ลอนดอนนับเป็นอีกเมืองที่ขึ้นหิ้งติดอันดับเมืองที่นักเรียนต่างชาติอยากไปเรียนมากที่สุดในโลก ด้วยความที่เค้าเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ มีทั้งประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยว และยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติติดอันดับต้น ๆ ของโลก ก็ทำให้มหานครแห่งนี้ดึงดูดชาวต่างชาติมาได้หลายแสนคนในแต่ละปี
นอกจากนี้แล้ว ลอนดอนยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาส ทั้งโอกาสทางการศึกษาจากมหาลัยดี ๆ สถาบันสอนภาษาดี ๆ แถมนักเรียนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในลอนดอนก็มีโอกาสได้ฝึกงาน และได้ทำงานจากบริษัทจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งระดับสตาร์ทอัพ ขึ้นไปจนถึงตัวแม่ของโลกเลยด้วย
และเพราะความที่ป๊อปปูล่าร์หนักขนาดนี้ เราเลยจะมาเจาะลึกคู่มือการไปเรียนลอนดอนแบบครบวงจร นับตั้งแต่เริ่มหาที่เรียน ไปจนถึงเมื่อเครื่องแลนดิ้งแล้วเราจะต้องทำยังไงบ้าง มาอ่านกันเลยค่า
ก่อนไปเรียนต่ออังกฤษ ก่อนเดินทางไปลอนดอน
-
หาที่เรียน เลือกที่เรียนที่เหมาะกับเราก่อน เริ่มได้จากเราอยากไปเรียนระดับไหน เรียนนานแค่ไหน และมีงบเท่าไหร่
-
เรียนภาษาในลอนดอน
-
อยู่ที่ประมาณ 48,000-72,000 บาทขึ้นไป สำหรับหลักสูตรระยะสั้น เรียน 4 สัปดาห์หรือประมาณ 1 เดือน (ราคานี้เป็นแค่ค่าเรียนเท่านั้น ไม่รวมอย่างอื่น โดยราคาอาจสูงกว่านี้แล้วแต่หลักสูตรที่เลือกเรียน) หรือถ้าจะให้ยาวกว่านั้นหน่อย เช่น 12 สัปดาห์ ก็จะเริ่มต้นที่ราว ๆ 85,000 บาท
-
-
-
เรียนต่อป.ตรีในลอนดอน
-
ค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียนในการเรียนป.ตรีในลอนดอน จะเริ่มที่ราว ๆ £11,400 - £32,000 ต่อปี (480,000 - 1,300,000 กว่าบาท) สำหรับหลักสูตรทางการแพทย์หรือบางสาขาก็จะแพงกว่านี้ไปอีก
-
-
เรียนต่อป.โทในลอนดอน
-
ค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียนสำหรับป.โทโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £6,500 - £51,000 (270,000 - 2,100,000 บาท)
-
-
ถ้าเลือกไม่ถูก แนะนำให้ลองโปรแกรมคอร์ส แมทเชอร์ คือเป็นตัวช่วยแบบให้กด ๆ ตอบคำถามง่าย ๆ แล้วระบบจะคำนวณออกมาให้เลยว่าเรียนอะไร ที่ไหน ถึงจะเหมาะกับความต้องการและงบของเรา ที่ชอบมาก ๆ คือผลที่เค้าเอาออกมาให้เนี่ย จะแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ เลย ว่ามหาลัยนี้ หลักสูตรนี้ เรามีสิทธิ์เข้าได้สูงมากนะ หรืออีกอันอาจจะถูกกว่าแต่เข้ายากหน่อย คือละเอียดมาก ดีงาม
ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อลอนดอน
-
สมัครเรียน
-
เมื่อเลือกที่เรียนได้แล้ว ก็เตรียมตัวสมัคร เตรียมเอกสารต่าง ๆ ตามที่เค้าต้องการ ตรงนี้ถ้าอยากได้ตัวช่วย หาคนช่วยดูเอกสารให้ หรือช่วยแนะนำเรื่องการสมัครเรียน สามารถแชทกับพี่ ๆ IDP ได้ฟรีนะคะ
-
-
รับ offer เตรียมเอกสาร ทำวีซ่า
-
ถ้าเค้ารับเราเข้าเรียน (เย้) และได้ conditional offer / unconditional offer แล้ว หลังจากฉลองเรียบร้อย เราก็ควรกลับมาเตรียมตัวซื้อตั๋วเครื่องบิน ทำวีซ่า เตรียมเอกสารให้พร้อม เอกสารที่เค้าต้องการจะอยู่ใน
-
เริ่มขอวีซ่าล่วงหน้าได้ 6 เดือนก่อนจะเปิดเรียน
-
ส่วนใหญ่แล้วจะรู้ผลวีซ่านักเรียนภายใน 3 อาทิตย์
-
ถ้าจะไปเรียนในระดับปริญญาขึ้นไป จะได้วีซ่านักเรียนแบบอยู่ได้สูงสุด 5 ปี ส่วนถ้าเรียนในระดับที่รองลงมาจากปริญญา จะขอวีซ่าอยู่ได้สูงสุด 2 ปี
-
สำหรับคนที่ไปเรียนจบระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือเรียนจบหลักสูตรที่ทางการเค้ากำหนดมา ก็สามารถยื่นขอวีซ่า Graduate visa อยู่ต่อได้ยาว ๆ ไปอีก 2 ปี (วีซ่าตัวนี้เมื่อก่อนเรียกว่า post-study work visa)
-
อ่านรายละเอียดเพิ่มที่นี่
-
รวมคำถามเจอบ่อยในการสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ
อัพเดทวีซ่าทำงานหลังเรียนจบในต่างประเทศ (post study work) อยากทำงานหลังเรียนต่อต่างประเทศ ควรอ่าน
ทิปส์การใช้ชีวิตในลอนดอน
-
ไปลองส่องแผนที่ Underground/Tube ในลอนดอนก่อนเดินทาง ฝึกดูให้ชิน ๆ จะดีมากเลย เพราะพอไปถึงจะได้ดูแผนที่ได้เร็ว ไม่หลง
-
ถ้ามีคนแปลกหน้าที่ไม่ได้แต่งตัวในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่มาคุยด้วยหรือขอให้ช่วยอะไร อย่าคุยนะคะ ชี้ให้เค้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่เลย
เมื่อถึงลอนดอน
-
ที่สนามบินเค้ามี wifi ให้ใช้ค่ะ อย่าลืมบอกที่บ้านว่าถึงแล้ว ถ้าใครอยากซื้อซิมที่นี่ก็สามารถซื้อพวก unlimited data (อินเตอร์เน็ตไม่อั้น) ได้เลยที่ Terminal 2 3 และ 5
-
** อย่าลืมเช็คด้วยว่าโทรศัพท์เราปลดล็อคมาก่อนแล้วรึเปล่า เพราะบางอันอาจจะใช้ได้แค่ซิมของไทยนะ
-
**ถ้ารอได้ ควรรอไปซื้อในเมืองหรือในร้านโทรศัพท์ดีกว่าค่ะ ถูกกว่าเยอะมาก มีดีลบางอันแถมโทรศัพท์ด้วยนะ
-
การเดินทางจากสนามบิน Heathrow เข้าตัวเมืองลอนดอน
- เลือกได้เยอะมากว่าจะเดินทางแบบไหน ถ้าจะให้แนะนำ ก็ขอแนะนำตัวเลือกข้างล่างนี้ค่ะ
-
นั่ง Taxi เข้าลอนดอน
-
ระยะเวลาเดินทาง ประมาณ 45 นาทีขึ้นไป
-
ค่าตั๋ว £70 – £100 แล้วแต่ว่ารถติดหรือไม่ติด บางทีถ้าจองล่วงหน้า เราก็จะได้เรทแบบเหมาจ่าย ไม่งอกมาเพิ่ม
-
