เรียนต่ออเมริกา เดินทางในนิวยอร์ค ซิมการ์ดในนิวยอร์ค เดินทางเข้าเมืองยังไง นักเรียนไทยในนิวยอร์ค

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

คู่มือเรียนต่อนิวยอร์ค ไปถึงนิวยอร์คแล้วต้องทำยังไง สรุปครบหมดที่นี่

เรียนต่ออเมริกา เดินทางในนิวยอร์ค ซิมการ์ดในนิวยอร์ค เดินทางเข้าเมืองยังไง

share image

ถ้าจะพูดถึงเมืองแห่งความปัง ความสับไม่หยุด หลาย ๆ คนอาจจะคิดถึงนิวยอร์คเป็นอันดับแรก ๆ เพราะนี่คือศูนย์กลางทางธุรกิจของโลก เรื่องการเงิน เรื่องธุรกิจต่าง ๆ ต้องยกให้เค้า นอกจากนี้เค้ายังเด่นเรื่องแฟชั่น งานด้านครีเอทีฟ อะไรเก๋ ๆ ดี ๆ ก็มาจากที่นี่เยอะอยู่ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงเป็นเป้าหมายตัวท็อปในการมาเรียนต่อของทั้งสายวิทย์ สายศิลป์

 

 

 

เรียนต่ออเมริกา ใช้เงินประมาณเท่าไหร่?

 

 

เรียนภาษาในอเมริกา

  • ค่าเรียนภาษาในอเมริกา ตกแล้วประมาณ $700 - $2,000 ต่อเดือน 

เรียนป.ตรีในอเมริกา

  • ค่าเล่าเรียนป.ตรีอยู่ที่ $20,000 - $40,000 ต่อปี 

เรียนป.โทในอเมริกา

  • ค่าเล่าเรียนป.โทอยู่ที่ $20,000 - $45,000 ต่อปี 

 

แล้วแต่หลักสูตรด้วยนะคะ ถ้าเป็นสาขาอย่างการแพทย์ กฎหมาย พวกนี้ก็จะแพงขึ้นไปอีก 

 

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง 

 

 

วีซ่านักเรียนของอเมริกาแต่ละตัวจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน สำหรับวีซ่านักเรียนที่นักเรียนต่างชาติขอกันเยอะ ๆ ก็คือ F-1 student ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือสามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้ล่วงหน้า 30 วันก่อนหลักสูตรจะเปิด (ตามที่ระบุไว้ใน I-20)

 

ส่วน J-1 student เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่มาด้วยทุนจากองค์กรต่าง ๆ ทุนรัฐบาล หรือโครงการแลกเปลี่ยนอื่น ๆ นักเรียนที่ถือวีซ่าตัวนี้สามารถเดินทางได้ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันเปิดเรียน (ตามที่ระบุไว้ใน item 3 บน DS-2019)

 

 

เมื่อถึงสนามบิน John F. Kennedy 

 

 

เตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ในที่ที่หยิบง่ายและปลอดภัย พอมาถึงจะได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ได้เลย

 

  • หลักฐานการได้รับวัคซีน (Proof of full vaccination) ตัวนี้เค้าจะเช็คก่อนขึ้นเครื่องอยู่แล้ว ก็เอาอันที่เค้าเช็คนี่แหละให้เค้าดูอีกที

  • ก่อนเดินทาง แนะนำให้ไปเช็คแบบประเมิน Vaccine Travel Assessment ก่อน จะได้รู้ว่าเรามีเอกสารต่าง ๆ ครบตามที่เค้าขอหรือยัง

  • พาสปอร์ต เตรียมหน้าวีซ่าไว้เลย

  • I-20

  • ใบเสร็จ SEVIS fee 

    • คนที่จะขอวีซ่า F-1 student ทุกคนต้องจ่ายค่า SEVIS $350 และเมื่อจ่ายแล้วก็ต้องเอาใบเสร็จมาสมัครขอวีซ่า และมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดูตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วย เก็บใบเสร็จไว้ดี ๆ นะคะ

  • เอกสารทางการเงินที่ใช้ตอนทำ I-20

 

