เรียนต่ออเมริกา เรียนต่อ usa ใช้เงินเท่าไหร่ ทุนเรียนต่ออเมริกา เรียนปริญญาโท ปริญญาตรี สหรัฐอเมริกา

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Step-by-step ขั้นตอนการไปเรียนต่ออเมริกา เรียนปริญญาโท เรียนปริญญาตรีใน USA อ่านจบพร้อมบินได้เลย

รวมขั้นตอนการไปเรียนต่ออเมริกา เรียนต่อป.ตรี ป.โท USA เริ่มยังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

study USA for Thail student

น้อง ๆ พี่ ๆ ที่อยากไปเรียนต่ออเมริกาแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ถ้าจะไปเรียนต่อป.ตรีใน USA ต้องเตรียมตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือถ้าอยากไปเรียนต่อป.โทอเมริกาแล้วเราจะต้องทำยังไงบ้าง ถ้ามีปัญหาคาใจเหล่านี้อย่าเพิ่งไถผ่านไปค่า เพราะวันนี้ Hotcourses Thailand เอเจ้นท์เรียนต่อต่างประเทศตัวตึงอย่างเรา (ขออวยตัวเองนิดนึง) ได้รวบรวมขั้นตอนการไปเรียนต่ออเมริกาแบบ step-by-step มาให้ ละเอียดยิบแต่อ่านแป๊บเดียวเก็ตเลย ไม่ต้องไปหาข้อมูลที่อื่นให้ปวดหัว ใครอยากไปเรียนอเมริกา ตามเรามาเลยจ้า 

 

 

ทำไมถึงควรเรียนต่ออเมริกา เรียนต่ออเมริกาดีไหม?

สหรัฐอเมริกา หรือ USA เป็นประเทศสุดฮอตที่นักเรียนต่างชาติวางแผนอยากเข้าไปเรียนต่อเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เรียกว่าติด top 5 ประเทศที่นักเรียนอยากไปเรียนต่อมากที่สุดมายาวนานแบบไม่เคยร่วงจากโผกันเลยล่ะค่ะ

ว่าแต่ทำไมใคร ๆ ถึงอยากไปเรียนต่อปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกที่อเมริกากันนักนะ? เรามาดูข้อดีของการไปเรียนอเมริกากันค่ะ

  • อเมริกามีระบบการศึกษาและมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพติดอันดับต้น ๆ ของโลกทั้งมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงวิธีการเรียนการสอนที่ได้คุณภาพ การันตีด้วยมหาวิทยาลัยหลายต่อหลายแห่งที่ติดอันดับ Top 100 ของโลก (มีมหาวิทยาลัยมากถึง 4 แห่งติดอันดับ top 10 ของโลก) แกร่งเบอร์นี้เราต้องยกให้เค้าจริง ๆ ค่ะ
  • ระหว่างที่เรียนต่อในอเมริกา น้อง ๆ สามารถทำงานพาร์ทไทม์ไปได้ด้วย ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งประสบการณ์ แถมยังมีเงินเก็บอีก คุ้มสุด ๆ
  • อเมริกาอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติที่มาเรียนต่อระดับป.ตรี ป.โทและป.เอก สามารถอยู่ทำงานหลังเรียนจบได้ด้วย F1 Optional Practical Training (OPT) พอได้วีซ่าตัวนี้มาเราก็สามารถทำงานได้หลังเรียนจบ 1-3 ปี แล้วแต่สาขางาน 

 

อยากเรียนต่ออเมริกา เรียนต่อ USA เริ่มยังไงดี?

เลือกคอร์สและมหาลัย

choose your course

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการศึกษาติดอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยความที่ประเทศมหาอำนาจแห่งนี้เค้าเน้นเรื่องระบบการศึกษา คุณภาพการศึกษาและความเท่าเทียมกันเป็นอย่างมาก ทำให้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยคุณภาพมาตรฐานโลกอยู่ทั่วทุกรัฐ ไม่ว่าจะเลือกไปอยู่รัฐไหนก็สบายใจได้เลยว่ามีมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยอย่างน้อย 1 แห่งตั้งอยู่ที่นั่นแน่นอน โดยรวมแล้วอเมริกามีมหาวิทยาลัยมากถึง 3,900 กว่าแห่งเลยล่ะค่ะ

การจะเลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเรานั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ปัจจัยสำคัญได้แก่

