ขั้นตอนเรียนต่อ
เกาหลีใต้: แนะนำประเทศและเมือง

Let's Go to Korea! ไปพิพิธภัณฑ์ในโซลกัน!

เที่ยว เกาหลี พิพิธภัณฑ์
449

 

โซล เมืองหลวงที่น่าค้นหาในเกาหลีใต้ :)

มาดูกันว่าที่นี่มีอะไรให้เรามาค้นหาบ้าง! 

 

 

แนะนำ

 

ที่เที่ยว โซล

 

ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเนอะ :) เราชื่อแอน จริงๆ ก็เขียนบทความที่นี่หลายบทความแล้ว แต่เรื่องของตัวเองก็เพิ่งมาได้เขียนจริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรก เพราะวันนี้เรามีเรื่องมาเล่าให้ฟังกัน

 

เมื่อปลายฤดูร้อนที่ผ่านมาเราไปโซลมา (ซึ่งร้อนจริงง ฤดูร้อนที่เกาหลีต่างกับไทยมาก รู้สึกได้ถึงฮีทเวฟเลย) แต่เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู มีฝน มีลมเข้ามาพอดี วันหลังๆ ก็เลยไม่ร้อนเท่าที่คิด 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้มาโซลเลย ถึงจะได้ยินเรื่องโซลมาบ่อยมากแต่ก็ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงๆ สักครั้ง ก่อนหน้านี้ก็พอจะรู้มาบ้างหลังจากสัมภาษณ์เพื่อนคนหนึ่งที่กำลังเรียนปอโทอยู่ที่เกาหลี ซึ่งไปอ่านบทความได้ที่นี่เลย

 

 

เรียกว่าการไปครั้งนี้เป็นการไปสัมผัสก่อนก็ได้ เพราะจริงๆ แล้วเราก็คิดเรื่องไปเรียนภาษาที่เกาหลีเหมือนกัน เลยลองมาดูว่าถ้ามาอยู่จริงๆ จะเวิร์คมั้ย และต่างๆ

 

และแน่นอนว่าเราเป็นสายเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ก็หนีไม่พ้นไปทัวร์พิพิธภัณฑ์ในโซลกันหน่อย! ซึ่งวิธีที่เราชอบมากคือการหยิบแผนที่มาจดๆ ไว้ว่าอยากไปไหนบ้าง เพราะมันหยิบมาดูง่ายกว่าแอพ (แต่ก็ใช้แอพด้วยเวลาเดินทาง)

 

 

บรรยากาศ

 

บ้านเมือง โซล

 

 

หลายครั้งที่เราเห็นคนถ่ายรูปร้าน ถนน หรือสถานที่ต่างๆ ในเกาหลีใต้แล้วดูน่ารักกุ๊กกิ๊ก มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เหมือนเรากำลังอยู่ในซีรีย์เกาหลีอะไรแบบนี้ 555 แต่อันนี้เป็นทิปสำหรับคนที่เดินทางกับคนที่มีอายุหรือมีปัญหาเรื่องขา เราว่าโซลเป็นเมืองที่มีบันไดและอาศัยการเดินเยอะมาก บางที่เป็นเนิน บางที่เป็นเขา อย่างแคมปัสมหาลัยบางที่จากตัวตึกมาหน้ามอก็มีเนินสูงมากก ก็คือผอมเลย ช่วงฤดูร้อน (ครึ่งปีหลังก่อนกันยา-ตุลา) ก็คงลำบากกันหน่อย

 

คนที่นี่แต่งตัวกันเก่งและดูสนใจศิลปะจริงๆ นะ แต่ถ้ามองไปเรื่อยๆ จะรู้สึกว่าทุกคนแต่งตัวเป็นแพทเทิร์นเหมือนกันหมด คือแต่งตัวเก่ง แตกต่างกัน แต่ก็จับแยกเป็นกลุ่มๆ ได้ว่ากลุ่มนี้แต่งตัวแบบนี้

 

 

เดินทาง โซล

 

 

