ถ้าจะพูดถึงเมืองแห่งความปัง ความสับไม่หยุด หลาย ๆ คนอาจจะคิดถึงนิวยอร์คเป็นอันดับแรก ๆ เพราะนี่คือศูนย์กลางทางธุรกิจของโลก เรื่องการเงิน เรื่องธุรกิจต่าง ๆ ต้องยกให้เค้า นอกจากนี้เค้ายังเด่นเรื่องแฟชั่น งานด้านครีเอทีฟ อะไรเก๋ ๆ ดี ๆ ก็มาจากที่นี่เยอะอยู่ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงเป็นเป้าหมายตัวท็อปในการมาเรียนต่อของทั้งสายวิทย์ สายศิลป์
ส่องเงินเดือนเด็กจบใหม่จากมหาลัยในอเมริกา เรียนจบอเมริกาได้เงินเดือนเยอะจริงไหม
เรียนต่ออเมริการัฐไหนดี? 7 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนนักศึกษาในอเมริกา
Infographic ไปเรียนต่ออเมริกาใช้เงินเท่าไหร่ - รวมค่าครองชีพในอเมริกาแบบม้วนเดียวจบ
เรียนต่ออเมริกา ใช้เงินประมาณเท่าไหร่?
เรียนภาษาในอเมริกา
-
ค่าเรียนภาษาในอเมริกา ตกแล้วประมาณ $700 - $2,000 ต่อเดือน
เรียนป.ตรีในอเมริกา
-
ค่าเล่าเรียนป.ตรีอยู่ที่ $20,000 - $40,000 ต่อปี
เรียนป.โทในอเมริกา
-
ค่าเล่าเรียนป.โทอยู่ที่ $20,000 - $45,000 ต่อปี
แล้วแต่หลักสูตรด้วยนะคะ ถ้าเป็นสาขาอย่างการแพทย์ กฎหมาย พวกนี้ก็จะแพงขึ้นไปอีก
เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
วีซ่านักเรียนของอเมริกาแต่ละตัวจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน สำหรับวีซ่านักเรียนที่นักเรียนต่างชาติขอกันเยอะ ๆ ก็คือ F-1 student ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือสามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้ล่วงหน้า 30 วันก่อนหลักสูตรจะเปิด (ตามที่ระบุไว้ใน I-20)
ส่วน J-1 student เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่มาด้วยทุนจากองค์กรต่าง ๆ ทุนรัฐบาล หรือโครงการแลกเปลี่ยนอื่น ๆ นักเรียนที่ถือวีซ่าตัวนี้สามารถเดินทางได้ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันเปิดเรียน (ตามที่ระบุไว้ใน item 3 บน DS-2019)
รวม ‘ทุนอัตโนมัติ’ จากมหาวิทยาลัยในอเมริกา
ประเทศไหนขอวีซ่านักเรียนง่ายที่สุด? รวมอัตราการให้วีซ่านักเรียนในแต่อังกฤษ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย
รวมสารพัดคำถามสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกาที่เจอมาบ่อยที่สุด
เมื่อถึงสนามบิน John F. Kennedy
เตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ในที่ที่หยิบง่ายและปลอดภัย พอมาถึงจะได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ได้เลย
-
หลักฐานการได้รับวัคซีน (Proof of full vaccination) ตัวนี้เค้าจะเช็คก่อนขึ้นเครื่องอยู่แล้ว ก็เอาอันที่เค้าเช็คนี่แหละให้เค้าดูอีกที
-
ก่อนเดินทาง แนะนำให้ไปเช็คแบบประเมิน Vaccine Travel Assessment ก่อน จะได้รู้ว่าเรามีเอกสารต่าง ๆ ครบตามที่เค้าขอหรือยัง
-
พาสปอร์ต เตรียมหน้าวีซ่าไว้เลย
-
I-20
-
ใบเสร็จ SEVIS fee
-
คนที่จะขอวีซ่า F-1 student ทุกคนต้องจ่ายค่า SEVIS $350 และเมื่อจ่ายแล้วก็ต้องเอาใบเสร็จมาสมัครขอวีซ่า และมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย เก็บใบเสร็จไว้ดี ๆ นะคะ
-
-
เอกสารทางการเงินที่ใช้ตอนทำ I-20
เข้าเจอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะคอยเช็คเอกสาร ถามคำถาม และดูให้แน่ใจว่าเราเข้ามาถูกทางนะ วีซ่าเราถูกต้องนะ