เข้าเจอเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะคอยเช็คเอกสาร ถามคำถาม และดูให้แน่ใจว่าเราเข้ามาถูกทางนะ วีซ่าเราถูกต้องนะ 

 

เดินทางจากสนามบิน John F. Kennedy (JFK) เข้าตัวเมือง

 

 

วิธีเข้าตัวเมือง (แมนฮัตตัน) สามารถทำได้หลายทาง ถ้าอยากเช็คให้ละเอียดก็เข้าไปที่เว็บเค้าได้เลย แต่ที่เราแนะนำคือ:

 


 

  • แท็กซี่ (เดินทางประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารราว ๆ $52)

    • ควรเรียกเฉพาะแท็กซี่สีเหลืองหรือสีเขียวที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเรียกตรงไหน ถามเจ้าหน้าที่ในสนามบินได้เลย

    • แท็กซี่ระหว่างสนามบิน JFK ถึงตัวเมืองแมนฮัตตันส่วนใหญ่จะคิดเงินแบบเหมาจ่าย (เรทเดียว ไม่ขึ้นตามมิเตอร์)

    • จ่ายเงินสดหรือจ่ายด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ได้ แต่ควรทิป 10-20% ให้คนขับด้วยตามธรรมเนียมบ้านเค้า

    • ถ้าของเยอะ ๆ กระเป๋าหลายใบ แท็กซี่คือสะดวกสุด

    • ใครมาชวนไปไหนหรือช่วยขนกระเป๋า อย่าไปเด็ดขาด อาจเป็นพวกสแกมเมอร์

  • ใช้ Uber, Lyft หรือบริการรถเจ้าอื่นก็ได้ ค่าโดยสารจะถูกกว่าหน่อย 

  • Subway รถไฟใต้ดิน (เดินทางประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $10.50)

    • ถูกกว่าแต่ต้องเดินเยอะหน่อย และถ้ามีของเยอะ มีกระเป๋าหลายใบ อาจจะไม่สะดวกนัก

    • เหมาะสำหรับคนเน้นประหยัด 

    • เมื่อออกจากสนามบิน ต้องใช้บริการ AirTrain ซึ่งเป็นรถ Tram เค้าจะพาไปส่งตามสถานีต่าง ๆ ด้านนอกสนามบิน (บริการฟรีระหว่าง Terminal แต่ถ้าจะนั่งออกมาจากสนามบินต้องจ่ายค่าโดยสาร $7.75)

    • ถ้าจะไปแมนฮัตตัน ต้องไปเริ่มที่ Jamaica station พอลงมาให้มองหาป้าย Sutphin Boulevard–Archer Avenue subway station อย่าลืมซื้อตั๋วใน Subway (ประมาณ $2.75)

    • เลือกสายรถไฟที่เราจะไป มีทั้ง E, J และ Z ขึ้นกับว่าเราจะไปลงที่ไหน 

  • Airport shuttle (เดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารเริ่มที่ $19)

    • สะดวกขึ้นมานิดนึงและราคาโอเค 

    • รถ shuttle bus จะมีที่สำหรับใส่ของได้พอสมควร เอาไปวางได้ 

  • Commuter train (เดินทางประมาณ 35 นาที ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $15.50)

    • เร็วที่สุดแต่อาจจะไม่สะดวกถ้าของเยอะ 

    • ต้องนั่ง AirTrain ไปขึ้นที่ Jamaica station

    • ซื้อตั๋วที่นั่นได้เลย

 

 

หาซื้อซิมการ์ดที่อเมริกา ใช้เน็ตในอเมริกา

 

ซิมการ์ดในอเมริกามีโปรโมชั่นเด็ด ๆ เยอะมาก ทั้งใช้เน็ตไม่อั้น ดูซีรี่ย์ได้ สตรีมเกมได้ หรือใครเน้นใช้ WiFi ไม่หนัก data ก็เลือกแพกเกจที่ถูกลงมาหน่อยได้ 

 

Tips: แนะนำให้ซื้อในร้านของเค้าเอา จะได้แพกเกจดีกว่า มีคนคอยให้บริการเรื่องการลงทะเบียนด้วย อย่าซื้อจากตู้อัตโนมัติที่สนามบินนะคะ แพงมาก

 

 