ใต้ดินที่นี่กินดื่มได้! As long as ไม่ทำหก... ฮ่าๆ ในรูปคือขนมกุลต๊อก (꿀떡) หรือว่าแป้งต๊อกสอดไส้น้ำเชื่อม ที่ขายอยู่ในสถานีนั่นเอง เราซื้อระหว่างนั่งรถใต้ดินรอบโซลแล้วหิว 555

 

ส่วนตัวเราว่าการเดินทางด้วยบัสง่ายกว่าใต้ดิน เพราะใต้ดินเยอะก็จริง แต่เดินเยอะพอสมควร บัสขึ้นง่ายลงง่าย ใช้บัตรเดียวกับรถใต้ดินที่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ

 

 

โซล มีอะไร

 

 

บรรยากาศในโซลอีกอย่างหนึ่งที่ต่างจากกรุงเทพคือต้นไม้ เขา เนินที่สัมผัสง่ายกว่า ฟีลแบบเดินออกมาจากรถใต้ดินบางสถานีก็เห็นเนินเขา สวน ดูเข้าถึงง่ายแม้จะอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องแบบเมืองหลวงๆ

 

 

รถไฟ ข้าม แม่น้ำ โซล

 

รถไฟที่เกาหลีเชื่อมใต้ดินกับบนดินเวลาข้ามแม่น้ำ เวลาพระอาทิตย์ตกดินวิวจะสวยมาก (แต่คนเลิกงานก็จะเยอะมาก ฮา)

 

 

 

 

พิพิธภัณฑ์

 

พระเจ้าเซจง เกาหลี

 

 

การเดินทางระหว่างแต่ละพิพิธภัณฑ์ต้องวางแผนหน่อย และต้องเช็คว่าที่ไหนเปิด-ปิดเมื่อไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรมั้ย อย่าลืมพกพาสปอร์ตติดตัวไปตลอด เพราะไม่ใช่แค่เราจะได้ tax refund เวลาช็อปตามร้านค้า แต่เรายังเอาไปใช้แลก Audio guide ในพิพิธภัณฑ์ได้

 

ภาพข้างบนเป็นโซนที่คุ้นตาของหลายคนคือจตุรัสควางฮามุน หรือ Gwanghwamun Square ที่มีรูปปั้นพระเจ้าเซจงตั้งอยู่ ลานตรงนี้เป็นลานที่มีกิจกรรมบ่อยๆ และอยู่กลางสถานที่สำคัญหลายที่ เช่น National Museum of Korean Contemporary History, สถานทูต US,  ใกล้ๆ กันมีร้านหนังสือ Kyobo ที่มีทั้งภาษาอังกฤษและเกาหลี ระยะที่เดินไปได้มี Seoul Museum of History เรียกว่าเป็นโซนที่น่ามาใช้เวลาสักพักเลย

 

ช่วงที่เราไปฟ้าเริ่มมืด เดินไปเห็นซุ้มจุดเทียนไกลๆ พอเดินเข้าไปเป็นบริเวณที่จัดตั้งระลึกถึงเหตการณ์เรือเซวอลล่ม ดูแล้วหดหู่ใจมาก ช่วงที่แวะเข้าไปทำความเคารพรูปเด็กๆ ในนั้นหดหู่มาก มีรูปนักเรียนเรียงติดกันเต็มซุ้มพร้อมดอกไม้ต่างๆ มีพ่อแม่จูงมือลูกๆ แวะผ่านมา

 

รายละเอียดเรื่องพระเจ้าเซจงมหาราชสามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้เลย สำหรับใครที่รู้สึกคุ้นชื่อก็ไม่น่าแปลกใจเพราะพระเจ้าเซจงทำให้ยุคโชซอนเป็นยุคทองยุคหนึ่งของเกาหลี เป็นผู้ริเริ่มตัวอักษรฮันกึลที่เราเห็นกันทุกวันนี้ และอื่นๆ อีกมายกมาย แล้วก็เป็นหน้าที่คุ้นตากันบนแบงก์ 10,000 วอนด้วย

 

 

audio guide พิพิธภัณฑ์

 

 

