ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: ชีวิตนักเรียน

ไดอารี่เรียนต่อนอก by น้องจินต์ - แชร์ประสบการณ์สัมภาษณ์งานในอังกฤษ

share image

วันศุกร์กลับมาแล้ววว แน่นอนว่าน้องจินต์ก็กลับมาเล่าประสบการณ์เรียนต่อ-ทำงานในต่างประเทศให้ทุก ๆ คนฟังกันอีกแล้ว วันนี้เรามาพร้อมกับหัวข้อที่ถูกถามกันมาหลังไมค์อย่างล้นหลาม นั่นก็คือ การหางานและสัมภาษณ์งานในอังกฤษนั่นเองค่า

 

ขอพาทุกคนนั่งไทม์แมชีนย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นที่อังกฤษยังมี post study work วีซ่าให้สำหรับนักเรียนที่เรียนจบจากอังกฤษ ซึ่งวีซ่าตัวนี้จะอนุญาตให้นักเรียนอยู่ต่อหลังเรียนจบเพื่อหางานได้อีก 2 ปี ถึงตอนนี้วีซ่าตัวนี้จะไม่มีแล้ว แต่ว่าเร็ว ๆ นี้เค้าจะเอากลับมาเริ่มใช้กันแล้วนะคะ รอข่าวดีได้เลย ฮิ้วววว


กลับมาที่น้องจินต์ ตอนนั้นพอเรียนจบก็สมัครขอวีซ่าตัวนี้ไป พอได้มาแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่อง คราวนี้หางานได้แน่ ๆ ก็เลยลองมานั่งหางานค่ะ

 

 

CV คือหัวใจสำคัญ

ตอนแรกที่สมัครไป จำได้ว่าแทบไม่มีคนเรียกเลย เพราะตอนนั้นเราเน้นว่าต้องได้งานในสาขาที่เรียนมา (มาร์เก็ตติ้ง) เท่านั้น และอยากทำในบริษัทใหญ่ ๆ มีออฟฟิศกลางเมือง โอ๊ย มโนเก่งมากตอนนั้น 

 

พอเวลาผ่านไป เราเริ่มมาคิดว่า เอ๊ะ เราทำอะไรผิดรึเปล่า เลยลองมาดูว่าเราจะปรับ CV ยังไงได้บ้าง พอมาลองค้นดู โหวว สมัยนี้คนทำ  CV สวย ๆ และเน้นประวัติน่าสนใจเยอะมาก เห็นแบบนี้แล้วเราเลยลองปรับของเรา และเริ่มลดความมโนลงมาหน่อย ลองหย่อน CV ไปที่บริษัทเล็ก ๆ และเริ่มมองหางานที่ไม่ต้องตรงสายมาก ตอนนั้นแค่อยากมีเงินเก็บกลับบ้าน และอยากมีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง

 

และอยากบอกว่า วิธีนี้ เวิร์คค่าาาาา

 

หลังจากปรับ CV ไป ก็เริ่มมีคนติดต่อเข้ามา มาสัมภาษณ์บ้างหรือนัดไปสัมภาษณ์บ้าง ตอนนั้นดีใจติดปีกละ 

 

 

 

สัมภาษณ์งานในอังกฤษ

หลังจากผ่านการสัมภาษณ์ไปเป็นสิบ ๆ เราก็เริ่มจับทางได้แล้วค่ะว่า การสัมภาษณ์งานของที่นี่มันจะมีอยู่ 3 เลเวล 

เลเวล 1 - สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ส่วนใหญ่จะสั้น ๆ เป็นการสัมภาษณ์แบบทั่ว ๆ ไป ไม่ค่อยเจาะจงมาก ถ้าผ่านรอบนี้ไปเค้าจะไปต่อเลเวล 2 ค่ะ

