ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รีวิว Course matcher - หาคอร์สที่ใช่ง่ายๆ แค่ตอบคำถาม!

share image

การหาคอร์สเรียนต่อนี่ว่าไปก็คล้ายๆ กับการหาเนื้อคู่เนอะคะ คือเราควรเลือกให้เป๊ะ ให้ใช่ที่เราชอบจริงๆ และควรจะเหมาะกับเราในทุกๆ ด้าน (เพราะเราสวยและรวยมาก) ทั้งในแง่ของเนื้อหาคอร์ส ประเทศที่เราอยากไป งบที่เรามี ฯลฯ 

 

แต่ปัญหาหลักก็คือ บางทีหาข้อมูลไปมาแล้วมันเยอะเกินไปอ่ะค่ะคุณพี่! ไปๆ มาๆ เลือกไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ ก็เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มต่อไปอีก กลายเป็นการ “มูฟออนเป็นวงกลม” และออกจากวนเวียนไม่ได้ไปอีก ฮือ

 

แต่ขนาดการเลือกคู่ ยังมีพ่อสื่อแม่ชักจัดให้ แล้วทำไมการเรียนต่อจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ? มาค่า วันนี้เราขอมารีวิวการใช้งานบริการหาคู่ (ผิดแล้ว!) ไม่ใช่สิ บริการการจับคู่คอร์สเรียนต่อให้เหมาะกับเราแบบเป๊ะๆๆ อย่าง Course matcher คือแค่ตอบคำถามต่างๆ กดปุ๊บ เค้าจะไปหามาให้เลยว่าเราควรเรียนคอร์สไหน มหาวิทยาลัยไหนดี และมีอันไหนที่เราสมัครแล้วได้แน่ๆ ชัวร์ๆ รวมถึงอันไหนมีลุ้นบ้าง เหมาะกับคนที่กำลังอยากหาข้อมูลเรียนต่อ แต่หาไม่ไหวแล้วจ้ะพี่จ๋า

 

ละแมะ ละมาเริ่มกันเลยค่า

 

ทำความรู้จัก คอร์ส แมทช์เชอร์กันก่อน



 

คอร์ส แมทช์เชอร์อันนี้เค้าจะมาในรูปแบบคำถามเป็นเซ็ตๆ ไม่กี่ข้อ ให้เราตอบค่ะ แล้วพอตอบเสร็จ เค้าจะประมวลผลจากข้อมูลที่ได้ ซึ่งก็จะมีทั้งวุฒิการศึกษา ไลฟ์สไตล์ คณะที่เราชอบ งบประมาณ ฯลฯ รวมเข้าด้วยกัน แล้วเอาไปจับคู่กับคอร์สที่มีอยู่แล้ว ดูว่าอันไหนเหมาะกับคำตอบเรา แล้วก็จะแสดงผลให้ดูภายใน 1 วินาที รวดเร็วทันใจมาก

 

ผลก็มี 3 แบบค่ะ คือ



 

  • Perfect เลย 

    • คอร์สนี้เหมาะกับข้อมูลของเราทุกอย่าง เป๊ะมาก
  • ได้ชัวร์ๆ

    • สมัครอันนี้แล้วได้แน่ๆ คุณสมบัติเราดีเกินที่เค้าขอไปอีก!
  • ต้องลุ้น!

    • สมัครแล้วต้องไปลุ้น เพราะเค้ามี requirement สูงกว่าที่เราทำไว้

 

เข้าใจตรงนี้แล้ว เราไปดูรีวิวการใช้งานพร้อมๆ กันเลยค่ะ


 

เริ่มจากเลือกระดับการเรียนต่อ จิ้มอันที่เราต้องการแล้วกด ถัดไป





ต่อมาก็จะไปเรียนเมื่อไหร่ มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ หรือถ้ายังไม่ได้คิดไว้ ก็กด ยังไม่ชัวร์เลย ได้เหมือนกัน ครบดีค่ะ

 

 

มาต่อด้วยเรื่องสำคัญ ว่าเราสนใจด้านไหน ตอนแรกก็กดเลือกคณะที่สนใจไป ในใจแอบคิดว่ามันจะกว้างไปมั้ยนะ เพราะเราอยากเลือกให้มันละเอียดกว่านี้ ว่าจะเน้นไปที่สาขาไหน วิชาไหน อะไรงี้


 

สรุปเหมือนเค้าอ่านใจออก คือพอกดเลือกคณะปุ๊บ มันมีแยกย่อยลงไปอีก ว่าจะเน้นเรียนด้านไหน สาขาไหน อันนี้ดีเลยค่ะ



ต่อมาเราก็จะได้เลือกประเทศที่ชอบละ ที่ดีอีกข้อคือเค้าไม่ได้มาแค่ชื่อประเทศ แต่มีการบอกค่าเรียนเฉลี่ยของประเทศนั้นๆ ด้วย ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาหน่อย 

 



เลือกประเทศแล้วเลือกเมืองได้ด้วยค่ะ อันนี้เราชอบมาก เพราะเราระบุได้เลยว่าอยากไปเมืองไหน คืออย่างเรา เราไม่ได้ชอบเมืองเงียบๆ เราก็เลยเน้นเมืองใหญ่เป็นหลัก เอาให้เหมาะกับเราจริงๆ



มาต่อกันที่งบที่เรามี จะมากน้อยแค่ไหนก็บอกได้หมด ตรงนี้เลือกให้ตรงกับความจริงนะคะ ผลจะได้ออกมาเป๊ะๆ 




แล้วเค้าก็จะถามต่อว่าเราจบอะไรมา ได้เกรดเท่าไหร่ ใส่ๆ ไปเลยค่า




แล้วก็ตามด้วยผลสอบภาษาอังกฤษ ข้อนี้ใครยังไม่ได้สอบไม่ต้องกลัวนะคะ ข้ามได้จ้า แต่ถ้าสอบแล้ว เราเลือกคะแนนใส่ได้เลย

 



แป๊บๆ มาถึงข้อสุดท้าย ที่เราเลือกได้ตามความชอบ เช่น อยากได้มหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาต่างชาติเยอะๆ จะได้ฝึกภาษา หรือเลือกที่ที่มีการฝึกงาน ก็เลือกได้หมดเลย



เสร็จแล้วกด ดูคอร์สเรียน ผลก็จะออกมาให้เราเลือกได้เลยค่า เร็วมากกกกก


สรุปสั้นๆ ของการรีวิว คือ ชอบค่ะ ใช้งานง่าย และได้คำตอบเร็วมาก เป็นตัวช่วยที่ดีในการหาข้อมูลเรียนต่อค่ะ

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

424K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

348.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.3K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.2K