เดินตามทางมาใกล้ๆ เราก็จะถึง National Museum of Korean Contemporary History เครื่องมือในรูปคือ Audio Guide ที่เราใช้พาสปอร์ตแลกมาขอยืม เวลาที่เราเดินไปส่วนไหนของพิพิธภัณฑ์มันก็จะเล่นไฟล์เสียงอธิบายบริเวณ exhibition นั้นพอดี เวิร์กมากถ้าพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ค่อยมีอังกฤษเขียนอธิบาย หรือเหมาะสำหรับคนที่อยากเดินเพลินๆ ไม่ได้ยืนอ่านอย่างเดียว

 

เจ๋งมากคือออดิโอไกด์ของที่นี่มี text ให้อ่านบนจอด้วย บางที่จะเป็นแค่หน้าจอให้เรากดปุ่มฟังไฟล์ถัดไปตามหมายเลขๆ เท่านั้น

 

 

พิพิธภัณฑ์ เกาหลีใต้

 

 

ด้วยความที่เราจบประวัติศาสตร์และสนใจวัฒนธรรมต่างๆ และการใช้สำนวน ภาษาก็จะแอบว้าวนิดหน่อยเวลาที่คำอธิบายเลือกใช้คำอธิบายจำกัดความต่างๆ ว่าจะจัดการกับอดีตอย่างไร อย่างเช่น เกาหลีเลือกจดจำการเข้ามาของเกาหลีอย่างไร หรือเลือกใช้คำพูดแบบไหนพูดถึงเหตุการณ์แยกกันของเกาหลีเหนือ และสุดท้ายถ้อยคำที่ทิ้งท้ายการกลับมารวมกันกับเกาหลีเหนือก็ยังถูกทิ้งให้เห็นด้วยประโยคที่แฝงไปด้วยความหวังลึกๆ

 

การจัดส่วนประกอบต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ที่ร่วมสมัยแบบนี้จึงน่าสนใจพอสมควรเลย เพราะความที่ร่วมสมัยทำให้เรามองไปถึงอนาคตด้วย 

 

💡 การจัดการกับอดีต อาจฟังดูแปร่งๆ ในภาษาไทยแต่ในทางประวัติศาสตร์บางชาติแล้วมีศัพท์แบบนี้ชัดเจนเลย อย่าง ในเยอรมันคือคำว่า Vergangenheitsbewältigung ที่แปลว่า Struggle to overcome the [negatives of the] past คำนี้ถูกใช้ในช่วงที่เยอรมันต้องจัดการกับอดีตหลังจากผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจากการสังหารคนยิว เยอรมันต้องผ่านกระบวนการจัดการอดีตว่าจะมองนาซีมีบทบาทไหนของเรื่อง ซึ่งการจัดการกับอดีตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในประวัติศาสตร์ทุกชาติ เพราะทุกชาติล้วนแต่ต้องผ่านโศกนาฏกรรมกันมานับไม่ถ้วน

 

 

พิพิธภัณฑ์ โซล

 

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือในพิพิธภัณฑ์หลายๆ ที่ของเกาหลีจะมี section ที่เราไม่คิดว่าจะมาทำเป็น section 555 อย่างภาพข้างบนคือการพูดถึงกรเจริญเติบโตของ entertainment เกาหลี ภาพหนังนายตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม (แค่พูดชื่อก็รู้สึกแก่แล้ว ฮ่าๆ)

 

ถ้าใครชอบถ้วยชามสังคโลก ไหหายาก (555) โบราณวัตถุใดๆ แล้วเราแนะนำให้ไป National Museum of Korea หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี แต่ที่นี่ค่อนข้างจะมีความเข้มงวดและดูบรรยากาศขรึมๆ กว่าที่อื่นนิดหนึ่ง เราก็เลยไม่ได้ใช้เวลาเยอะขนาดนั้น แต่ถ้าใครสายโบราณคดีที่นี่พลาดไม่ได้เลย

 

เที่ยว พิพิธภัณฑ์

 

 