  • เลือกหลักสูตรที่เราสนใจ เราชอบเรียนอะไร อยากเรียนด้านไหน ลองเขียนออกมาดูซัก 2-3 หลักสูตร แต่ถ้าใครปักหมุดไว้แล้วว่าอยากเรียนคณะนั้น สาขานี้โดยเฉพาะ ก็ลุยเลยค่ะ
  • มหาวิทยาลัยที่เราอยากไปเรียนต่อ เราสามารถดูได้ว่ามหาวิทยาลัยในรัฐที่เราอยากไปเรียนต่อนั้นเค้า ranking เป็นยังไงบ้าง (เช็คได้จาก QS University Ranking หรือ Times Higher Education Ranking) วิทยาเขตเป็นยังไง มีการช่วยเหลือนักศึกษายังไงบ้าง
  • ดูรายละเอียดของแต่ละหลักสูตรที่เราสนใจ
    • ​สอนวิชาอะไรบ้าง โดยเราสามารถดูได้จาก Course syllabus หรือ Course information / Overview information
    • อ่านรายละเอียด เช็คให้ดีว่าวิชาอะไรเป็นวิชาบังคับ มีวิชาไหนที่เราเลือกเรียนได้เองบ้าง 
  • ระยะเวลาของหลักสูตร 
    • ส่วนใหญ่ถ้าเรียนต่อปริญญาตรีในอเมริกา จะใช้เวลาประมาณ 4 ปี
    • ถ้าเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี 
    • บางสาขาอาจเรียนนานกว่านี้
  • คุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องได้เกรดหรือ GPA เท่าไหร่ ใช้ผลสอบอะไรเพิ่มบ้าง ส่วนมากมหาวิทยาลัยของอเมริกาจะขอ TOEFL, GMAT, GRE ขึ้นอยู่กับสาขาที่เรียน
  • รัฐที่เราจะไปเรียนต่อนั้นเป็นแบบไหน เหมาะกับไลฟ์สไตล์เราหรือเปล่า เช่น ถ้าชอบอยู่เมืองใหญ่ ๆ มีสีสัน ไม่เหงา ก็ควรเลือกเมืองใหญ่ ๆ อย่าง California New York แต่ถ้าเป็นสายสโลว์ไลฟ์ ก็อาจเบนเข็มไปที่ Utah เป็นต้น

 

 

2. คำนวณค่าใช้จ่าย มีเงินเก็บพอครอบคลุมทุกอย่างไหม

calculate your cost

เราต้องลองคำนวณดูว่าค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อครั้งนี้จะตกอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ และเรามีเงินเก็บพอไหม อันนี้ลองหาข้อมูลด้วยตัวเองก็ได้หรือถ้าอยากให้ง่ายขึ้น ก็สามารถปรึกษาเอเจ้นท์อย่างพี่ ๆ IDP Hotcourses Thailand ได้ค่ะ 

ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่ออเมริกา

ค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยเฉลี่ย ตามรัฐใหญ่ ๆ ในอเมริกา

  • New York $3,300
  • California $4,000
  • Boston $3,316
  • San Francisco $4,000

ค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยเฉลี่ยของรัฐขนาดกลาง ๆ ไม่ใหญ่มากในอเมริกา

  • Atlanta $2,200
  • New Orleans $2,000
  • Philadelphia $1,300
  • Seattle $2,500
  • Texas $2,000
  • Illinois $1,470

 

ค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียนสำหรับเรียนต่ออเมริกา

  • เรียนต่อปริญญาตรีในอเมริกา ค่าเล่าเรียนประมาณ $30,000 - $50,000 ต่อปี
  • เรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา ค่าเล่าเรียนประมาณ $30,000 - $65,000 ต่อปี

 

 

3. เตรียมสอบ TOEFL, GMAT, GRE หรือการสอบวัดผลอื่น ๆ

exam

ดูว่าเราต้องสอบอะไรบ้าง เรารวบรวมรายละเอียดคร่าว ๆ ของแต่ละการสอบมาให้ด้วยค่ะ 

  • TOEFL iBT (สอบทั้ง Listening, Speaking, Reading and Writing) ค่าสอบ $215 หรือประมาณ 6,980 บาท เก็บผลสอบได้ 2 ปี

  • GMAT สำหรับคนที่เน้นไปเรียนต่อด้านธุรกิจ เช่น สาขา MBA (สอบ Quantitative, Verbal, Integrated Reasoning, Analytical Writing Assessment)  ค่าสอบ $250 หรือประมาณ 8,110 บาท เก็บผลสอบได้ 5 ปี

  • GRE สำหรับคนเรียนต่อบางสาขา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ (สอบ Analytical Writing, Verbal Reasoning, Quantitative) ค่าสอบ $205 ประมาณ 6,650 บาท ผลสอบเก็บได้ 5 ปี

 

 

4. เตรียมเอกสารสมัครเรียน

document

แต่ละมหาลัยอาจจะขอเอกสารไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราขอแนะนำให้อ่านรายละเอียดในเว็บของมหาลัยนั้น ๆ ให้ดีค่ะ (ถึงจะให้เอเจ้นท์ช่วยแล้วแต่เราก็ควรเช็คอีกรอบด้วยนะ) แต่ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะขอเอกสารประมาณนี้ 

  • Letters of Recommendation จดหมายแนะนำที่เราขอได้จากอาจารย์หรือหัวหน้าของเรา

  • Transcripts for bachelor’s degrees or equivalent ทรานสคริปต์ ใบปริญญา

  • Entrance exam scorecards – TOEFL / GRE / GMAT / MCAT / LSAT ผลสอบวัดผลภาษาอังกฤษต่าง ๆ

  • Statement of Purpose 

  • Passport พาสปอร์ต

  • Resume or CV 

  • Other academic transcripts ใบทรานสคริปต์อื่น ๆ (ถ้ามี)

  • Application confirmation copy สำเนาใบสมัครและใบยืนยันการสมัคร 

  • Proof of funds หลักฐานยืนยันการเงิน

  • Research proposal / any portfolio บางหลักสูตรเค้าจะขอหัวข้องานวิจัยหรือ portfolio ของเราด้วย

 

ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยในอเมริกาจะให้ส่งใบสมัครออนไลน์ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ดังนั้นเราสนใจมหาวิทยาลัยไหนก็กดสมัครไปตามนั้นเลยค่ะ

 

5. รอฟังผลจากทางมหาวิทยาลัย และตอบรับ offer

accept offer

ส่วนใหญ่แล้วมหาลัยจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ในการประเมินใบสมัคร ก็คือถ้าเราส่งใบสมัครไปแล้ว รอราว ๆ 2 อาทิตย์ก็จะรู้ผล 

  • นักเรียนที่สมัครเรียนต่อในอเมริกา โดยมากจะรู้ผลว่าได้หรือไม่ได้ ภายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน

  • เราควรตอบรับผลก่อนเดือนพฤษภาคม

  • ถ้าได้ Conditional offer letter  คือทางมหาลัยยินดีจะรับเรานะ แต่ว่าเราต้องอัพคะแนนหรือคุณสมบัติบางอย่างให้ตรงตามที่เค้าขอ ส่วนใหญ่ที่ได้แบบนี้อาจจะเป็นเพราะ TOEFL ไม่ถึง หรืออาจต้องเข้าเรียนภาษาเพิ่ม ก่อนจะได้เข้าเรียน

 

6. ขอวีซ่า

visa

หลังจากเราตอบรับ offer กับทางมหาลัยแล้ว เค้าก็จะส่งแบบฟอร์ม I-20 มาให้ เอกสารตัวนี้จะมีรายละเอียดว่าเราต้องจ่ายค่าเรียนยังไง และเราต้องใช้เอกสารอันนี้ไปขอวีซ่าด้วย 

 

วีซ่านักเรียนในอเมริกามี 3 แบบคือ

  • วีซ่านักเรียน F-1 ส่วนใหญ่จะต้องขอวีซ่าตัวนี้กัน เพราะเป็นวีซ่าสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่เข้าเรียนในอเมริกาตามสถานศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้ว เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบันภาษา เป็นต้น โดยคอร์สต้องมีเวลาเรียนมากกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

  • วีซ่านักเรียนวิชาชีพ M-1 คือ วีซ่าสำหรับนักเรียนที่เข้าศึกษาในหลักสูตรสายอาชีพแบบเต็มเวลา หรือด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากด้านวิชาการ หรือเข้าฝึกอบรมใดๆ ที่จัดโดยสถาบันในอเมริกา

  • วีซ่านักเรียน J-1 คือ วีซ่าสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยน

 

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับสมัครวีซ่านักเรียนอเมริกา

เมื่อเลือกประเภทวีซ่าที่เราต้องใช้ได้แล้ว ก็เตรียมเอกสารแล้วสมัครได้เลย เอกสารส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ คือ

  • พาสปอร์ต

  • รูปถ่ายตามที่เค้ากำหนด

  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า DS-160

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • แบบฟอร์ม I-20

  • ใบเสร็จ/แบบฟอร์มการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS (I-901 SEVIS payment confirmations)

  • ทรานสคริปต์ของมหาลัย

  • หลักฐานยืนยันการเงิน (Bank statements) หรือหลักฐานอื่น ๆ

 

เสร็จแล้วก็เตรียมตัวไปสัมภาษณ์ค่า

 

ตัวช่วยสำหรับการเตรียมสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกา 

 

7. หาที่พัก + แพ็คของ + วางแผนเดินทาง

พอได้วีซ่ามานอนกอดให้โล่งใจแล้ว เราก็สามารถวางแผนการใช้ชีวิตที่นู่นได้เลย หลัก ๆ ก็คือ

