ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : เมื่อมาถึง

5 เมนู Survival ทำเองได้ง่ายๆ ในต่างแดน

20160

5 เมนู Survival ทำเองได้ง่ายๆ ในต่างแดน

คนไทยอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ยังไง๊ ยังไง ก็ต้องคิดถึงอาหารไทย แต่ถ้าไปซื้อกินละก็ถ้วยละหลายร้อยใช่มั้ยคะ ทำเองดีกว่า ต้นทุนไม่แพงมากแถมแพ็คใส่ตู้เย็นไว้ได้หลายวัน เมนูอาหารไทยที่จะนำเสนอวันนี้ทำได้ง่ายมากๆ คนไม่เคยทำอาหารก็ทำได้ ส่วนวัตถุดิบก็หาได้ในร้านทั่วไป ทำไว้กินเองก็ประหยัด ทำเลี้ยงเพื่อนต่างชาติก็เก๋ไก๋ อุปกรณ์มีแค่หม้อ กระทะ ตะหลิว เท่านี้ก็เหลือเฟือค่ะ

ส่วนผสมอาหารไทย เช่น น้ำตาลปี๊บ พริกแกง น้ำปลา ใบมะกรูด สามารถหาซื้อได้ในร้านจีน/เวียดนามทั่วไปค่ะ

 

 

 

 

 


 

 

เมนู 1 แกงเขียวหวานไก่ 

ส่วนผสม ไม่ต้องเป๊ะก็ได้ เพราะชิมแล้วปรุงรสใหม่ได้ตลอด
เนื้ออกไก่ 400 - 500 กรัม หั่นลูกเต๋าหรือสไลซ์ชิ้นเล็กๆ (ใช้เนื้อแทนได้)
พริกแกงเขียวหวาน 2 - 3 ช้อนโต๊ะ แล้วแต่ว่าชอบเผ็ดมากน้อย 
น้ำกะทิ 1 กระป๋อง 
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถึง 1 ก้อน 
น้ำปลา 1 - 2 ช้อนโต๊ะ กะเอาตามชอบ 
น้ำมันพืช นิดหน่อย
ใบโหระพา (Sweet Basil) ครึ่งกำ (ซื้อแบบเป็นต้นคุ้มกว่า)
บร็อคโคลี หรือผักรวม 1 ถ้วย (ชนิดของผักแล้วแต่ชอบ)
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

**** 1 หม้อ ต้นทุนประมาณ 10 ปอนด์ (วัตถุดิบส่วนใหญ่เก็บไว้ใช้ต่อได้อีก) ทานได้ประมาณ 5 - 6 มื้อ ถ้าไปทานที่ร้านจะหมดเกือบ 60 ปอนด์****

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อและน้ำมัน (ประมาณ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ) ในกระทะเทฟลอนให้ร้อน ใช้ไฟกลาง
  2. ใส่พริกแกงลงไป ผัดจนได้กลิ่นหอม แล้วเทน้ำกะทิตามลงไปครึ่งหนึ่ง
  3. เคี่ยวจนพริกแกงและน้ำกะทิเข้ากัน เติมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และใส่ไก่ลงไปผัดจนสุก
  4. เติมน้ำกะทิที่เหลือลงไป คนให้เข้ากัน เติมผักตามต้องการ รอจนเดือดแล้วเติมน้ำเปล่าลงไป ต้มจนเดือดอีกครั้ง
  5. เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 10 - 15 นาที ใส่ใบโหระพาลงไป (สามารถซอยพริกชี้ฟ้าใส่ได้ถ้าต้องการสีสัน) 
  6. เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะซื้อแผ่นโรตีแช่แข็งมาทอดให้กรอบแล้วทานคู่กันก็อร่อยอย่าบอกใคร

 

 

 

 

 

 

 

เมนู 2 พะแนงเนื้อ

ส่วนผสม เมนูนี้คล้ายๆ แกงเขียวหวาน แต่ใช้พริกแกงคนละแบบ และไม่ต้องเติมน้ำเปล่า
เนื้อวัว 400 - 500 กรัม สไลซ์ชิ้นเล็กๆ (ใช้ไก่แทนได้)
พริกแกงพะแนง 2 - 3 ช้อนโต๊ะ แล้วแต่ว่าชอบเผ็ดมากน้อย 
น้ำกะทิ 1 กระป๋อง 
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถึง 1 ก้อน 
น้ำปลา 1 - 2 ช้อนโต๊ะ กะเอาตามชอบ 
น้ำมันพืช นิดหน่อย
ใบมะกรูด (Lime leaves) 10 ใบ เอาก้านออก ซอยให้เป็นฝอย
**** 1 หม้อ ต้นทุนประมาณ 14 ปอนด์ (วัตถุดิบส่วนใหญ่เก็บไว้ใช้ต่อได้อีก) ทานได้ประมาณ 5 - 6 มื้อ ***

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อและน้ำมัน (ประมาณ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ) ในกระทะเทฟลอนให้ร้อน ใช้ไฟกลาง
  2. ใส่พริกแกงลงไป ผัดจนได้กลิ่นหอม แล้วเทน้ำกะทิตามลงไปครึ่งหนึ่ง
  3. เคี่ยวจนพริกแกงและน้ำกะทิเข้ากัน เติมน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และใส่เนื้อลงไปผัดจนสุก
  4. เติมน้ำกะทิที่เหลือลงไป พร้อมกับใบมะกรูดซอย คนให้เข้ากัน เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 10 - 15 นาที จนน้ำแกงซึมเข้าไปในเนื้อ และเหลือน้ำขลุกขลิก
  5. เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ

 

 

 

 

 

 

 

เมนู 3 ยำแซลมอนรมควัน

ส่วนผสม เมนูนี้จะทำเป็นกับข้าว หรือทานกับผักสลัดก็ได้เพื่อคุมน้ำหนัก
แซลมอนรมควัน (Smoked Salmon) ตามชอบ ฉีกเป็นคำๆ
ผักสลัด หรือ แท่งแครอทสำหรับดิป

น้ำยำ สามารถทำเก็บไว้ได้ จะทานเมื่อไหร่ค่อยเอามาราด (แต่ไม่ควรเกิน 3 วัน)
น้ำปลา น้ำมะนาว กระเทียมซอย พริกซอย น้ำเชื่อมนิดหน่อย

วิธีทำ

  1. ผสมน้ำยำโดยเริ่มจากน้ำปลาและมะนาวก่อน ใช้อย่างละประมาณ 1 ส่วน แล้วเติมน้ำเชื่อม (น้ำตาล+น้ำร้อน) ลงไปเล็กน้อย ให้รสชาติกลมกล่อมไม่เปรี้ยวหรือเค็มเกินไป จากนั้นค่อยใส่กระเทียมและพริกตามลงไป ชิมรสให้พอดี
  2. เตรียมผักสลัด แล้วฉีกแซลมอนรมควันโรยลงไป จากนั้นราดน้ำยำด้านบน 
  3. หรือจะม้วนแซลมอนไว้รอบแครอทแท่ง แล้วค่อยเอาไปจิ้มน้ำยำก็ได้

**** ถ้าอยากทานยำเนื้อย่าง ให้ซื้อเนื้อ Sirloin มาหมักด้วยซีอิ๊วขาว 30 นาที แล้วตั้งกระทะที่ทาน้ำมันไว้เล็กน้อยให้ร้อนมากๆ ทอดเนื้อข้างละประมาณ 2 นาที (เนื้อจะสุกแบบ Medium Well) แล้วหั่นสไลซ์ให้บาง คลุกกับมะเขือเทศและแตงกวาซอย ใช้น้ำยำนี้ราดได้เหมือนกัน ****

 

 

 

 

 

 

 

เมนู 4 ผัดกระเพรา 

ส่วนผสม ไม่ต้องเป๊ะก็ได้ เพราะชิมแล้วปรุงรสใหม่ได้ตลอด
หมูบดหรือเนื้อบด 400 - 500 กรัม (สามารถเปลี่ยนเป็นหมู ไก่ กุ้ง หรือปลาหมึกก็ได้)
พริกซอย 3 - 4 เม็ด แล้วแต่ชอบ
กระเทียมสับ 1 หัว
หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1 หัว
ใบกระเพรา (Basil) 1 กำ (ซื้อแบบเป็นต้น คุ้มกว่า)
ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย(Oyster Sauce) น้ำตาล น้ำมันพืชเล็กน้อย
**** 1 กระทะ ต้นทุนประมาณ 8 ปอนด์ (วัตถุดิบส่วนใหญ่เก็บไว้ใช้ต่อได้อีก) ทานได้ประมาณ 5 - 6 มื้อ ****

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ผัดกระเทียมและพริกให้เข้ากันจนกระเทียมเหลือง 
  2. ใส่หอมหัวใหญ่ลงไปผัดให้สุก (หอมจะเปลี่ยนเป็นสีใส) จากนั้นใส่หมูบดหรือเนื้อบดลงไป 
  3. เติมซีอิ๊วและน้ำตาลลงไป ผัดเนื้อและขยี้ให้เนื้อแตกจากกัน ผัดจนสุก (เติมน้ำได้นิดหน่อยหากเนื้อติดกระทะ)
  4. ใส่น้ำมันหอยลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากัน ชิมรส ถ้าโอเคแล้วก็ใส่กระเพราลงไปผัดให้สุก
  5. เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ส่วนที่เหลือเก็บไว้แพ็คไปกินที่มหาลัยได้

**** วันไหนขี้เกียจ ก็ต้มมาม่ารสหมูสับ เอาผัดกระเพราราดไว้ด้านบนแล้วเติมไข่ลงไป 1 ฟอง เท่านี้ก็อร่อย ****

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนู 5 ปอเปี๊ยะต้มยำกุ้ง 

ส่วนผสม ไม่ต้องเป๊ะก็ได้ เพราะชิมแล้วปรุงรสใหม่ได้ตลอด
แผ่นปอเปี๊ยะ 1 ห่อ ถ้าเพิ่งเคยทำครั้งแรกให้ซื้อขนาดใหญ่จะได้ห่อง่าย (หาซื้อได้ตามร้านจีน/เวียดนาม)
เนื้อกุ้งหั่นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วย (ถ้าหั่นชิ้นใหญ่เกินไปจะห่อยาก)
เห็ด belly button หั่นเล็กๆ 1 ถ้วย
น้ำพริกต้มยำ 2 ช้อนโต๊ะ 
มอสซาเรลลาชีสขูดฝอย 4 ช้อนโต๊ะใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาว น้ำปลา ตามชอบ

วิธีทำ

  1. ผสมเนื้อกุ้งและน้ำพริกต้มยำเข้าด้วยกัน จากนั้นเติมเห็ด ชีส และใบมะกรูด คลุกให้เข้ากัน 
  2. ลองชิมรสด้วยการแบ่งใส่ถ้วยเล็กเอาเข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หากรสชาติยังไม่เข้มข้นให้เติมมะนาว น้ำปลา หรือน้ำพริกต้มยำลงไปในส่วนผสม
  3. ห่อส่วนผสมด้วยแผ่นปอเปี๊ยะ
  4. ตั้งไฟกลาง เติมน้ำมันลงในหม้อเกือบครึ่งหม้อ เมื่อน้ำมันร้อนให้ทอดปอเปี๊ยะจนสุกเหลือง 
  5. ทานเปล่าๆ หรือจะทานคู่น้ำจิ้มไก่ก็ได้ ปอเปี๊ยะต้องทอดครั้งเดียวทั้งหมด แต่ถ้าคิดว่าจะทานไม่หมดให้ทอดส่วนที่จะเก็บไว้แค่พอสุกแต่ยังไม่สุกมาก จะทานเมื่อไหร่ค่อยเอามาอุ่นในเตาอบ

**** ถ้ากลัวเบื่อต้มยำก็อาจลองประยุกต์เป็นไส้อื่นๆ ก็ได้ เช่น กุ้ง+มะม่วง (อันนี้ออกหวานๆ มันๆ อร่อยดี) ลาบหมู (ซื้อผงปรุงลาบมาผสมกับหมูสับและหอมแดง) หรือผักโขมอบชีส ****

หวังว่าจะช่วยให้น้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ตอนนี้คิดถึงอาหารไทยน้อยลงบ้างนะคะ ใครมีเมนูอะไรที่อยากทำแต่ไม่รู้วิธี ก็ทิ้งคอมเมนท์ไว้ข้างล่างได้เลยค่า

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาและสอนในระดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ใน New York City

MUST READ

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ)

เว็บไซต์ช่วยเขียน Essay ภาษาอังกฤษ  ฟรีและดีมีอยู่จริง (เหรอ?) เคยส่ง Essay ที่รู้สึกมั่นใจมากๆ แต่คะแนนออกมาแย่ หรือส่งอันที่เราคิดว่าทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่คะแนนออกมาดีไหมคะ? บางครั้งการตรวจทานเรียงความภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนเอเชียหัวดำๆ อย่างเราก็เป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากเราจะเพิ่งปั่นงานเสร็จหลังปวดหัวมาหลายสิบชั่วโมงแล้ว เราอาจจะขาดความแม่นและเป๊ะเรื่องภาษา อืม... ถ้ามีวิธีตรวจสอบ Essay ก่อนจะส่งว่างานของเราดีหรือยัง ก็คงจะดีเนาะ

130877

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย

คู่มือแนะนำการเอาตัวรอดในปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัย       คุณอาจจะต้องผ่านการต่อสู้มาอย่างมากมาย ตั้งแต่ การยื่นใบสมัคร ไปจนถึงการสอบสัมภาษณ์ แต่ในที่สุดคุณก็ผ่านพ้นมันมาจนได้ และคุณก็ได้เริ่มการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยสมใจ  แต่แน่นอนว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้น ย่อมมีอะไรที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลใจเสมอ  โดยเฉพาะการกังวลว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้แตกต่างกับสมัยเรียนมัธยม และทำอย่างไรให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด      

29621

อาจารย์ที่ปรึกษา 5 แบบ ที่อาจเจอ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

อาจารย์ “ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก” วู้วววว น้องๆ อาจจะดีใจในตอนแรกเมื่อรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเรานั้นเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนที่เราใช้ แต่อย่าลืมว่าชื่อเสียงของอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นย่อมมีการประชุมสัมมนาระดับโลกตามมา บางครั้งอาจารย์อาจจะต้องไปให้สัมภาษณ์วารสารวิชาการหรือหนังสือพิมพ์ จนไม่มีเวลาจะมาช่วยดูวิทยานิพนธ์ให้เราเลยก็ได้ กลายเป็นว่าเราเจออาจารย์ในทีวีบ่อยกว่าในออฟฟิศของมหาวิทยาลัยซะอีก เฮ่ออออ

6630

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ

ทำอะไรตอนเรียน ถึงจะได้งานเร็วตอนเรียนจบ ยิ่งคิดเรื่องอาชีพเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะแค่ทำกิจกรรมหรือเข้าสังคมอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการหางาน แต่การมีประสบการณ์ทำงานและการฝึกงานจะช่วยให้เราหางานได้ง่ายขึ้น บทความพวก Student guide ทั่วไป อาจจะแนะนำว่าเราต้องหาหอพักอย่างไร ใช้เงินอย่างไร ทำอาหารอะไรเวลาไปอยู่มหาวิทยาลัย หางานพาร์ทไทม์อย่างไร แต่ไม่มีใครบอกให้เรานึกถึง สิ่งที่เราจะทำหลังจากเรียนจบ คำแนะนำนี้เราอาจจะได้ยินมาแล้วเป็นร้อยๆ ครั้ง

6230