ฮัลโหล Sister!
วันนี้ว่าด้วยเรื่องย้ายประเทศอีกแล้วค่ะ ก็กระแสมันไม่ตกเลยยยย! มิสก็ต้องจัดอีกสักหน่อย พาไปประเทศที่ยอดฮิตสุดๆ #ทีมแคนาดา ต้องอ่านบทความนี้เลย เพราะมิสไปสืบมาให้แล้วว่าการจะได้ไปอยู่ยาวๆ แดนเมเปิ้ลนี่ต้องทำยังไงบ้าง
เริ่มจากกระทู้แรก [รีวิวประสบการณ์] ขอ Permanent Residence ณ ประเทศแคนาดา ที่เรียบเรียงจากประสบการณ์คุณ สมาชิกหมายเลข 6181519
โดย การขอ Permanent Residence หรือเรียกสั้นๆ ว่า PR นั้นมีหลายแบบ อ้างอิงจากเว็บไซต์รัฐบาลแคนาดา Express Entry คือระบบออนไลน์ที่แคนาดาใช้ในการรับสมัคร PR จากแรงงานมีทักษะทั่วโลก แบ่งเป็น 3 แบบ
1. Canadian Experience Class
2. Federal Skilled Worker Program
3. Federal Skilled Trades Program
จขกท. บอกว่า “การสมัคร PR สิ่งแรกที่ควรรู้จักเลยคือ Express Entry ซึ่งจะมื category ย่อยตามลิงก์ข้างบนนะคะ อันที่เราสมัคร เรียกว่า Canadian Experience Class (CEC is for skilled workers who have Canadian work experience and want to become permanent residents.) … เราไม่ได้แต่งงาน เพราะฉะนั้นคะแนนที่ส่งเข้า Express Entry หลักๆก็คือมาจากอายุ การเรียนในไทย และแคนาดา การทำงานในแคนาดา และ คะแนนสอบไอเอล”
“เราเองเริ่มมาจากการมาเป็น Intermational Student ที่แคนาดานะคะ เรียนด้านการสอนภาษาอังกฤษและ event รวม 2 ปี การมาเรียนหลักสูตรและคอลเลจที่รัฐรับรอง ทำให้เรามีสิทธิ์ขอวีซ่าทำงานต่อได้หลังเรียนจบ ตามจำนวนปีการศึกษา เช่น ถ้าเรียนหลักสูตร 1 ปี ก็มีสิทธิ์ได้วีซ่าทำงาน 1 ปี
พอเรียนจบ ก็ทำเรื่องขอวีซ่า Post-Graduate Work Permit (PGWP) เป็นวีซ่าแบบ open คือ เราสามารถทำงานกับนายจ้างคนไหนก็ได้ ไม่ได้จำกัด ตราบเท่าที่เราหางานได้ หลังจากได้เพอร์มิท เราก็สามารถหางานและทำงานได้เลยค่ะ
“สิ่งที่สำคัญที่สุดของการที่จะสมัครพีอาร์ในกลุ่ม CEC คือ ประสบการณ์ในการทำงานที่แคนาดา Full-time หรือ Part-time ก็ได้นะ ในความหมายที่เขากำหนด คือ ต้องอยู่ระบบ Payroll และใน Paycheque ที่ได้ จะมีการหัก Income Tax, Emploment Insurance และ Canada Pension Plan มาให้ในเช็กเลย และนายจ้างก็จะมีต้องจ่ายยอดของ IE กับ CPP เดียวกันนี้ทางฝั่งเขาให้กับรัฐด้วย (อันนี้ตามที่เราเข้าใจนะ)
พอทำแบบนี้ สิ้นปีเวลาต้องทำเรื่องจ่ายภาษีประจำปี เราก็จะได้ T4 มา เป็นเอกสารจากนายจ้างว่าปีนี้เราเสียภาษีแต่ละเดือนไปเท่าไหร่บ้าง แล้วถ้ามันยังน้อยไป ก็ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ ถ้ามีอะไรมาลดหย่อนก็จะได้เงินคืน ถ้าไม่อยู่ใน Payroll เราก็จะไม่ได้ T4 จากนายจ้าง (ก็คือต้องคำนวณเอง)
หลังจากนั้น พอมีงาน เราต้องเก็บชั่วโมงให้ครบ 1560 ชั่วโมง เท่ากับ วีคละ 30 ชั่วโมง 52 สัปดาห์ ถ้าเราทำชั่วโมงเกิน เขาจะไม่นับนะคะ เช่น เราทำ 40 ชั่วโมงต่อวีค เขาก็จะนับแค่ 30 ชั่วโมงอยู่ดี เพราะฉะนั้นเวลาขั้นต่ำกว่าจะขอพีอาร์ได้ คือต้องทำงานฟูลไทม์ 52 สัปดาห์เต็มๆ ....จริงๆแล้วคุณสามารถทำงานมากกว่า 1 งานได้ เช่นทำพาร์ทไทม์สองงาน แต่สำคัญมากว่า งานที่ทำต้องเป็นงานประเภทเดียวกัน คุณถึงจะสามารถรวมชั่วโมงได้”
โดยเมื่อสมัครไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะได้ PR ทันทีนะ เพราะจะมีระบบคำนวณคะแนนจากสิ่งที่เรายื่นเข้าไป เช่น ข้อมูลส่วนตัว ผลสอบไอเอล ใบรับรองการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน ฯลฯ ดูตารางแจกแจงคะแนนได้ที่นี่ หรือใช้เว็บคำนวณคะแนน https://www.cic.gc.ca/english/immigrate/skilled/crs-tool.asp หากคะแนนถึงก็จะถูกเชิญให้สมัคร PR ซึ่งเรียกขั้นตอนนี้ว่า Invitation to Apply (ITA) ซึ่งเป็น “Process ของการสมัคร PR ที่แท้ทรู”
จากนั้นก็ต้องยื่นเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น Passport, Proof of Upfront Medical Exam, Proof of Education, ใบรับรองความประพฤติ, Employment Records, Proof of Means of Financial Support, รูปถ่าย และ Letter of Explanation จากนั้นก็เสียค่าธรรมเนียมประมาณ CAD$1,400
ในกระทู้ How to สมัคร Permanent Residence Canada ด้วยตัวเองค่ะ โดยไม่ต้องแต่งงาน ที่คุณ สมาชิกหมายเลข 4693553 ตอบคอมเม้นเรื่องการเลือกสถานที่เรียนต่อ ไว้ว่า
“ถ้าจะมา options แบบเราคือมาเรียน แล้วอยู่หางานต่อ college หรือโปรแกรมต้องเป็น designated educational institutions ค่ะ ไม่งั้นจะไม่ได้ Post graduate work permit และเค้าก็ไม่นับแต้มการศึกษาในแคนาดาให้ค่ะ หนึ่งในรายชื่อที่คุณลิสต์มาไม่ได้อยู่ลิสต์ของ IRCC นะคะ เช็คก่อนเสียเงินและเสียเวลาค่ะ แนะนำว่า BCIT เซฟสุดค่ะ พยายามเข้าของรัฐค่ะ
https://www.canada.ca/en/employment-social-development/programs/designated-schools.html"
ในทวีตนี้ บอกว่า “express entryคือการยื่นขอPRสำหรับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ทำงาน มีทักษะภาษาอังกฤษที่อยากย้ายเข้ามาอยู่ เป็นระบบคำนวนคะแนน ถ้าคะแนนถึงเค้าจะส่งจดหมายเชิญให้มายื่นสมัครได้ ข้อเสียข้อเดียวของอีระบบนี่คือรอนานเป็นปีเป็นชาติ ประมาณ6เดือนถึงหลักปีขึ้นไป”
“คนระดับไหนถึงได้invitation โปรไฟล์ที่เราเจอมาคืออายุประมาณ20ปลายๆถึง30ต้นๆ ประสบการณ์ทำงาน(ในบริษัท)สัก3-5ปี มีปริญญาโทจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่แคนาดา คะแนนIELTSสัก7-8ก็มีสิทธิ์ได้ลุ้นแล้ว ส่วนถ้าเรียนที่แคนาดาอันนี้ไม่ต้องลุ้นเลย โอกาสได้สูงมาก”
สืบประสบการณ์จริง เรียนต่อแคนาดา จบแล้วได้อยู่ถาวร ภาค 1
คู่มือนักเรียนไทยในแคนาดา มาถึงแคนาดาแล้วต้องทำอะไร ยังไงบ้าง มีครบแบบม้วนเดียวจบ
รวมคำถามเจอบ่อยเมื่อไปสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนในแคนาดา
รวมทุนบางส่วน (Partial Scholarship) จากมหาลัยในแคนาดา
เทียบช็อตต่อช็อต Diploma vs Degree ต่างกันยังไง