เนื่องจากว่าตอนนั้นทำเวลา โชคดีที่ National Hangeul Museum หรือพิพิธภัณฑ์ตัวอักษรฮันกึลอยู่ใกล้กับ National Museum of Korea เราเลยวาร์ปมาอย่างรวดเร็ว! จริงๆ เรียกว่าอยู่รั้วเดียวกันก็ได้ แต่เหมือนรั้วสวนลุม 555 มีความไกล และเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก็ปิดแล้วเลยสาวเท้ามาเลย

 

ปรากฏว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เรายกมาไว้ในดวงใจเลย ถึงจะดูเพิ่งเปิดได้ไม่นานแต่รวมทุกอย่างไว้ได้ดูทันสมัยและน่าสนใจมาก ที่สำคัญทั้งพิพิธภัณฑ์พูดถึงแค่เรื่องการเจริญเติบโตของตัวอักษรเกาหลี! 

 

ประชาสัมพันธ์ที่นี่พูดอังกฤษคล่อง เฟรนด์ลี่ ให้ออดิโอไกด์ที่เป็นไอพอดมาต่อเน็ตเลือกไฟล์ฟังเอา รายละเอียดในงานก็ว่าด้วยที่มาของตัวอักษร การออกเสียงที่สัมพันธ์กับการขยับปาก

 

พูดเลยอะว่าที่นี่แหละที่ทำให้เราอยากกลับมาเรียนภาษาเกาหลี

 

พิพิธภัณฑ์ ฮันกึล

 

 

ชั้นสองของที่นี่เป็นนิทรรศการที่จัดชั่วคราว แต่เพราะโปสเตอร์งานนี้แหละที่ทำให้เรามาที่นี่! มันคือโปสเตอร์นิทรรศการตัวอักษรเกาหลีในหนังสือเรียนแพทย์ที่ตีพิมพ์ช่วงปี 1906 (ก็ 100 กว่าปีมาแล้ว ชิคๆ)

 

 

พิพิธภัณฑ์ เกาหลี

 

 

โปสเตอร์สวยมากแม่ เกือบซื้อกระเป๋าลายนี้กลับมาแล้ว ตอนนี้เจ็บใจมากที่ไม่ได้ซื้อ 555

 

ตัวนิทรรศการอธิบายการจัดการความเข้าใจใหม่ช่วงที่คนเกาหลีเรียนรู้อนาโตมี่ร่างกายใหม่แทนการแพทย์แบบแผนโบราณ แทนที่จะแบบอธิบายธาตุในกาย อวัยวะต่างๆ ก็มีเรื่องวิชาการและวิทยาศาสตร์เข้ามา มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก 

 

สนุกเนอะ แค่หนังสือเล่มเดียว แค่เรื่องตัวอักษร แต่กลายเป็นงานออกมาให้เห็นแบบนี้ได้ (ซึ่งกว่าจะเป็นแบบนี้ต้องทำรีเสิร์ชเยอะ ผ่านหลายตาแน่นอน ไม่นับเรื่องการจัดนิทรรศการ การออกแบบโปสเตอร์--ที่เท่มากๆ อีก)

 

มีอีกหลายที่เลยที่เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเดินเพลิน อย่าง Seoul Museum of History อันนี้น่าสนใจมากสำหรับคนที่สนใจเรื่องโซลและความเป็นเมือง เมืองๆ หนึ่งเติบโตมาได้อย่างไร แล้วคนจดจำจุดไหนของเมืองไว้บ้าง อย่างโซลนี่มีช่วงที่เติบโตเร็วมากๆ ในช่วงงานโอลิมปิกเพราะจะต้องทำให้ทุกอย่างดูทันสมัย ถ้าใครชอบประวัติศาสตร์วัฒธรรมพลาดที่นี่ไม่ได้เลย

 

ตอนนั้นที่ไปมี exhibition พิเศษเสนอเรื่องชินช่น หรือ Sinchon ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับมออีฮวาที่คุ้นหูกันนั่นเอง นิทรรศการนี้พูดถึงประวัติศาสตร์ของชินช่นว่าย่านนี้เคยเป็นแนวหน้าของวัฒนธรรมเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีทั้งการเคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรม บันเทิง รวมถึงการเมือง ถ้าจะให้เทียบก็เหมือนการเอาย่านราชประสงค์หรือสยามมาทำนิทรรศการ น่าสนใจเนอะ