อยากได้สะดวกสุด (แต่แพงสุด) ก็ใช้บริการพี่แท็กซี่เค้าค่ะ ค่ามิเตอร์อยู่ที่ประมาณ แนะนำให้ติดต่อ information ในสนามบินเพื่อจองค่ะ
-
-
นั่งใต้ดิน หรือ Underground/Tube เข้าลอนดอน
-
ระยะเวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป
-
ค่าตั๋ว £5.50 - £7 ขึ้นอยู่กับว่าเราไปลงที่ไหน
-
เราสามารถขึ้นรถไฟใต้ดินได้เลย แต่อาจจะขนของยากหน่อย เพราะบางสถานีในตัวเมืองไม่มีลิฟท์ ถ้าจะขนกระเป๋าหนัก ๆ ขึ้นลงอาจจะไม่สะดวก แต่ถ้าอยากลองก็มาได้ค่ะ เดินทางด้วยสาย Piccadilly (สีน้ำเงินเข้ม) แล้วเลือกลงสถานีที่อยากไปได้เลย
-
-
Heathrow express
-
ระยะเวลาเดินทาง 15 นาที
-
ค่าตั๋ว £10 - £46
-
เป็นรถไฟสายตรงที่วิ่งจากสนามบินเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน (Underground/Tube) London Paddington ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเอง เร็วมาก แล้วจากสถานี Paddington ก็คือเดินทางไปสถานีอื่นได้เลย จองล่วงหน้าผ่านเว็บได้ด้วย
-
-
ควรระวัง!
-
ระวังพวกสแกมเมอร์ในคราบแท็กซี่ แต่งตัวดี ๆ ใส่สูท มาเรียกชวนไปนั่นนี่ ขนกระเป๋าให้อะไรงี้นะคะ เพราะพวกนี้อาจไม่ใช่แท็กซี่ที่ลงทะเบียนถูกต้อง และจะมาคิดเรทเราแพง ๆ นั่นเอง
การเดินทางในลอนดอน
ซื้อตั๋ว Oyster card สำหรับเดินทางในลอนดอน
-
สำหรับนักเรียน เค้ามีตั๋วเดินทางราคาพิเศษให้ด้วย เรียกว่า 18+ Student Oyster Photocard คือได้ส่วนลด 30% สำหรับรถไฟใต้ดิน (Underground/Tube) รถเมล์ (Bus) หรือรถราง (Tram)
-
บัตรนี้จะมีรูปเราติดอยู่ ให้คนอื่นใช้แทนไม่ได้เด้อ
-
เราต้องมีจดหมายยืนยันสถานะนักเรียนของเรา และต้องลงเรียนในหลักสูตรที่ทางการรับรอง ตามระยะเวลาที่เค้ากำหนด ถึงจะสมัครตั๋วราคาพิเศษนี้ได้
-
ถ้ายังไม่มีตั๋ว Oyster card
-
สำหรับคนที่ยังไม่มีเวลาไปทำ Oyster card ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะการเดินทางแทบทุกอย่างในลอนดอนคือสามารถใช้ Apple Pay, debit/credit card แบบ contactless แตะที่เครื่องอ่าน แล้วเดินทางได้เลย ใครสะดวกเงินก็พกไปได้แต่ต้องระวังมาก ๆ และอาจจะยุ่งยากกว่า แนะนำให้ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตของเราดีกว่า
การเปิดบัญชีนักเรียนเมื่อไปเรียนต่อลอนดอน
-
ที่ลอนดอนเค้ามีธนาคารให้เลือกหลายเจ้า ที่รู้จักกันดีคือ NatWest, Barclays, Lloyds, Santander พวกนี้มีหลายสาขา และมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับนักศึกษาด้วย
-
ถ้าจะขอเปิดบัญชีแบงก์ ส่วนใหญ่เค้าจะขอ ID, จดหมายยืนยัยสถานะการเป็นนักเรียน (ทางมหาลัยหรือสถาบันเป็นคนออกให้)
