอนการไปเรียนต่อออสเตรเลียแบบละเอียดยิบ อัพเดทล่าสุด
ทำงาน part-time ระหว่างเรียนต่อออสเตรเลีย ได้เงินเดือนเท่าไหร่?
อัพเดทข่าวสำหรับคนอยากทำงานไปเรียนไป
การเลือกหลักสูตร มหาวิทยาลัย
เลือกมหาวิทยาลัยและสาขายังไงให้ถูกใจ?
4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกมหาวิทยาลัยให้เหมาะกับลูกหลานของเรา คือ
-
หลักสูตรหรือคอร์สที่สนใจ
-
อยากเรียนด้านไหนเป็นพิเศษ? สนใจทางไหนบ้าง?
-
-
เมือง
-
เมืองใหญ่หรือเมืองเล็ก? ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกหลานของเราหรือเปล่า?
-
-
มหาวิทยาลัย
-
มหาวิทยาลัย ranking โอเคไหม? โดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ?
-
-
คุณสมบัติของผู้สมัคร
-
ต้องได้ผลสอบเท่าไหร่? ผลคะแนน IELTS เท่าไหร่?
-
-
อย่าลืมดูค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพด้วยนะคะ
ดู Ranking ของมหาวิทยาลัยได้ที่ไหน?
Ranking ที่เป็นที่นิยมใช้อ้างอิงกันมี 2 สำนักใหญ่ ๆ คือ
มหาวิทยาลัยที่น่าสนใจ
มหาวิทยาลัยหลายแห่งในออสเตรเลียมีชื่อเสียงระดับโลก ranking ดี และได้รับการยอมรับในระดับสากล เราขอยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยข้างล่างนี้ค่ะ ทั้งหมดมีคุณสมบัติสุดเป๊ะ คือ
✨ มหาวิทยาลัยคุณภาพดี
✨ ค่าเทอมไม่แพงมากจนเกินไป
✨ มีหลักสูตรให้เลือกหลากหลาย
✨ มีเอเจ้นท์คนไทยเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัย คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือทุกขั้นตอนการสมัครเรียน นับตั้งแต่การส่งใบสมัคร แนะนำการเตรียมเอกสาร ติดตามผล ช่วยด้านวีซ่า ไปจนถึงการหาที่พักและบริการต่าง ๆ เมื่อไปถึงออสเตรเลีย
มหาวิทยาลัยแนะนำ
- The University of Queensland
- มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 6 ของออสเตรเลียและอันดับที่ 42 ของโลก จากการจัดอันดับของ QS World University Ranking 2026
- นอกจากเรื่องเรียนที่เข้มข้นแล้ว ที่นี่ยังเสริมความพร้อมด้านการทำงานให้กับนักศึกษาอย่างเต็มที่ โดยน้อง ๆ สามารถเลือกฝึกงาน ทำงาน ทำงานวิจัย เข้าร่วมอบรมความเป็นผู้นำหรือทำงานอาสาสมัครได้ ผ่านหน่วยงานพิเศษของทางมหาวิทยาลัย
- วิทยาเขตสวยงาม ร่มรื่น ติดอันดับวิทยาเขตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก น้อง ๆ ไปเรียนได้อย่างผ่อนคลาย ปลอดภัย
- Victoria University
- มีรูปแบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย เน้นด้านนวัตกรรมใหม่ ๆ
- ได้เรียนแบบทั้งตามทฤษฎีและได้ลงมือปฎิบัติจริง
- มีการสอนแบบ Block model ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยให้นักศึกษาใช้เวลาเรียนเพียงสามชั่วโมงต่อหนึ่งคลาส เป็นระยะเวลาสามวันต่อสัปดาห์ ทำให้มีเวลาเหลือจากการเรียนเพิ่มขึ้น
- เป็นมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก
- Swinburne University of Technology
- ก่อตั้งมาอย่างยาวนานกว่า 115 ปี ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- โดดเด่นในหลายสาขาวิชา โดยเฉพาะสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ธุรกิจและการออกแบบ
- คลาสมีขนาดกำลังดี มีสัดส่วนระหว่างผู้เรียนและผู้สอนที่เหมาะสม ทำให้นักศึกษาเข้าถึงผู้สอนได้ง่าย
- วิทยาเขตมีแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใช้ชีวิตนักศึกษาระหว่างเรียนได้เต็มที่
การเลือกเมืองที่จะไปเรียนต่อ
เมืองยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติและเมืองที่มีร้านอาหารไทย หรือร้านขายอาหารเอเชียเยอะ ๆ
อีกหนึ่งคำถามที่เรามักจะเจอคือ เมืองที่เราจะไปอยู่นั้นมีร้านไทยหรือร้านเอเชียบ้างไหม ซึ่งสำหรับคนที่เน้นทำอาหารกินเอง, คนที่กลัวคิดถึงบ้านหรือคนที่อยากได้บรรยากาศไทย ๆ เพื่อคลายเหงา ข้อนี้ถือเป็นจุดสำคัญเลยค่ะ
เราขอรวบรวมเมืองใหญ่ที่มีนักเรียนต่างชาติเยอะ ร้านอาหารหรือซูเปอร์มาร์เก็ตขายของเอเชียเพียบ และมีร้านไทยให้เข้าไปสมัครงานหรือไปสั่งอาหารได้ เมืองที่ติดท็อปอันดับต้น ๆ ได้แก่
-
Melbourne
-
Sydney
-
Canberra
-
Brisbane
-
Adelaide
-
Perth
-
Gold Coast
เมืองหรือย่านที่จะไปเรียนต่อนั้นปลอดภัยแค่ไหน? แถวไหนควรหลีกเลี่ยง?
ในออสเตรเลียก็มีย่านที่น่าอยู่และย่านที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกันค่ะ ก่อนจะตัดสินใจเลือกเมืองหรือย่านที่จะไปอยู่ เราขอแนะนำให้ดูลิสท์ข้างล่างนี้ และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ IDP หรือ Student advisor ของมหาวิทยาลัยที่เราสนใจด้วย จะได้ไปเรียนต่อได้แบบสบายใจนะคะ
ถ้าอยากตรวจสอบอัตราการเกิดอาชญากรรมในออสเตรเลีย เราสามารถเช็คได้จากเว็บ https://redsuburbs.com.au/ ค่ะ
เมืองที่ปลอดภัยที่สุดในออสเตรเลีย
-
Canberra
-
อัตราการเกิดอาชญากรรมไม่สูง
-
ค่าบ้านไม่สูงเว่อร์เกินไป
-
มีโอกาสได้รับการจ้างงานสูงเพราะมีตำแหน่งค่อนข้างเยอะ
-
-
Adelaide
-
โลเคชั่นสวยมาก มีทั้งทะเล ป่าเขา เหมาะกับคนรักธรรมชาติ
-
ทั้งค่าบ้านและค่าครองชีพที่นี่จะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ ในออสเตรเลีย
-
ติดหนึ่งในอันดับเมืองที่นักศึกษาต่างชาติมาเรียนเยอะที่สุด
-
-
Hobart
-
เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์
-
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองค่อนข้างใกล้ชิดและช่วยเหลือกันอย่างดี
-
เป็นย่านปลอดภัย อัตราการเกิดอาชญากรรมน้อย
-
-
Perth
-
เมืองที่มีนักศึกษาต่างชาติและชาวต่างชาติอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ
-
อัตราการเกิดอาชญากรรมไม่สูง
-
ในช่วงหน้าหนาวอากาศจะไม่หนาวมากจนเดินไป
-
-
Gold Coast
-
อากาศดีตลอดปีและเหมาะสมกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
-
ทะเลสวยมาก
-
มีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
-
-
Newcastle
-
เมืองไม่ใหญ่มาก ไม่วุ่นวายเกินไป
-
มีตำแหน่งงานให้ค่อนข้างเยอะ
-
ไม่ไกลจากซิดนี่ย์จนเกินไป
-
ย่านที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงที่สุด
ในแต่ละเมือง
-
Alice Springs, Rockhampton, Cairns, Geelong, Toowoomba, Townsville, St Albans, Keilor Downs, Sunshine West, Maidstone, Caroline Springs, Blacktown, Doonside, Tregear, Kingswood
การสมัครเรียนและเอกสารที่ต้องใช้
ผลสอบ IELTS ผล GPA คะแนนสอบต่าง ๆ
ผลสอบ IELTS ควรได้ประมาณเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้?