เครือข่ายดัง ๆ ที่นักเรียนต่างชาติมักจะใช้กันได้แก่ 

  • Freedom pop

    • ราคาไม่แพง มีดีลต่าง ๆ เช่น ส่งข้อความได้ 500 ข้อความ โทรฟรี 200 นาที และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอีก 500 MB + ได้โทรศัพท์มาใช้ฟรีในดีลนี้ด้วย หรือจะเป็นดีลโทรกลับต่างประเทศฟรี 100 นาทีก็มี

  • Total wireless

    • จ่าย $35 ต่อเดือน โทรและส่งข้อความฟรีไม่อั้น และได้อินเตอร์เน็ต 5GB

    • เหมาะกับคนไม่เน้น data 

    • ซื้อ data เพิ่มได้ 3GB ในราคา $10

    • ซื้อมาใช้ง่าย ติดตั้งง่าย

  • Straight talk

    • มีดีลคล้าย ๆ กับของข้างบน ส่วนใหญ่โทรไม่อั้น แมสเสจไม่อั้น อินเตอร์เน็ตเลือกได้ทั้งแบบ 2GB, 8GB, 12 GB (แพงสุดประมาณ $55 ต่อเดือน) 

    • มีโปรโมชั่น Bring your own phone เอาโทรศัพท์ตัวเองมาใช้ได้ ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ 

  • ถ้าใครเป็นสาย Unlimited data ชอบใช้เน็ตไม่อั้น สตรีมเกมรัว ๆ ส่องดูซีรี่ย์ทั้งวันจุก ๆ แนะนำให้ดูดีลของเครือข่ายใหญ่ ๆ ตามนี้ค่ะ 

    • T-Mobile 

    • AT&T

      • ถ้าจะไปลงทะเบียนเพื่อซื้อซิม ให้เอาพาสปอร์ตเราไปด้วย 

    • โทรไม่อั้น ส่งข้อความไม่อั้น เล่นเน็ตไม่อั้น ราคาประมาณ $50 ต่อเดือนขึ้นไป 

 

ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่แพง แหล่งช้อปของถูกสำหรับนักเรียนต่างชาติ

 

 

Trader Joe’s 

เหมาะกับการซื้อของแพ็คใหญ่ ๆ ล็อตใหญ่ ๆ เพราะราคาจะค่อนข้างถูก ของคุณภาพดีใช้ได้ หรือถ้ามีปัญหาก็สามารถขอคืนของได้ด้วย ข้อเสียคือเค้าไม่มีพวกโปรโมชั่นลดราคาหรือคูปองลดราคาอะไรเท่าไหร่ และของอาจจะมีไม่เยอะมาก

 

Aldi

ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขึ้นชื่อว่าของถูกมาก (เจ้าของเดียวกับ Trader Joe’s) ที่นี่เค้ามีสินค้าที่เป็นยี่ห้อของตัวเอง (house brand) ซึ่งราคาถูกกว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ ทั่วไปค่อนข้างมาก พวกผัก ผลไม้แบบออร์แกนิคก็ไม่แพงด้วยนะ เหมาะกับคนชอบทำอาหาร เพลินมากค่ะที่นี่

 

China Town – Hong Kong Supermarket

สำหรับใครที่คิดถึงอาหารแนว ๆ บ้านเรา ต้องอย่าพลาดย่าน China town อันนี้ค่ะ เพราะที่นี่เป็นแหล่งช้อปอาหาร วัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ทั้งของจีน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี และอื่น ๆ มีทั้งของแห้งและของสด รวมไปถึงซีฟู้ดด้วยนะคะ 

 

CTown 

CTown เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขาอยู่ทั่วนิวยอร์คเลยค่ะ ของค่อนข้างเยอะ ราคาไม่แพงเว่อร์ ร้านนี้หาได้ทั่วไปเลย


 

Whole foods 

ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในนิวยอร์ค ราคาสูงกว่าที่อื่นหน่อย มีสาขาเยอะมากใน Manhattan ของเยอะมาก ทั้งของสด ขนม อาหาร ผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดหรือสินค้าใช้ในบ้าน ที่นี่ตัวเลือกเยอะจุใจเพราะมีทั้งสินค้าออร์แกนิค สินค้าสำหรับชาวมังสวิรัติ Vegan หรือแม้แต่ sugar-free, gluten-free ก็มีจ้า