เดินทางจากสนามบิน John F. Kennedy (JFK) เข้าตัวเมือง
วิธีเข้าตัวเมือง (แมนฮัตตัน) สามารถทำได้หลายทาง ถ้าอยากเช็คให้ละเอียดก็เข้าไปที่เว็บเค้าได้เลย แต่ที่เราแนะนำคือ:
-
แท็กซี่ (เดินทางประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารราว ๆ $52)
-
ควรเรียกเฉพาะแท็กซี่สีเหลืองหรือสีเขียวที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเรียกตรงไหน ถามเจ้าหน้าที่ในสนามบินได้เลย
-
แท็กซี่ระหว่างสนามบิน JFK ถึงตัวเมืองแมนฮัตตันส่วนใหญ่จะคิดเงินแบบเหมาจ่าย (เรทเดียว ไม่ขึ้นตามมิเตอร์)
-
จ่ายเงินสดหรือจ่ายด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ได้ แต่ควรทิป 10-20% ให้คนขับด้วยตามธรรมเนียมบ้านเค้า
-
ถ้าของเยอะ ๆ กระเป๋าหลายใบ แท็กซี่คือสะดวกสุด
-
ใครมาชวนไปไหนหรือช่วยขนกระเป๋า อย่าไปเด็ดขาด อาจเป็นพวกสแกมเมอร์
-
-
ใช้ Uber, Lyft หรือบริการรถเจ้าอื่นก็ได้ ค่าโดยสารจะถูกกว่าหน่อย
-
Subway รถไฟใต้ดิน (เดินทางประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $10.50)
-
ถูกกว่าแต่ต้องเดินเยอะหน่อย และถ้ามีของเยอะ มีกระเป๋าหลายใบ อาจจะไม่สะดวกนัก
-
เหมาะสำหรับคนเน้นประหยัด
-
เมื่อออกจากสนามบิน ต้องใช้บริการ AirTrain ซึ่งเป็นรถ Tram เค้าจะพาไปส่งตามสถานีต่าง ๆ ด้านนอกสนามบิน (บริการฟรีระหว่าง Terminal แต่ถ้าจะนั่งออกมาจากสนามบินต้องจ่ายค่าโดยสาร $7.75)
-
ถ้าจะไปแมนฮัตตัน ต้องไปเริ่มที่ Jamaica station พอลงมาให้มองหาป้าย Sutphin Boulevard–Archer Avenue subway station อย่าลืมซื้อตั๋วใน Subway (ประมาณ $2.75)
-
เลือกสายรถไฟที่เราจะไป มีทั้ง E, J และ Z ขึ้นกับว่าเราจะไปลงที่ไหน
-
-
Airport shuttle (เดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารเริ่มที่ $19)
-
สะดวกขึ้นมานิดนึงและราคาโอเค
-
รถ shuttle bus จะมีที่สำหรับใส่ของได้พอสมควร เอาไปวางได้
-
-
Commuter train (เดินทางประมาณ 35 นาที ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $15.50)
-
เร็วที่สุดแต่อาจจะไม่สะดวกถ้าของเยอะ
-
ต้องนั่ง AirTrain ไปขึ้นที่ Jamaica station
-
ซื้อตั๋วที่นั่นได้เลย
-
หาซื้อซิมการ์ดที่อเมริกา ใช้เน็ตในอเมริกา
ซิมการ์ดในอเมริกามีโปรโมชั่นเด็ด ๆ เยอะมาก ทั้งใช้เน็ตไม่อั้น ดูซีรี่ย์ได้ สตรีมเกมได้ หรือใครเน้นใช้ WiFi ไม่หนัก data ก็เลือกแพกเกจที่ถูกลงมาหน่อยได้
Tips: แนะนำให้ซื้อในร้านของเค้าเอา จะได้แพกเกจดีกว่า มีคนคอยให้บริการเรื่องการลงทะเบียนด้วย อย่าซื้อจากตู้อัตโนมัติที่สนามบินนะคะ แพงมาก
เครือข่ายดัง ๆ ที่นักเรียนต่างชาติมักจะใช้กันได้แก่
-
Freedom pop
-
ราคาไม่แพง มีดีลต่าง ๆ เช่น ส่งข้อความได้ 500 ข้อความ โทรฟรี 200 นาที และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอีก 500 MB + ได้โทรศัพท์มาใช้ฟรีในดีลนี้ด้วย หรือจะเป็นดีลโทรกลับต่างประเทศฟรี 100 นาทีก็มี
-
-
Total wireless
-
จ่าย $35 ต่อเดือน โทรและส่งข้อความฟรีไม่อั้น และได้อินเตอร์เน็ต 5GB
-
เหมาะกับคนไม่เน้น data
-
ซื้อ data เพิ่มได้ 3GB ในราคา $10
-
ซื้อมาใช้ง่าย ติดตั้งง่าย
-
-
Straight talk
-