แต่ละหลักสูตรและมหาวิทยาลัยจะกำหนดผลคะแนน IELTS ที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเราควรทำ IELTS ให้ได้ประมาณ 6.0 - 6.5 overall (ไม่ต่ำกว่า 6 ในทุกพาร์ท) ถ้าได้คะแนนประมาณนี้ ก็มีสิทธิ์ผ่านเกณฑ์ของหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเลยค่ะ
ผลสอบ IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทำยังไงได้บ้าง?
ถ้าผล IELTS ไม่ถึงที่ทางหลักสูตรกำหนด เรามีทางเลือกดังนี้ค่ะ
-
เช็คดูว่ามหาวิทยาลัยมี pre-sessional course หรือ pathway course ไหม คอร์สเหล่านี้จะอนุญาตให้เราไปเรียนปรับพื้นฐานและเรียนภาษาเพิ่มเติมได้ก่อนเปิดภาคเรียนหลายสัปดาห์ หลาย ๆ คอร์สการันตีด้วยว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะเข้าเรียนต่อในคอร์สที่เราสนใจได้เลย (แต่บางคอร์สต้องทำข้อสอบให้ผ่านก่อนถึงจะเข้าได้)
-
ติดต่อเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อสอบถามว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ หรือถามเอเจ้นท์จาก IDP ได้เลย
-
ลองสอบใหม่ ซึ่งเราสามารถสอบซ้ำกี่รอบก็ได้ ผลสอบแต่ละรอบสามารถนำไปยื่นสมัครมหาวิทยาลัยได้ภายใน 2 ปี
ผลสอบ IELTS ต่ำแต่อยากเรียนต่อในออสเตรเลีย มีทางเลือกอื่นไหม?
-
ลองมองมหาวิทยาลัยอื่นเป็นตัวเลือก เพราะบางมหาวิทยาลัยอาจไม่ได้กำหนดผลสอบ IELTS ไว้สูงมาก
-
ให้ลูกหรือหลานลงเรียน pre-sessional course หรือ pathway course เพื่อไปเรียนภาษาและปรับพื้นฐานล่วงหน้า (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
ควรได้ GPA ประมาณเท่าไหร่?