เลเวล 2 - สัมภาษณ์ตัวต่อตัว โดยจะมีคนสัมภาษณ์ 2-3 คนขึ้นไป ได้อารมณ์เหมือนไปรายการประกวดร้องเพลงอ่ะค่ะ ตอนแรก ๆ ที่ไปคือเกร็งมากกก แต่พอไปสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้ง ก็จะเริ่มประหม่าน้อยลง แล้วมันจะดีขึ้นเองค่ะ

เลเวล 3 -  สัมภาษณ์แบบหมู่ แบบมีกิจกรรมให้ทำ แล้วมีคนมาสังเกตว่าผู้สมัครแต่ละคนมีการโต้ตอบกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไง เหมือนเป็นแบบทดสอบรวม อารมณ์จะคล้าย ๆ ไปอยู่ในรายการ reality ที่โดนส่องอยู่ตลอดเวลาค่ะ

 

จากประสบการณ์ทั้งหมด เราว่าเลเวล 3 โหดสุด เพราะมันรวมหลายอย่างมาก ทั้งต้องพรีเซ้นต์ตัวเองให้ดูดี ตอบให้ทันเพื่อน ทำตัวให้เด่น และฟังคำถามเค้าอีก แต่การสัมภาษณ์แบบนี้จะมีไม่เยอะค่ะ ส่วนใหญ่จะมีในบริษัทใหญ่ ๆ หรือบริษัทที่เค้ามีคนสมัครเยอะ ๆ เท่านั้นเอง

 

และหลังจากสัมภาษณ์ไปเป็นสิบ ๆ แห่ง ที่แรกที่เราได้ทำงานก็คือ...เป็นพนักงานขายตั๋วให้กับ London Eye ค่าาา 

 

ตอนนั้นบอกตัวเองเลยว่า ถึงมันจะไม่ตรงสายที่เราเรียนมา แต่อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกสกิลการฟัง-พูดเพิ่ม งานไม่โหดมาก และยังมีเงินเก็บเอากลับบ้านอีก แค่นี้ก็ดีใจแล้วล่ะ

และก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ค่ะ เพราะในช่วงที่เราทำงานที่นั่น เราก็ยังหางานอื่น ๆ ไปด้วย (แต่ก็ยังมีงานนี้ด้วย ทำให้ช้อปได้ เที่ยวได้ เก็บเงินได้ แฮปปี้มากก) และไม่นานหลังจากนั้น เราก็ได้งานอีกที่ที่ตรงสายเราเป๊ะ ๆ เลยค่ะ

 

Tips สำหรับการสัมภาษณ์งาน

- ส่วนใหญ่คำถามแรกที่เค้าจะถามคือ ให้เราแนะนำตัวกับเค้าหน่อยได้มั้ยว่าทำอะไรมาบ้าง อันนี้เจอ 90 % เลยค่ะ วิธีที่ช่วยได้คือเขียนเป็นลิสท์ ๆ เอาไว้ ว่าเราจะพูดเรื่องอะไรก่อน อะไรหลัง เล่าอะไรบ้าง แล้วฝึกพูดไปเรื่อย ๆ (อย่าท่องจำไปนะคะ เอาแค่จำลำดับได้ว่าเราจะพูดอะไรบ้างก็พอ) มันจะช่วยได้เยอะมาก ๆ พอเราพูดลื่นไหล เราจะไม่ค่อยเกร็งค่ะ

- ยิ้มให้คนสัมภาษณ์เยอะ ๆ หลายคนเค้าประทับใจความยิ้มสยามของพวกเรานี่แหละค่ะ

- เมื่อใกล้จบการสัมภาษณ์ คนสัมภาษณ์มักจะถามต่อว่า มีอะไรจะถามเค้ามั้ย? ข้อนี้เราควรเตรียมคำถามไปล่วงหน้าเลยค่ะ เพราะการถามเค้า มันทำให้ดูเหมือนว่าเรากระตือรือร้นและสนใจจะทำงานกับเค้าจริง ๆ นะ 

สำหรับใครที่กำลังหางานอยู่ สู้ ๆ นะคะ น้องจินต์เป็นกำลังใจให้ค่า

 

 

Study in the UK

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK