ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

10 ข้อผิดพลาด ที่คนมักทำเวลาสอบ TOEFL

share image

พูดถึงการสอบวัดระดับภาษาอย่าง IELTS หรือ TOEFL น้องๆหลายคนคงรู้ว่าต้องเตรียมตัวกันหนักแค่ไหน ทั้งต้องอ่านให้เยอะ เขียนให้เยอะ และต้องฝึกทำข้อสอบนั่นนี่ รอผลทีก็ลุ้นกันตัวโก่ง ซึ่งหลายๆคนก็คงไม่อยากจะต้องสอบซ้ำๆเพราะมันเครียดเหลือเกิน แต่เอ.. บางคนเตรียมตัวก็แล้ว อะไรก็แล้ว แต่ทำไม๊.. มันยังไม่ได้คะแนนที่อยากได้ซักที เราทำอะไรผิดไปรึเปล่านะ นั่นสิคะ.. วันนี้ Hotcourses Thailand เลยรวบรวม 10 ข้อผิดพลาดที่คนมักทำกันเวลาเตรียมและสอบ TOEFL แบบอัพเดทปี 2020 มาฝากกันค่า 

 

ข้อผิดพลาดที่ 1: ใช้ตัวอย่างข้อสอบที่ผิดหรือไม่อัพเดท

 


 

เริ่มกันที่ข้อผิดพลาดอย่างแรกที่หลายๆคนมองข้าม เพราะเชื่อว่าน้องๆทุกคนก็ต้องมีการเตรียมฝึกทำข้อสอบเก่าๆกันมาก่อน เพื่อให้ชินมือ แต่.. ข้อสอบบางชุดมันดั๊นนนเก่าไปและไม่อัพเดท เลยกลายเป็นว่าที่ฝึกๆทำมามันแทบจะไม่ช่วยเท่าไหร่เลย ดังนั้น เวลาเตรียมทำข้อสอบเก่าๆ เช็คให้ดีนะคะว่าเป็นเซ็ทข้อสอบจากช่วงปีไหน เพราะอย่างตอนนี้เนี่ย ข้อสอบ TOEFL เค้าไม่ถามคำถามแบบปลายเปิด เช่นให้อธิบายนั่นนี่ หรือเปรียบเทียบสิ่งต่างๆกันแล้ว และส่วนใหญ่ตอนนี้ข้อสอบจะเป็นแบบถามว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะอะไร หรือ มีช้อยส์ให้เลือก แล้วถามว่าเราเห็นด้วยกับข้อไหน เพราะอะไร เป็นต้น

 

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่ใส่ใจเรื่องแกรมม่าร์

 

 

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือการฝึกเขียนฝึกทำข้อสอบ แต่ไม่ได้ฝึกเรื่องแกรมม่าร์ เอาล่ะสิ ก็รู้นะว่าแกรมม่าร์มันยากและเป็นเรื่องที่แทบจะเรียกได้ว่าทั้งหินทั้งน่าเบื่อสุดๆ แต่เราจะมองข้ามเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะหลายๆคนอาจจะคิดว่าฝึกทำข้อสอบสำคัญกว่า แกรมม่าร์ผิดนิดหน่อยไม่เป็นไร แต่จริงๆแล้วคือเป็นค่ะ และเป็นหนักมาก หลายๆคนที่โดนตัดคะแนนโน่นนี่ ก็เพราะมาจากแกรมม่าร์ผิดนี่แหละค่ะ ดังนั้น จะฝึกทั้งที ก็ขอให้ฝึกไวยากรณ์ให้เป๊ะไว้ก่อน จะได้ทำคะแนนดีๆขึ้นมาได้ค่า 

 

 

 

ข้อผิดพลาดที่ 3: เขียนยาวไป ไม่มีประโยชน์

 

 

ใครที่คิดว่าเขียน essay ยาวไว้ก่อน ให้คนตรวจมึนๆไปเผื่อได้คะแนนดี หยุดอยู่ตรงนั้นและเปลี่ยนความคิดใหม่เดี๋ยวนี้ค่ะ! เพราะการเขียน essay ยาวๆไม่ได้ช่วยให้คะแนนดีขึ้นเลย เพราะส่วนใหญ่คนที่เขียนยาวๆ มักจะเขียนประโยคสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก และไม่มีการวางแผนการเขียนที่ถูกต้อง ทำให้ตัว essay มันยาวขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ที่แนะนำก็คือ พยายามอ่านโจทย์ รวบรวมสติ ร่างไอเดีย และเขียนให้กระชับที่สุด มีข้อแนะนำมาว่าเขียนประมาณ 400 คำคือดีที่สุดค่ะ เพราะเค้ามีผลสำรวจจาก ETS ออกมา ว่าค่าเฉลี่ยที่ทำให้คนได้คะแนนสูงที่สุด คืออยู่ที่ 410 คำค่ะ 

 

ข้อผิดพลาดที่ 4: อ่านโจทย์ผิด คิดไปนั่น

 

 

ข้างบนเราพูดถึงคนที่เขียนยาวเกินไป มาข้อนี้ขอพูดถึงคนที่เขียนสั้นไปค่ะ และประเด็นคือรีบอ่านโจทย์ไปหน่อย พอโจทย์บอกว่าขั้นต่ำในการเขียน essay อยู่ที่ 300 คำ บางคนอ่านปุ๊บนึกว่าต้องไม่เกิน 300 คำ ก็เอาล่ะสิ เขียนซะสั้นเลย กลัวเกิน ทั้งๆที่จริงๆเค้าหมายถึงว่าเกินได้ แต่ไม่ควรต่ำกว่านั้น ก็เลยกลายเป็นว่าเราเขียนได้แค่ขั้นต่ำที่เค้ากำหนด ทำให้คะแนนหดไปด้วย ใครอ่านโจทย์เร็วไป ต้องแก้นิสัยนี้ด่วนๆเลยค่า

 

ข้อผิดพลาดที่ 5: ใช้ศัพท์ยากใช่ว่าจะดี

 

 

เวลาเขียน essay บางคนก็ชอบคิดว่าเราใช้ศัพท์ยากๆ ศัพท์สูงๆ มันน่าจะได้คะแนนสูงไปด้วย แต่จริงๆแล้วไม่เสมอไปค่ะ เพราะคะแนนที่ได้เนี่ย ส่วนใหญ่มาจากความหลากหลายของการใช้ศัพท์มากกว่า เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าเรามีความรู้ในคำศัพท์เยอะ และสามารถเลือกที่เหมาะกับรูปประโยคของเราได้ อย่างศัพท์ยากๆบางอย่างก็ไม่ได้เข้ากับเนื้อความเสมอไป เพราะฉะนั้น เลือกศัพท์ให้ถูก ใช้คำที่หลากหลาย เลี่ยงการใช้คำเดิมซ้ำๆกันนะคะ

 

ข้อผิดพลาดที่ 6: ใช้เวลาประดิษฐ์คำเปิดประโยคนานเกินไป

 

 

เป็นที่รู้กันดีว่า การเลือกคำหรือประโยคเปิดใน essay เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นสิ่งแรกที่จะดึงความสนใจจากผู้ตรวจได้ ทีนี้หลายๆคนก็เลยตั้งใจคิดคำเปิดประโยคให้เด็ดและครีเอทมากๆ ยังกะเขียนแคมเปญโฆษณา กะว่าคนอ่านต้องอึ้ง แต่ปัญหาคือ บางทีมันดันใช้เวลาในการคิดนานน่ะซี้ กว่าจะได้ประโยคที่ตัวเองพอใจ กลายเป็นว่า เอ้า.. หมดเวลาซะแล้ว เขียนที่เหลือไม่ทัน ซึ่งเหตุการณ์นี้เห็นอยู่บ่อยๆค่ะ ดังนั้น ข้อแนะนำก็คือ การเปิดประโยคสำคัญก็จริง แต่แค่เขียนให้กระชับ สั้น ตอบโจทย์และถูกแกรมม่าร์ ไม่ต้องครีเอทมากมาย แค่นี้ก็เพียงพอละค่า เราจะได้เอาเวลาที่เหลือไปเขียนส่วนอื่นๆให้เป๊ะนะคะ

 

ข้อผิดพลาดที่ 7: เขียนแบบไม่มีตัวอย่างประกอบ

 

 

อันนี้ง่ายๆเลยค่ะ เวลาเขียน essay เวลาอธิบายอะไร เราควรมีตัวอย่างประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ยิ่งเป็นตัวอย่างที่มาจากประสบการณ์ตรงยิ่งดีค่ะ เพราะเขียนแล้วลื่น และโอกาสผิดน้อยกว่า เพราะเราแม่นกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา ตรงนี้ แนะนำเลยค่ะ ถ้าเราเตรียมคิดตัวอย่างไปเนิ่นๆ นอกจากจะทำให้เขียนได้เร็วแล้ว ยังช่วยให้เขียนได้ชัดเจนมากขึ้นด้วยค่ะ

 

ข้อผิดพลาดที่ 8: พยายามมากไป เพราะอยากชนะใจคนตรวจ

 

 

ข้อนี้คล้ายๆข้อที่ 6 ในเรื่องความพยายามล้นไปค่ะ เพราะบางคนเนี่ย เวลาเขียนข้อโต้แย้งหรือไม่เห็นด้วยกับโจทย์ ก็จะพยายามสรรหาคำพูด เหตุผล และตัวอย่างที่ครีเอทมากๆมาลงใน essay กะว่าคนตรวจจะต้องประทับใจฮือฮา และน่าจะได้คะแนนเยอะไปด้วย บางคนอาจจะลงทุนเขียนแบบบิ๊วมายาวๆ และจบฮุคด้วยประโยคเด็ด แต่จริงๆแล้วเนี่ย อย่าลืมนะคะว่าคนตรวจเค้าตรวจ essay กันมาทั้งวัน เป็นร้อยๆคน ถ้าเขียนยาวเกินไป ไม่เข้าเรื่องซะที หรือครีเอทมากจนคนเขียนอ่านแล้วไม่เก็ท ก็มีเปอร์เซ็นท์ที่เค้าจะกดคะแนนเราได้ค่ะ ดังนั้นต้องระวังตรงนี้ให้ดีนะคะ

 

ข้อผิดพลาดที่ 9: ลอกประโยคของโจทย์มาเป๊ะๆ

 

 

อีกหนึ่งข้อที่เห็นบ่อยคือเวลาที่เขียน essay แล้วหลายๆคนอยากใช้วิธีลัดในการเพิ่มคำ โดยการ copy ประโยคคำถามมาเป๊ะๆ เช่น I agreed with the statement that…. (ทวนประโยคที่เค้าให้มา)... และเขียนทวนแล้วทวนอีกแบบ copy and paste แต่จริงๆแล้วเนี่ย ที่ถูกคือเราควรเขียนรูปประโยคใหม่ขึ้นมา (paraphase) แทนการก๊อปประโยคเค้ามาค่ะ เพราะนั่นทำให้คนตรวจเห็นว่าเรามีการใช้ประโยคที่หลากหลายและเข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ

 

ข้อผิดพลาดที่ 10: กะเวลาผิดไป ไม่ทันตรวจปรู๊ฟ

 

 

ข้อสุดท้ายนี้สำคัญสุดๆเลยค่ะ เพราะการเขียนและอ่านทวนในตอนจบเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ หลายๆครั้งน้องๆจะได้เห็นข้อผิดพลาด อ๊ะ ลืมโน่นลืมนี่ ก็จากการอ่านทวนตรวจปรู๊ฟในครั้งสุดท้ายนี่แหละค่ะ บางคนอาจจะใช้เวลาเขียนนานไปจนไม่มีเวลาอ่านทวน ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดี เพราะมีเปอร์เซ็นต์ที่เราจะพลาดโน่นลืมนี่มากๆ ดังนั้น แบ่งเวลาให้กับการตรวจงานที่เราเขียนเองอย่างน้อยซักหนึ่งรอบก่อนส่งนะคะ

 

 

 

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K