มีดีลคล้าย ๆ กับของข้างบน ส่วนใหญ่โทรไม่อั้น แมสเสจไม่อั้น อินเตอร์เน็ตเลือกได้ทั้งแบบ 2GB, 8GB, 12 GB (แพงสุดประมาณ $55 ต่อเดือน)
-
มีโปรโมชั่น Bring your own phone เอาโทรศัพท์ตัวเองมาใช้ได้ ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่
-
-
ถ้าใครเป็นสาย Unlimited data ชอบใช้เน็ตไม่อั้น สตรีมเกมรัว ๆ ส่องดูซีรี่ย์ทั้งวันจุก ๆ แนะนำให้ดูดีลของเครือข่ายใหญ่ ๆ ตามนี้ค่ะ
-
T-Mobile
-
AT&T
-
ถ้าจะไปลงทะเบียนเพื่อซื้อซิม ให้เอาพาสปอร์ตเราไปด้วย
-
-
โทรไม่อั้น ส่งข้อความไม่อั้น เล่นเน็ตไม่อั้น ราคาประมาณ $50 ต่อเดือนขึ้นไป
-
ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่แพง แหล่งช้อปของถูกสำหรับนักเรียนต่างชาติ
Trader Joe’s
เหมาะกับการซื้อของแพ็คใหญ่ ๆ ล็อตใหญ่ ๆ เพราะราคาจะค่อนข้างถูก ของคุณภาพดีใช้ได้ หรือถ้ามีปัญหาก็สามารถขอคืนของได้ด้วย ข้อเสียคือเค้าไม่มีพวกโปรโมชั่นลดราคาหรือคูปองลดราคาอะไรเท่าไหร่ และของอาจจะมีไม่เยอะมาก
Aldi
ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขึ้นชื่อว่าของถูกมาก (เจ้าของเดียวกับ Trader Joe’s) ที่นี่เค้ามีสินค้าที่เป็นยี่ห้อของตัวเอง (house brand) ซึ่งราคาถูกกว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ ทั่วไปค่อนข้างมาก พวกผัก ผลไม้แบบออร์แกนิคก็ไม่แพงด้วยนะ เหมาะกับคนชอบทำอาหาร เพลินมากค่ะที่นี่
China Town – Hong Kong Supermarket
สำหรับใครที่คิดถึงอาหารแนว ๆ บ้านเรา ต้องอย่าพลาดย่าน China town อันนี้ค่ะ เพราะที่นี่เป็นแหล่งช้อปอาหาร วัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ทั้งของจีน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี และอื่น ๆ มีทั้งของแห้งและของสด รวมไปถึงซีฟู้ดด้วยนะคะ
CTown
CTown เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขาอยู่ทั่วนิวยอร์คเลยค่ะ ของค่อนข้างเยอะ ราคาไม่แพงเว่อร์ ร้านนี้หาได้ทั่วไปเลย
Whole foods
ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในนิวยอร์ค ราคาสูงกว่าที่อื่นหน่อย มีสาขาเยอะมากใน Manhattan ของเยอะมาก ทั้งของสด ขนม อาหาร ผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดหรือสินค้าใช้ในบ้าน ที่นี่ตัวเลือกเยอะจุใจเพราะมีทั้งสินค้าออร์แกนิค สินค้าสำหรับชาวมังสวิรัติ Vegan หรือแม้แต่ sugar-free, gluten-free ก็มีจ้า
ส่วนที่เราชอบมาก ๆ คือเค้ามีอาหารปรุงสำเร็จและสลัดให้เลือกซื้อในราคาไม่แพงด้วย สะดวกดี
ใครที่พร้อมจะเดินทางแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัย เรียนให้สนุกนะค้า
Credit
https://isso.columbia.edu/content/entering-us-f-j-students#!#cu_card_group-18011
https://international.northeastern.edu/ogs/new-students/paying-sevis-fee/
https://www.tripsavvy.com/getting-to-and-from-jfk-airport-1612053
https://www.idp.com/middleeast/study-in-usa/cost-of-study/?lang=en
https://www.stilt.com/blog/2018/02/best-cell-phone-plans-international-students/
https://www.traveltomtom.net/destinations/north-america/usa/sim-card-new-york-jfk-airport
https://www.limcollege.edu/blog/best-cheap-places-buy-groceries-nyc
https://www.newyork.co.uk/supermarkets-in-new-york/