ฮัลโหลลล
ใครรอมิสอยู่บ้างคะะ (ขอให้มีๆ)
ในเอเชีย หนึ่งในประเทศที่โดดเด่นที่สุดและถือเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็คือ สิงคโปร์ แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของมาเลเซีย แต่ที่นี่การศึกษาไม่ธรรมดาค่ะ เรียกได้ว่าเป็นพริกขี้หนูเลย คือเริด ปังจริงๆ
รายงานวันนี้มิสจึงพาไปเจาะลึกมหาวิทยาลัยหนึ่งในสิงคโปร์ ที่เรียกได้ว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎของที่นี่ มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศค่ะ ที่นี่ก็คือออ (รัวกลอง) National University of Singapore หรือ NUS นั่นเอง!
ข้อมูลทั่วไปของ NUS
National University of Singapore หรือ NUS เรียกเป็นภาษาไทยว่า มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1905
NUS ติดอันดับที่ 11 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกโดย QS ปี 2022 และติดอันดับที่ 21 ในการจัดอับดับของ Times Higher Education World University Ranking ปีล่าสุด ในเอเชีย NUS คือมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของทวีป
ที่นี่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี โท และเอก สาขาที่เปิดสอนครอบคลุมตั้งแต่ Business & Economics, Art & Humanities, Social Sciences, Engineering and Technology, Clinical, pre-clinical and Health, Law, Life Sciences, Psychology, Physical Sciences, Computer Sciences เป็นต้น
แถมที่นี่ยังเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยระดับโลกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็น Yale University ที่ร่วมก่อนตั้ง Yale-NUS College และ Duke University ที่มี The Duke–NUS Medical School เป็นสอนโรงเรียนการแพทย์ในระดับปริญญาโท
วิชาโดดเด่นของ NUS
อ้างอิงจากการจัดอันดับสาขาวิชา โดย QS ปี 2022 สาขาที่ National University of Singapore เปิดสอนกว่า 16 สาขาติดอันดับท็อประดับโลก
โดยสาขา Petroleum Engineering ติดอันดับ 1
Chemical Engineering ติดอันดับ 3
Civil & Structural Engineering ติดอันดับ 3
Social Policy & Administration ติดอันดับ 4
Geography ติดอันดับ 5
Computer Science & Information systems และ Architecture / Built Environment ติดอันดับ 6
Material Science ติดอัน 7
Electrical & Electronic Engineering และ Chemistry ติดอันดับ 8
Political & International Studies, Mechanical Aeronautical & Manufacturing Engineering ติดอันดับ 9
Linguistics, Sociology, Anthropology ติดอันดับ 10
จะเห็นเลยว่าที่ NUS คณะที่เปิดสอนและโดดเด่น จะอยู้ในทั้งสายวิทย์ วิศวะ และสายศิลป์ด้วย คือเริดทุกด้านจริงๆ
ค่าเทอมของ NUS
มาถึงเรื่องสำคัญค่ะ เรื่องค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อที่ NUS
ค่าเทอมของ NUS ในระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่ SGD$30,050 - 166,750 (ในคณะทันตแพทย์และแพทยศาสตร์)
ส่วนค่าเทอมในระดับปริญญาโทจะอยู่ที่ SGD$35,850 - 101,300 (ขึ้นอยู่กับคณะและสาขาวิชา)
ทุนการศึกษาที่ NUS
ที่มหาลัย NUS มีทุนการศึกษาให้ทั้งนักเรียนสิงคโปร์และนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ เช่น ทุนจากกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลสิงคโปร์ (MOE)
ในระดับปริญญาตรี นักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนปี 1 มีโอกาสได้ทุน ASEAN Undergraduate Scholarship (AUS) และ Science & Technology (S&T) Undergraduate Scholarship
สามารถเข้าไปดูทุนอื่นๆ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนระดับปริญญาตรี ได้ที่ https://nus.edu.sg/oam/scholarships/freshmen-international-students
สามารถเข้าไปดูทุนการศึกษาจาก NUS ในระดับปริญญาโท-เอก ได้ที่ https://nusgs.nus.edu.sg/scholarships/
อัตราการจ้างงานของบัณฑิต NUS
จบจากที่ NUS ไม่ต้องกลัวตกงานค่ะ เผลอๆ อาจมีคนแย่งกันอีก เพราะบัณฑิตที่จบจากที่นี่มี Employability rates หรือโอกาสการจ้างงานติดอยู่ในอันดับที่ 9 ในการจัดอันดับโดย Global Employability Ranking and Survey
เข้าเรียนที่ NUS
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ ก็คือ มิสขายขนาดนี้ จะไม่อยากเรียนก็ไม่ได้แล้ว! แต่จะทำยังไงถึงจะเข้าเรียนได้ล่ะ? ในมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเข้ายากที่สุดที่หนึ่งของสิงคโปร์ มาอ่านความเห็นศิษย์เก่ากันค่ะ
จากที่มิสอ่านความเห็นจากหลายกระทู้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันค่ะ ว่า “เข้ายาก”
ในด้านวิชาการ จขกท. บอกเลยว่า หากอยากสมัครเรียนที่นี่ เกรด "ควรได้เกียรตินิยมอันดับ 1" ... สำหรับของ NUS ระบุไว้ว่าเกรดเฉลี่ยต้องเกิน 3.00 ขึ้นไป”
ในเรื่องประสบการณ์ทำงาน จขกท. บอกว่า “ส่วนตัวแล้วเรารู้สึกว่าประสบการณ์ด้านการทำงานในองค์กรมีผลน้อยต่อการสมัครเรียนที่ NUS ถ้าไม่ใช่คอร์ส MBA ซึ่งในมหาวิทยาลัยหลายที่จะมีเกณฑ์ว่าต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน 3–5 ปี ถึงจะสมัครเรียนได้ สำหรับการเรียนปริญญาโท (Master) สาขาอื่นๆ ไม่ได้ต้องการประสบการณ์การทำงานมากนัก”
ส่วนคะแนนภาษาอังกฤษ นั้น “ในหน้าเว็บ NUS เขียนไว้ว่านักเรียนต่างชาติควรจะได้ IELTS 6.0 ขึ้นไป ส่วน TOEFL มากกว่า 580 (Paper-based) หรือ 85 (Internet-based) แต่คะแนน 6.0 มันพอที่จะทำให้เราสมัครเรียนติดไหม คำตอบง่ายๆเลยคือ “ไม่น่าจะติด” เพราะอย่าลืมว่าเพื่อนๆกำลังลงแข่งกับนักเรียนสิงคโปร์ผู้ซึ่งพูดภาษาอังกฤษกันน้ำไหลไฟดับ ถ้าใครเคยทำงานกับคนสิงคโปร์จะรู้เลยว่า คนไทยพูดไม่ทันพวกเขาหรอก เพราะฉะนั้นควรทำคะแนนให้สูงกว่าเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้”
จขกท. เสริมว่า “Personal Statement คือการร่ายมหากาพย์เรื่องราวเกี่ยวกับ "ตัวเอง" ว่ามีความสามารถอะไรบ้าง, ทำไมถึงอยากที่จะเรียนในสาขานี้ และแผนในอนาคตที่จะทำคืออะไร ความยาวในการเขียนก็ประมาณหนึ่งหน้าครึ่งกระดาษ A4”
“การรับเข้าสมัครสอบของมหาวิทยาลัยดังๆหลายแห่ง รวมถึง NUS เป็นแบบ Rolling system หมายถึงถ้าสมัครเร็ว เขาก็จะดูใบสมัครเราเลย ไม่รอให้จนถึงวันปิดสมัครแล้วค่อยแจ้งกลับ”
ในกระทู้ข้างต้น ข้อมูลอัดแน่นจริงๆ ค่ะ มิสแนะนำให้กดเข้าไปอ่านเต็มๆ เลยเพราะนี่ยกมาแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในกระทู้ยังมีเทคนิคการเขียน SOP และประสบการณ์การสัมภาษณ์ของจขกท. และค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วย มีประโยชน์มากๆ ค่า
ศิษย์เก่าของ NUS
ที่นี่เรียกว่าเป็นที่บ่มเพาะนักการเมืองของสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ เเพราะมีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีรวมกัน 5 คนที่เรียนจบจากที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Goh Chok Tong นายกรัฐมนตรีคนที่ 2, Tony Tan ประธานาธิบดีคนที่ 7, S.R. Nathan ประธานาธิบดีคนที่ 6 เป็นต้น
รวมวิธีเขียน SOP ให้สวย สำหรับคน GPA ต่ำ เอาไว้ไปสมัครเรียนต่อ
เขียนอีเมลหามหาลัยในต่างประเทศ เริ่มยังไงดี? มาพร้อมตัวอย่าง เอาไปใช้ได้เลย