  • ต้องจองที่พักก่อน อันนี้สามารถให้พี่ ๆ เอเจ้นท์ช่วยได้ หรือจะติดต่อกับ student advisor ของมหาลัยโดยตรงเลยก็ได้ ส่วนใหญ่ทางมหาลัยเค้าจะมีที่พักให้ เราสามารถจองแบบที่เราชอบได้ และเลือกได้ด้วยว่าจะเอาเป็นแพ็กเกจแบบรวมอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รึเปล่า

  • วางแผนเดินทาง จัดกระเป๋าได้แล้ว

  • เตรียมบินจ้า

 

 

ขั้นตอนสำคัญ ๆ ก็จะประมาณนี้ค่ะ ใครอยากได้รายละเอียดแบบเจาะลึก คอร์สไหนดี เริ่มสมัครที่ไหน เมื่อไหร่ และอื่น ๆ แนะนำให้ปรึกษาพี่ ๆ IDP ดูนะคะ ถามได้หมดทุกอย่าง ฟรี ไม่เสียเงินด้วยเด้อ

 

ขอให้ทุกคนโชคดีกับการไปเรียนต่ออเมริกานะคะ 

 

 


เครดิท

IDP 

PrepScholar 

ETS.org 

ProdigyFinance 

Shiksha 

Study abroad 

Wonderful Package 

US News 

 

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

คำศัพท์เกี่ยวกับระบบการศึกษา ภาคเรียนและประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา

ชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้นแตกต่างกันไปเพราะมหาลัยแต่ละแห่งก็มีวิธีการของตนเองสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีโอกาสไปเรียนต่อในอเมริกานั้น อาจยังไม่คุ้นเคยกับระบบการศึกษาของอเมริกามากนัก ไหนจะคำศัพท์อื่นๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันอีก          วันนี้ Hotcourses Thailand ขอแนะนำคำศัพท์ที่ต้องรู้หากมีโอกาสได้ไปเรียนต่ออเมริกา รู้ไว้ไม่งงเวลาคุยกับเพื่อนแน่นอน   ระดับการเรียนในระบบการศึกษาอเมริกา  

53.1K
article Img

ส่องเงินเดือนเด็กจบใหม่จากมหาลัยในอเมริกา เรียนจบอเมริกาได้เงินเดือนเยอะจริงไหม

ห่างหายกันไปเล็กน้อยกับซีรี่ย์ จบใหม่ได้เท่าไหร่จ๊าาา วันนี้เรามาขอปิดท้ายซีรี่ย์แบบสวย ๆ ด้วยรายงานตัวเลขเงินเดือนเด็กจบใหม่ในอเมริกามาให้ดูกันค่ะ โดยหัวข้อที่เราจะพาไปส่องกันก็มีทั้ง…   เงินเดือนเฉลี่ยทั่วไปของเด็กจบใหม่ในอเมริกา ภาษีสำหรับคนทำงานในอเมริกา เงินเดือนเฉลี่ยของเด็กจบใหม่ในอเมริกา แยกตามมหาลัย ค่าครองชีพในอเมริกา จะมีเงินเก็บไหม ถ้าเรียนจบ หางานที่นั่นจะคุ้มไหม  

24.7K
article Img

เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา

ถ้าจะไปเรียนต่ออเมริกาและกำลังส่อง   ๆ   อยู่ว่ารัฐไหนในอเมริกาน่าอยู่ที่สุด   ต้องบอกเลยว่าอาจจะต้องนั่งหาจนขอบตาดำ   เพราะเค้ามีตัวเลือกดี   ๆ   หลายรัฐมาก   ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก   บอสตัน   ฟลอริดา   ฯลฯ   ไม่ว่าที่ไหนก็ฟังดูดีไปหมด             Hotcourses Thailand  ก็เลยจะขอรับบทเป็นตัวช่วยพาทุกคนไปดู  7 

12.8K
article Img

สืบเรื่องเงินๆ ทองๆ เรียนต่ออเมริกาจ่ายไปกี่ล้าน?

กลับมาพบกันอีกแล้วววว รายงานนักสืบอุ่นๆ พร้อมเสิร์ฟทุกคนแล้วค่ะ     วันนี้ว่าด้วยการไปเรียนต่อต่างประเทศ (ก็แหงสิ สืบแต่เรื่องนี้ ฮาาา) แต่วันนี้รายงานนี้เคยถูกขอมาโดยซิสๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อ วันนี้มิสขอไปโฟกัสที่ประเทศยอดฮิตอย่างอเมริกา เอามาแจงให้กันเห็นโต้งๆ เลยว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จมันเท่าไหร่กันน เริ่มม!       มิสขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ก็คือ ค่าเทอม (Tuition) และค่าใช้จ่ายประจำวัน (Living expenses)

7.2K