-
-
เมื่อได้บัญชีแล้ว แนะนำให้โหลด mobile banking ของธนาคารนั้น ๆ มาใช้ค่ะ สะดวกมาก
การไปหาหมอในลอนดอน
-
สำหรับนักเรียนที่มาเรียนต่ออังกฤษทุกคนจะต้องเสียค่า NHS surcharge ซึ่งเป็นค่าบริการด้านสาธารณสุขนั่นเอง พอจ่ายปุ๊บ เราก็มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาต่าง ๆ ได้ฟรีค่ะ
-
ส่วนใหญ่ที่มหาลัยจะมีคลีนิคแนะนำให้ เราไปลงทะเบียนกับคลีนิคนั้น หรือคลีนิคใกล้บ้านก็ได้ หา GP ที่นี่ได้เลย
-
ถ้าอยากนัดหมอ ต้องโทรไปนัดหรือจองนัดออนไลน์หรือผ่านแอพฯ แล้วแต่คลีนิคนั้น ๆ
-
ตอนจองทำใจไว้หน่อยนะคะว่าถ้าไม่ใช่เรื่องด่วน อาจจะรอนานเป็นอาทิตย์กว่าจะได้เจอหมอ บางทีป่วย ๆ อยู่ก็หายก่อนเจอหมออี๊ก
อาหารการกิน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านยา
-
M&S, Waitrose ของราคาสูงหน่อย คุณภาพระดับพรีเมี่ยม อร่อยเว่อร์ทุกอย่าง
-
Tesco, Sainsbury’s, ASDA ตัวเลือกเยอะมาก ของคุณภาพดี อร่อยเลย
-
Lidl, Aldi ซูเปอร์แบบประหยัด ของถูกมากก คุณภาพอาจไม่เท่าสองกลุ่มข้างบน
-
Boots, Superdrugs เป็นร้านขายพวกยาสระผม เครื่องสำอางค์ รวมไปถึงยาบางตัว ถ้าอยากได้ร้านที่มีตัวเลือกเยอะ ๆ ควรไป Lloyd pharmacy หรือซุ้ม Pharmacy ตามซูเปอร์ใหญ่ ๆ ข้างบน
อยู่ลอนดอนให้คุ้ม สนุก อร่อยแม้ไม่มีเงินถัง : ตอนที่ 4 พาทัวร์ Sainsbury ชอปปิ้งอย่างไรให้ได้ของถูก
ไดอารี่เรียนต่อนอก by น้องจินต์ - อยู่อังกฤษไม่ได้แพงเสมอไป: มาส่องซุปเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษกันค่ะ
ค่าครองชีพในลอนดอน
แล้วแต่เลยว่าเราจะเลือกอยู่แบบไหน ทำอาหารยังไง เที่ยวหนักไหม แต่ถ้าให้กะ ๆ เอาก็จะประมาณนี้
-
หอนักศึกษา 1 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว ก็จะเริ่มที่ £1,000 ถ้าพักที่ลอนดอนและเช่าบ้านหรือแฟลตแบบ 2 ห้องนอนอยู่ ก็จะอยู่ที่ประมาณ £1,100-1,800 ต่อเดือน แต่ถ้าแบ่งแชร์กับเพื่อนก็จะถูกลงมาหน่อย แล้วแต่ย่านของเมืองนั้นๆค่ะ
-
เมื่อรวมกับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ก็บวกเพิ่มไปอีกประมาณ £100-200 ต่อเดือนค่ะ รวมๆแล้ว ค่าที่พักก็ประมาณ £1,200 ต่อเดือนเป็นอย่างงน้อยค่ะ
-
รวมกับค่าเที่ยว ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าซักผ้า ช้อปปิ้งและอื่น ๆ แล้ว เราควรเตรียมเงินเผื่อไว้เดือนละประมาณ £1,500 ต่อเดือนขึ้นไปค่ะ
ควรระวัง!
-
ระวังกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือให้มาก ๆ ก.ไก่ ล้านนนนตัว
Credit: London on Budget, UK tuition fees for international students, How to get to London