 

ในงานมีภาพถ่าย ตัวอย่างสินค้าที่ฮิตในสมัยก่อน น่าสนใจมาก

 

พิพิธภัณฑ์อื่นๆ ที่แนะนำ

  • The War Memorial of Korea
    • ไปดูการจัดการอดีตโดยเฉพาะช่วงสงครามของเกาหลี เราว่าจัดข้อมูลได้ดี มีอะไรให้ดูเยอะอย่างเครื่องบิน รูปปั้น แต่จัดไม่ปังเท่าไหร่ แต่ก็พลาดไม่ได้อยู่ดี แต่อาจไม่ต้องใช้เวลาที่นี่เยอะ
  • Ewha Womans University Museum
    • ใครจะไปถ่ายรูปที่มหาลัยนี้อยู่แล้วก็แวะเข้ามาดูประวัติและคอลเลคชั่นของที่นี่ดูสักพักก็ได้ น่าสนใจเหมือนกัน (แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ดู ฟีลเหมือนดูพิพิธภัณฑ์ของจุฬาฯ อะไรแบบนี้)
  • Seodaemun Prison History Hall
    • เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่ปัง!! และ พลาด-ไม่-ได้ ที่นี่เก็บประวัติศาสตร์บาดแผลของคุกที่ฝังนักโทษทางการเมืองไว้ นักโทษที่อาจจะอายุเท่าเด็กสาวหลายๆ คนที่เราเดินสวนไปมา ที่นี่เก็บความทรงจำช่วงปี 1900s ไว้ตอนที่เกาหลีอยู่ภายใต้จักรวรรดิญี่ปุ่น ถ้าอยากรู้ว่าเกาหลีจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร พลาดไม่ได้เลย
    • ดูแล้วแอบหดหู่เล็กๆ เพราะมีจำลองสภาพคุกที่เล็ก แออัด แต่ถือว่าน่าสนใจและควรศึกษาไว้มากๆ เลย

 

 

 

 

คุก เกาหลี

 

 

จริงๆ มีพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์อีกเพียบที่อยากพูดถึง และมีอีกหลายที่ที่เรายังไม่ได้ไป ไว้ไปที่อื่นอีกเมื่อไหร่จะมาแนะนำอีกทีนะ :)

 

 

สรุปทริป

 

 

อาหาร โซล เกาหลี

 

จบลงที่ภาพอาหาร แฮ่ ทริปนี้นอกจากจะเดินดุแล้วยังกินดุด้วย ราคาอาหารมีทั้งถูกและแพง ด้วยความที่เราไปเที่ยวเลยลงเงินไว้หนักสำหรับอาหารการกิน แต่ถ้าใครที่วางแผนจะไปอยู่เราแนะนำให้ประหยัดการกินดีกว่า 5555 

 

ค่ากาแฟก็มีทั้งถูกและแพงเช่นเดียวกัน แต่เราว่ากาแฟไทยเดี๋ยวนี้ก็แพงพอๆ กัน บางมื้อเราทำเวลาหน่อยก็ซื้อคิมบับ ขนมตามร้านสะดวกซื้อ ประหยัดเงินและเวลา วินๆ

 

ถ้าใครเป็นสายเดินเก่งแนะนำให้มา พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อแบบที่คิด เราไปตามแนวที่สนใจได้เลย ใครชอบสายบันเทิงลองไปที่ตึกสถานีโทรทัศน์ ก็จะมี exhibition จัดอยู่บ้าง ได้ยินมาว่ามีนิทรรศการแนว K-POP เหมือนกันแต่เราไม่ได้แวะไป

 

 

 

 

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า :)

ค้นหาคอร์ส

เกาหลีใต้
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

เที่ยว เกาหลี พิพิธภัณฑ์

พิมพ์ชนก เป็นนักเขียน นักแปล จบด้านประวัติศาสตร์และวรรณคดีเปรียบเทียบ สนใจเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ วัฒนธรรม การเขียน การอ่าน ศิลปะ และแฟชั่น