 

ส่วนที่เราชอบมาก ๆ คือเค้ามีอาหารปรุงสำเร็จและสลัดให้เลือกซื้อในราคาไม่แพงด้วย สะดวกดี

 

ใครที่พร้อมจะเดินทางแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัย เรียนให้สนุกนะค้า

 

 

Credit

https://isso.columbia.edu/content/entering-us-f-j-students#!#cu_card_group-18011 

 

https://international.northeastern.edu/ogs/new-students/paying-sevis-fee/ 

 

https://www.tripsavvy.com/getting-to-and-from-jfk-airport-1612053 

 

https://www.nyu.edu/students/student-information-and-resources/student-visa-and-immigration/newly-admitted/before-you-arrive/living-in-nyc.html 

 

https://www.idp.com/middleeast/study-in-usa/cost-of-study/?lang=en 

 

https://www.stilt.com/blog/2018/02/best-cell-phone-plans-international-students/ 

 

https://www.traveltomtom.net/destinations/north-america/usa/sim-card-new-york-jfk-airport 

 

https://www.limcollege.edu/blog/best-cheap-places-buy-groceries-nyc 

https://www.newyork.co.uk/supermarkets-in-new-york/ 


 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

รวมรัฐน่าไปเรียนต่อในอเมริกาและจุดเด่นของแต่ละที่ เมืองไหนดียังไงบ้าง

สหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย 50 รัฐและเขตพิเศษอีกหนึ่งแห่งคือ Washington D.C. เวลาจะไปเรียนต่อในอเมริกา ตัวเลือกมหาลัยและเมืองจึงเยอะมาก เพราะมีมหาลัยและวิทยาลัยกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเลือกเมืองผิดชีวิตการเรียนต่ออาจผิดไปเลย          แต่วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่าในบรรดา 50 (+1) รัฐ รัฐไหนจะน่าอยู่มากที่สุด พร้อมดูว่าแต่ละรัฐมีความเท่าเทียมมากน้อยแค่ไหน พร้อมไปดูมหาลัยอะไรในรัฐนั้นๆ ด้วย

47K
article Img

เทียบกันชัดๆ 2 เมืองใหญ่แห่งอเมริกา NYC vs LA

รู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าพูดถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว ชื่อเมืองที่หลายๆ คนต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คงหนีไม่พ้น New York City ที่มีเทพีเสรีภาพซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง อีกเมืองคงหนีไม่พ้น Los Angeles นครแห่งทูตสวรรค์ สัญลักษณ์ที่จำขึ้นใจคงเป็น Hollywood Sign ด้วยความเป็นเมืองใหญ่และเมืองเจริญทั้งคู่ และด้วยความที่ vibe มันต่างกันอยู่ แถมยังอยู่คนละฝั่งของประเทศอีก ทำให้ 2 เมืองนี้กลายเป็นคู่แข่งกันในหลายๆ เรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องการศึกษา! Hotcourses Thailand

20K
article Img

เรียนต่ออเมริกาเมืองไหนดี เช็กเลย! นิสัยแบบเราเหมาะเรียนต่อเมืองไหนในอเมริกาบ้าง

ก่อนจะไปดูว่าเราควรไปเรียนต่ออเมริกาเมืองไหนดี เมืองไหนเหมาะกับนิสัยเราที่สุด เราก็ต้องรู้ก่อนค่ะว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นคนประเภทไหน นิสัยยังไงกันแน่ หนึ่งในวิธีที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือแบบทดสอบนิสัยและบุคลิกภาพ 16 ประเภทของ Myers-Briggs (MBTI) ซึ่งจะมากับชุดคำถามหลากหลายแง่มุมให้เราคิดคำตอบที่ใกล้เคียงกับเราที่สุดในแต่ละข้อ จากนั้นทางเว็บไซต์จะประมวลผลออกมาให้เป็นคำตอบที่ประกอบไปด้วย 4 ตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดยแต่ละตัวอักษรนี้จะแทนบุคลิกภาพเด่น ๆ ในตัวเรา

2.9K