สำหรับหลายๆ คน การขอทุนไปต่างประเทศดูเป็นเรื่องยากและไกลตัวมากๆ เพราะหลายครั้งเรามักเห็นแต่คนเก่งๆ ปังๆ เกรดเริดๆ ที่มีเรซูเม่ยาวเหยียดเท่านั้นที่ได้ทุนไปเรียนต่อ วันนี้เราจะบอกว่า ไม่ใช่คนพวกนี้เท่านั้นที่จะได้ทุน! คนธรรมดา ไม่หวือหวาก็มีโอกาสเช่นกัน!
วันนี้ Hotcourses Thailand เลยจะมาลิสต์ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการขอทุนไปเรียนต่อนอกให้รู้กัน พร้อมปรับมายเซ็ทใหม่ว่าไม่ว่าใครๆ ก็ขอทุนได้! มาเริ่มกันเลย!
“มีแต่นักเรียนระดับเทพเท่านั้น ที่จะได้ทุน”
ความเชื่อผิดๆ อันแรกที่ต้องรื้อออกมาก่อน เพราะการเข้าใจแบบนี้เป็นการตัดโอกาสไม่ให้เราสมัครทุนตั้งแต่แรก แถมความเชื่อนี้ยังไม่จริงอีก เพราะมีไม่กี่องค์กรเท่านั้นแหละที่คัดนักเรียนเก่งๆ จริงๆ นอกจากนั้นเกณฑ์ที่ใช้ในแต่ละมหาลัยก็หลากหลายมาก นอกจากเกรด ประสบการณ์ทำงานแล้ว บางที่ก็ดูอีกว่าเรามาจากประเทศ เงินเดือนพ่อแม่เท่าไหร่ เป็นผู้หญิง ผู้ชายหรือบุคคลหลากหลายทางเพศ ฯลฯ ดังนั้นหาทุนที่มีเกณฑ์เหมาะกับเราให้เจอ
“เราคงไม่มีโอกาสได้ทุนหรอก”
อีกสิ่งนึงที่จะตามมาจากความเข้าใจผิดๆ ว่านักเรียนเก่งเท่านั้นจะได้ทุน คือการที่เราคิดว่าเราไม่ดีพอ ไม่สมัครทุนดีกว่า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วหลายครั้งมากที่ทุนมีมากกว่าผู้สมัครซะอีก! บางครั้งหน่วยงานที่ให้ทุนต้องประกาศเลื่อนวันปิดรับสมัครเพราะต้องการให้มีผู้สมัครมากขึ้นเลย ดังนั้นอย่ากลัวที่จะสมัครทุนเลย ถ้าไม่สมัครโอกาสเราคือ 0% ถ้าสมัครโอกาสเราเพิ่มมาแล้วอีก 50%
ลองหาหน่วยงานเล็กๆ ที่ไม่มีการแข่งขันเยอะดู อาจเจอทุนที่เหมาะสมกับตัวเองก็ได้
“ไม่ค่อยมีทุนให้เลย”
ส่วนใหญ่ทุนจากองค์กรใหญ่ๆ มหาลัยดังๆ เท่านั้นที่จะเป็นที่รู้จักและได้รับการโปรโมทมากๆ และองค์กรพวกนี้ก็มักจะแจกทุนไม่เยอะด้วย นี่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนี้ขึ้นมาว่าทุนมันน้อยเหลือเกิน! พอเชื่อว่าทุนน้อยก็จะเกิดความเชื่อผิดๆ ตามมาว่าคนต้องสมัครเยอะแน่ๆ ทำให้ไม่กล้าอีก
แต่เชื่อมั้ยว่ามันมีทุนเยอะมากกก! เยอะจริงๆ อย่างในสหภาพยุโรป (EU) นั้นมีทุนกว่า 12,000 คนให้ แถมยังมีปัญหาว่าผู้สมัครไม่พออีก ดังนั้นควรทำการบ้านให้เยอะ หาทุนที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ ใครอยากติดตามทุนนอกกระแส กดไลก์เพจเฟซบุ๊ก Hotcourses Thailand ไว้ได้เลย ทุกวันจันทร์เราจะลงโพสต์ทุนน่าสนใจที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ด้วยน้า
“ต้องมีการทำงานอาสาหรืองานช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง”
เหมือนที่เกริ่นไปด้วยแรกว่า ถ้าเรซูเม่ไม่ยาว ไม่เคยทำงานอาสา ไม่เคยอกค่าย ไม่ทำธุรกิจเพื่อสังคม ไม่เคยทำ TEDxTalks จะเป็นไรมั้ย สรุปคือไม่เป็นไร! จริงอยู่ว่ามีบางทุนที่ต้องการให้นักศึกษามีประสบการณ์ประเภทนี้ แต่ไม่ใช่ทุนทั้งหมด เพราะบางทุนก็ไม่ดูเรื่องนี้เลย ดังนั้นถ้าไม่ได้ทำงานช่วยเหลือสังคมก็ลองหาองค์กรที่ให้ทุนโดยไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ให้เจอ อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นอุปสรรคในการขอทุนเลยนะ
“ต้องมีเงินพอสมควรที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงๆ ทั้งหมด”
ทุนนั้นจะมีมูลค่าแตกต่างกันออกไป บ้างเป็นทุนเต็มจำนวน บ้างก็เป็นทุนบางส่วน บ้างก็เป็นทุนที่จ่ายครั้งเดียวจบ หรือจ่ายทุกเดือน เป็นไปได้ว่าทุนจะไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่อย่าลืมว่าเราสามารถขอทุนได้มากกว่า 1 ทุนนะ! บางมหาลัยเปิดโอกาสให้ขอทุนจากคณะก็ได้เช่นกัน หรือถ้ายังไม่พอใช้ก็สามารถทำงานพาร์ทไทม์เสริมได้
“ถ้าไม่ได้ทุนเต็มจำนวน ก็ไปเรียนต่อไม่ได้”
อย่างที่บอกไปว่าทุนมีหลายประเภท ไม่ได้มีแค่ทุนฟรีทั้งหมดอย่างเดียว เดี๋ยวนี้มหาลัยมักจะให้ทุนบางส่วน เช่น ทุนลดค่าเทอม 25%-50% ซึ่งทุนพวกนี้มีอยู่เยอะมาก ดังนั้นทุนพวกนี้จึงเป็นทางเลือกน่าสนใจเพราะมีการแข่งขันน้อยกว่าทุนเต็มจำนวนนั่นเอง
“ทุนครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำวันเท่านั้น”
หลายทุนครอบคลุมทั้งค่าเทอม ค่าเดินทาง ค่าหนังสือ ค่าทำงานวิจัย ค่าตีพิมพ์งานวิจัย ค่าคอร์สเรียนภาษา ค่าสัมนา ค่าทัศศึกษา ฯลฯ แถมบางทุนยังมีเงินสนับสนุนให้ครอบครัวที่นักเรียนทุนพาไปด้วยอีกต่างหาก! ตั้งนั้นลองหาทุนให้ถี่ถ้วนก่อนนะ
“หาทุนไปก็เสียเวลาเปล่า เพราะไม่รู้ว่าจะได้ทุนมั้ย”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหาทุนเป็นอะไรที่ใช้เวลาเยอะและบางทีก็ยากมาก เพราะต้องอ่านรายละเอียด แถมถ้าอยากไปประเทศที่ใช้ภาษาที่สาม บางเว็บไซต์ก็ไม่มีภาษาอังกฤษอีก ปัญหานี้แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการรู้แหล่งรวบรวมทุนนั่นเอง! เราขอแนะนำเว็บไซต์หาทุนในสหภาพยุโรป นั่นก็คือ www.european-funding-guide.eu และเว็บไซต์หาทุนที่จัดทำโดยองค์กร Asean นั่นก็คือ https://aseanop.com/ (ย่อมาจาก Asean opportunity) เท่านี้ก็ย่นระยะเวลาให้การค้นหาได้มากแล้ว อย่าลืมลองกดเข้าไปดูกันนะ
“ขั้นตอนการสมัครใช้เวลานานมากกกก”
จริงๆ แล้วขั้นตอนการขอทุนนั้นง่ายมากนะ บางทีง่ายกว่าสมัครงานอีก ตอนนี้มหาลัยหลายแห่งเปิดให้สมัครทุนผ่านระบบออนไลน์หมดแล้ว แต่บางครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าขั้นตอน ‘ก่อน’ จะยื่นขอทุนนั้นต้องใช้การเตรียมตัวและต้องเผื่อเวลาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขอเอกสารรับรองการเรียน เอกสารรับรองการทำงาน (ในกรณีทำงานแล้วจะไปเรียนต่อ) Letter of Recommendation ที่ต้องให้อาจารย์หรือหัวหน้างานเขียนให้ แถมยังต้องทำ CV อีก แน่นอนว่าขั้นตอนพวกนี้แหละจะทำให้เหนื่อย แต่ให้นึกเสอมว่าเราทำไปทำไม เราทำเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินที่จะเกิดขึ้นหากไปเรียนต่อนอกใช่มั้ย? ดังนั้นเราคิดว่าคุ้มที่จะมานั่งเสียเวลาเดินเรื่องตรงนี้
“ทุนให้การเริ่มเรียนเทอมแรกเท่านั้น”
อีกหนึ่งความเชื่อผิดๆ ว่าต้องสมัครทุนก่อนเริ่มเรียนในเทอมแรกเท่านั้น ความจริงทุนนั้นมีให้อยู่เรื่อยๆ ตลอดทั้งเทอม ต่อให้เรียนอยู่เทอมสุดท้ายแล้วก็สามารถขอทุนได้ ดังนั้นลองดูทุนเรื่อยๆ ระหว่างเทอมก็ไม่เสียหายนะ
ทุนเรียนต่อ ทุนให้เปล่า ไม่ง้อเกรด
Source: Top Universities