เรื่องราวของ ออม ศรแก้ว ที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปีกว่าจะมีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากที่ทำงานเป็นเภสัชกรในประเทศไทยหลายปี ออมรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำให้ความฝันในการเรียนต่อต่างประเทศเป็นจริง การย้ายไปเรียนต่อไอร์แลนด์ที่ Dublin City University (DCU) ของออม ทำให้เรารู้ว่า เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราอยู่ใกล้กับการเริ่มต้นใหม่แค่ไหน
การเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆ คน รวมถึงออมด้วย ตั้งแต่เรียนจบหลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยพะเยา ออมก็เริ่มอาชีพด้านเภสัช และมีหน้าที่การงานที่มั่นคง นี่รวมถึงการที่เธอเปิดบริษัทของตัวเองด้วย
การเรียนต่อนอกจึงเท่ากับการทิ้งหลายสิ่งหลายอย่างไว้ข้างหลัง การตัดสินใจที่ถูกต้อง ว่าจะเลือกเรียนต่อที่ไหน จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ออมมีข้อได้เปรียบมากกว่านักเรียนต่างชาติคนอื่นๆ 1 ข้อ นั่นก็คือ เธอมีโอกาสได้ไปเที่ยวในประเทศที่อยากเรียนต่อก่อนจะไปเรียนจริงๆ ตอนนั้น ขณะกำลังเที่ยวอยู่ในไอร์แลนด์ ออมก็ตัดสินใจได้ว่าจะมาเรียนต่อที่นี่
ออมเริ่มหาข้อมูลคอร์สเรียนต่อที่สอดคล้องกับความฝันของตัวเอง ในตอนแรกออมจะเลือกเรียนต่อหลักสูตรเภสัชเหมือนเดิม แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าต้องเปลี่ยนสาย ด้วยประสบการณ์การบริหารร้านขายยาในประเทศไทย ออมรู้สึกว่าปริญญาสาขาการจัดการธุรกิจอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ไอร์แลนด์ คือประเทศที่รับจบด้านนี้ เพราะบริษัทยาระดับโลกหลายบริษัทมีสาขาอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Pfizer, GSK และ Johnson & Johnson เฉพาะแค่บริษัทที่ 3 แค่บริษัทเดียวก็มีการจ้างานกว่า 6,000 ตำแหน่งใน 5 เขต และยังมีการเปิดให้ฝึกงานด้วย
นี่เป็นโอกาสทำงานหลังเรียนจบของออม เพราะออมมีข้อได้เปรียบในการสมัครงาน เพราะมหาวิทยาลัยที่ออมเรียนอยู่ มีโรงเรียนธุรกิจที่ได้รับการยอมรับจาก 3 สถาบัน คือ EQUIS, AACSB และ AMBA นอกจากนี้หลักสูตรปริญญาโทสาขาการจัดการที่ออมเลือกเรียนต่อ ยังเป็นหลักสูตร Top 100 ที่จัดอันดับโดย Financial Times ด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับมหาลัยเหล่านี้ ออมรู้เพราะทำการบ้านมาอย่างดี
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังจัดปฐมนิเทศออนไลน์เพื่อให้นักเรียนเตรียมตัวก่อนเดินทางไปไอร์แลนด์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมนาการเตรียมตัว ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการประกันสุขภาพ การเปิดบัญชีธนาคาร และการลงทะเบียนหมายเลขประกันสังคม แม้กระทั่งการขอวีซ่านักเรียนไอร์แลนด์ก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นเพราะมีผู้ให้คำแนะนำอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน พี่ออมก็ได้รับประสบการณ์ความมีน้ำใจของชาวไอริชในขณะที่กำลังหาที่พัก เธอติดต่อกับเจ้าของที่พัก ที่ห่างจากแคมปัสเพียง 30 นาทีด้วยการเดินเท้า นอกจากนี้เธอยังได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจากเจ้าของที่พักด้วย
นอกจากจะได้รู้จักกับเจ้าของที่พัก ซึ่งมีลูกสาวที่มีแบ็กกราวน์ด้านเภสัชกรเหมือนกัน พี่ออมก็เริ่มได้สัมผัสประสบการณ์ในไอร์แลนด์มากขึ้นเรื่อยๆ ในดับลิน มีชาวต่างชาติเยอะจนน่าตกใจ แต่ก็ต้องมีการปรับตัวเรื่องสภาพอากาศสักหน่อย
แต่โชคดีที่เมื่ออากาศไม่ดี ก็จะมีที่ให้หลบภัยเสมอ หนึ่งในกิจกรรมที่พี่ออมชอบทำก็คือการปีนผาในที่ร่ม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำได้เรื่อยๆ เพราะเป็นกีฬาที่มีในศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีกข้อที่ทำให้ประทับใจกับที่นี่
ออมยังไม่รู้ว่าจะหลังจากเรียนจบแล้วจะจัดการชีวิตยังไงดี แต่อาชีพที่คิดไว้มีทั้งที่ปรึกษาด้านสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ ซึ่งทั้ง 2 อาชีพเป็นอาชีพที่เธออยากทำในบริษัทในไอร์แลนด์ เช่น AstraZeneca และ Novartis ขั้นตอนการเตรียมตัวสมัครงานก็ได้ความช่วยเหลือจากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านอาชีพของ DCU ที่จัดสัมนาให้คำแนะนำในการเขียน CV และการสัมภาษณ์งาน
ที่ไอร์แลนด์มี Third Level Graduate Programme ซึ่งอนุญาตให้บัณทิตปริญญาโทอยู่และทำงานต่อในไอร์แลนด์ได้สูงสุด 2 ปี ออมตั้งใจจะหางานในภาคธุรกิจหรือเภสัช เพราะด้วยกระบวนการที่เรียกว่า Third Country Qualification Recognition (TCQR) ทำให้ประสบการณ์ในประเทศไทยสามารถนำมาใช้ได้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ออมดีใจที่เธอตัดสินใจมาเรียนต่อไอร์แลนด์ เพราะหลังจากเปิดใจมาประเทศนี้ ก็ได้รับความเป็นมิตรกลับมามากมาย นี่เป็นสิ่งที่เธออยากแนะนำให้คนอื่นๆ ที่กำลังคิดมาเรียนต่อไอร์แลนด์
เรื่องราวของพี่ออมทำให้น้องๆ อยากไปเรียนต่อไอร์แลนด์รึเปล่า? ถ้าใช้ลองเข้าไปอ่านบทความในเว็บไซต์ของเรา เกี่ยวกับการเรียนต่อในไอร์แลนด์ หรือค้นหาทุนเรียนต่อในไอร์แลนด์