-
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ว่าควรได้ GPA ประมาณ 3.0
-
แต่ถ้าได้ไม่ถึงก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหวัง เพราะเราสามารถเขียนถึงจุดเด่นด้านอื่น ๆ ของเราลงใน Statement of Purpose หรือ CV ของเราได้ เช่น ถ้ามีประสบการณ์การทำงานมาก่อน หรือเคยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยมาก่อน ก็สามารถเขียนอธิบายตรงนี้เพิ่มได้ อาจจะได้รับการพิจารณามากขึ้น
การขอวีซ่าเพื่อเยี่ยมลูก/หลานที่มาเรียนต่อในออสเตรเลีย
-
ผู้ปกครองสามารถนักเรียนหรือนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในออสเตรเลียได้ โดยมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้
-
วีซ่าที่ต้องขอคือ Visitor visa (subclass 600)
-
ถ้าได้รับอนุมัติวีซ่า จะสามารถอยู่ในออสเตรเลียได้ 3, 6 หรือ 12 เดือน แล้วแต่กรณี
-
ค่าธรรมเนียมขอวีซ่าปัจจุบันคือ AU$200
-
-
เมื่อทำเรื่องขอวีซ่า ทาง Department of Home Affairs อาจจะเรียกขอดูเอกสารเพิ่มเติม เช่น
-
จดหมายเชิญจากนักเรียนหรือนักศึกษา
-
สำเนาพาสปอร์ตและจดหมายยืนยันการอนุมัติวีซ่านักเรียน
-
เอกสารยืนยันสภาพการเป็นนักเรียนจากทางมหาวิทยาลัย
-
ถ้าผู้ปกครองจะไปร่วมงานรับปริญญา ทางนักเรียนต้องแสดงเอกสารที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีรับปริญญาด้วย เช่น จดหมายเชิญเข้าร่วมงานรับปริญญา
-
-
ตัวอย่างจดหมายเชิญจากนักเรียน นักศึกษา (ข้อมูลจากเว็บไซต์ University of Melbourne)
[Address of the Australian visa office in your home country]
Subject: [full name and date of birth of the visitor]
Date: [date]
Dear Sir/Madam,
I am currently enrolled in a course leading to [degree name] at the University of Melbourne and expect to complete my course on [date]. I wish to invite [name of visitor] to visit me in Australia for [number of weeks or month] {and attend my graduation ceremony on [ceremony date]}.
I have attached a verified copy of my passport, my Australian student visa, and a copy of the University of Melbourne Schedule of Degree Conferring Ceremonies {available from our graduation page}.
Yours sincerely,
[your name as it appears on passport]
[your residential address in Australia]
เอกสารเพื่อขอวีซ่าเพื่อไปเยี่ยมลูกหลานที่ออสเตรเลีย
-
แบบฟอร์มการขอออนไลน์สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว ประเภท 600
-
แบบฟอร์มสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวประเภท 600
-
ชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
-
สำเนาพาสปอร์ต
-
รูปถ่ายปัจจุบัน 1 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
-
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
-
หลักฐานทางครอบครัว (สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการงาน และอื่น ๆ ที่แสดงความสัมพันธ์ของผู้สมัครและถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศของตน)
-
หลักฐานแสดงว่าผู้สมัครมีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับใช้จ่ายระหว่างที่อยู่ในออสเตรเลีย
-
หลักฐานการประกอบอาชีพการงาน เช่น จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง ระบุตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาที่ได้ทำงานและวันลาที่ได้อนุมัติ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บของรัฐบาลออสเตรเลียค่ะ
การทำงานระหว่างเรียนและหลังเรียนจบที่ออสเตรเลีย
การทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนที่ออสเตรเลีย
ระหว่างที่กำลังเรียนอยู่
-
ระหว่างเปิดเรียน นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานได้ 48 ชั่วโมง/2 สัปดาห์
-
ระหว่างปิดภาคเรียน ทำกี่ชั่วโมงก็ได้
หลังเรียนจบสามารถอยู่ทำงานต่อได้หรือไม่?
หลังจากเรียนจบออสเตรเลียแล้ว น้อง ๆ ต้องขอ Temporary Graduate Visa ซึ่งวีซ่าตัวนี้จะออกให้กับนักเรียนต่างชาติที่จบหลักสูตรป.ตรีขึ้นไป และต้องเป็นหลักสูตรที่มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี (แต่เรียนภาษาไม่นับนะคะ) โดยจะต้องสมัครวีซ่าตัวนี้ภายใน 6 เดือนหลังเรียนจบ
- วีซ่าตัวนี้อนุญาตให้อยู่ทำงานในออสเตรเลียต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่าง
- ผู้จบการศึกษาระดับป.ตรี อยู่ทำงานต่อได้ 2 ปี
- ผู้จบการศึกษาระดับป.โท (coursework) อยู่ทำงานต่อได้ 2 ปี
- ผู้จบการศึกษาระดับป.โท (research) และป.เอก อยู่ทำงานต่อได้ 3 ปี
Credit:
