การขอทุนอาจจะฟังดูยุ่งยาก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยขอทุนมาก่อนก็อาจจะล้มเลิกความตั้งใจไปเลยง่าย ๆ แต่ Hotcourses Thailand อยากจะบอกว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคะ มาลองดูวิธีการสมัครทุนแบบเข้าใจง่าย รายละเอียดแน่น ๆ จุก ๆ กันเลยดีกว่า ทั้งทุนป.ตรี ทุนป.โท ทุนป.เอก มาอ่านกันทางนี้จ้ะ
1. หาทุนที่ไหน? - มองหาทุนที่ใช่ ทุนจากที่ไหน ทุนใครให้มา
-
ทุนจากองค์กรของรัฐ
-
ทุนจากรัฐบาล - เช็คจากเว็บของกระทรวงฯ ได้เลย
-
ทุนจากมหาลัย - ทุนช่วยเหลือของมหาลัยต่างๆ เกือบทุกที่จะมีทุนการศึกษาประจำคณะอยู่แล้ว บางที่จะให้เราสมัครเรียนพร้อมขอทุนได้ด้วย ซึ่งทุนเหล่านี้ส่วนใหญ่เค้าจะแยกทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติออกมาต่างหาก ทำให้คู่แข่งน้อยลง เรามีโอกาสได้ทุนมากขึ้น อยากดูข้อมูลตรงนี้ก็ไปส่องในเว็บของมหาลัยนั้น ๆ ได้เลยค่ะ
-
-
ทุนจากองค์กรอิสระ หรือบริษัทเอกชน เช่น ทุนปูนอินทรีย์ที่ให้เฉพาะเด็กต่างจังหวัด หรือ ทุนTCDC (Thailand Creative & Design Center) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ที่ให้ทุนเฉพาะด้านออกแบบและดีไซน์เท่านั้น
2. อ่านรายละเอียดทุนให้ชัดเจน
เน้นตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ค่ะ
-
ทุนมูลค่าเท่าไหร่ - เค้าให้เรากี่บาท
-
คุณสมบัติผู้สมัครทุน - ต้องเป็นยังไง อายุ ระดับการศึกษา สาขาที่เรียน เกรดเท่าไหร่ ต้องมีประสบการณ์การทำงานมั้ย
-
ทุนช่วยแบบไหน
-
Full scholarship ทุนแบบเต็มจำนวน ช่วยจ่ายหมดทุกอย่างตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากินอยู่ ค่าเล่าเรียน สายเปย์มาเอง
-
Partial Scholarship ทุนแบบช่วยบางส่วน อันนี้จะให้เงินครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางอย่าง หรืออาจจะเป็นเงินก้อนหนึ่งที่เอามาใช้ระหว่างเรียนได้
-
ระยะเวลาสมัครทุน - เค้าเปิดรับสมัครทุนเมื่อไหร่ ปิดรับเมื่อไหร่
3. พอเลือกทุนได้แล้ว เตรียมสมัครทุนเลย
แต่ละทุนเค้าก็จะขอเอกสารหรือเรียงความแตกต่างกันออกไปค่ะ แต่โดยหลัก ๆ แล้วเอกสารที่ใช้สมัครขอทุนก็จะมีดังนี้
-
Education Certificate - ใบสำเร็จการศึกษาหรือใบแสดงผลการเรียน
-
CV หรือ Resume
-
Statement of Purpose - อย่าลืมเขียนชื่อตัว คณะ และชื่อทุนที่ต้องการจะสมัครให้ถูกต้องชัดเจน พยายามอย่าใช้เรียงความเดียวสมัครไปทั่ว ๆ นะคะ เพราะตรงนี้เราควรเขียนให้เฉพาะเจาะจงไปตามแต่ละทุนจะดีกว่า
-
Letter of Recommendation - ดูว่าเค้าต้องการกี่ฉบับจากที่เรียน และจากที่ทำงาน
-
Application - ดูให้ชัดเจน ส่งที่ใคร ที่คณะไหน ภายในวันที่เท่าไหร่ บางที่ให้ส่งทั้ง online และทางไปรษณีย์ ถ้าไม่ได้รับการยืนยันหรือตอบรับทางอีเมล์ ควรโทรไปเช็คว่าสถาบันได้รับใบสมัครของเราเป็นที่เรียบร้อยรึเปล่าด้วยนะคะ จะได้สบายใจ
-
Portfolio - ทุนบางสาขา เช่น ศิลปะ หรือ ออกแบบ อาจมีของให้ส่งผลงาน ตัวอย่าง ถ้ามี Portfolio ในเว็บหรือออนไลน์ก็ส่งลิ้งค์ให้เค้าไปเลยจ้า
4. ส่งใบสมัครและรอผล
ต่อไปก็ส่งใบสมัครไปได้เลยค่ะ ระหว่างรอผลก็นั่งรอชิลล์ ๆ หรือสำหรับสายมูฯ อาจจะไปบนที่ไหนก็แล้วแต่สะดวกเลย เราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าได้คือดีมาก ปิดซอยเลี้ยง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องเศร้านะคะ เพราะการสมัครแต่ละครั้งมันก็ทำให้เราได้ประสบการณ์มากขึ้น ได้ฝึกเขียน ฝึกเตรียมเอกสารเอง แกร่งขึ้นไปอีกหลายเลเวลเลยค่ะ