ขั้นตอนเรียนต่อ
สหราชอาณาจักร: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เรียนปริญญาเอก (PhD) ในสหราชอาณาจักร

15599

เรียนปริญญาเอก (PhD) ในสหราชอาณาจักร

      ในขณะที่หลายคนเริ่มต้นทำงานทันทีหลังเรียนจบ  แต่ก็มีอีกหลายคนตัดสินใจเรียนต่อไปอีกขั้น  ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเรียนในสาขาที่จำเป็นสำหรับต่อยอดทางการงานหรือเรียนเพียงเพราะคุณสนใจในสาขาวิชานั้นๆก็ตาม  แต่การเรียนในระดับปริญญาเอกก็เป็นการสร้างประโยชน์ที่คุ้มค่ากับการเพียรพยายาม  ในวันนี้  Alejandra บรรณาธิการของ Hotcourses จะมาเล่าให้คุณฟังถึงการเรียนในระดับปริญญาเอก (PhD) ว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ในอนาคต

      ในช่วงที่ค่าเล่าเรียนและเงินทุนทางการศึกษากำลังเปลี่ยนแปลง  ทำให้คุณควรจะต้องพิจารณาให้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่คุณอยากจะเรียน ก่อนที่จะสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาเอก   โดย Ph.D. หรือ Doctor in Philosophy  คือการเรียนระดับสูงที่คุณจะต้องผ่านการฝึกฝนและมีประสบการณ์ในการทำวิจัยในหัวข้อที่คุณเชี่ยวชาญ  ดังนั้น ทักษะที่คุณต้องมี จะมากกว่าทักษะทั่วไปที่ใช้ในการเรียนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท  ซึ่งปกติแล้วการเรียนระดับนี้จะใช้เวลา 3 ปี เพื่อพิสูจน์ความสามารถและความเชี่ยวชาญผ่านงานวิจัย   โดยสิ่งที่คุณจะต้องทำได้หรือแสดงออกมาเพื่อทำให้หัวข้องานวิจัยของคุณสมบูรณ์ มีดังนี้

 

 

  • เชี่ยวชาญในสาขาของคุณ โดยมีความรู้พื้นฐานทั้งทฤษฎีและความเข้าใจที่เกี่ยวข้อง
  • เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับงานวิจัย
  • มีความสามารถในการทำวิจัยด้วยตัวเอง
  • มีความสามารถในการสื่อสารผลงานวิจัยหรือกล่าวบรรยายไปยังบุคคลทั่วไปได้

    Free ukbook   

 

      ในทางการทำงานแล้ว PhD จะผลักดันให้คุณไปสู่ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนหรือการวิจัย คุณจะพบว่าผู้สอนและหัวหน้าสาขาของคุณที่มหาวิทยาลัยจะจบ PhD ทั้งสิ้น  เพราะมันเป็นสิ่งแสดงถึงการมีความรู้ความสามารถ   อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณจบ PhD แล้วคุณจะไม่สามารถทำงานในด้านอื่นๆอย่างธุรกิจหรือการค้า  ในทางตรงกันข้าม การที่คุณมีความเชี่ยวชาญและมีความกระตือรือร้นในการทำงานวิจัย จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพของคุณให้กับนายจ้างที่มองหาผู้ร่วมงานที่มีประสิทธิภาพเสียด้วยซ้ำ  

      โดยทั่วไปแล้ว PhD จะถูกอธิบายว่าเป็น “ผู้สร้างสรรค์ผลงานความรู้ที่เป็นต้นฉบับ” โดยได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษา  แต่อย่างไรก็ตามองค์ความรู้ต้นฉบับที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างมีข้อจำกัด เพราะต้องขึ้นอยู่กับผลงานวิจัยของคนอื่นๆด้วย  เพราะผลงานของเราที่ออกมาจะเป็นการรวมทั้งผลงานวิจัยของผู้อื่นและหัวข้อวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ต่างๆเข้าด้วยกัน  องค์ความรู้ใหม่ที่แท้จริงจะมาจากทฤษฎีใหม่ที่ต่างออกไปหรือการทดลองในแนวทางอื่น   ในระหว่างที่คุณเรียน คุณจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนข้อมูลให้กับงานวิจัยของคุณ   และเมื่อคุณจบหลักสูตร คุณจะต้องส่งปริญญานิพนธ์ เพื่อสรุปทุกอย่างที่คุณทำและวิจัยอยู่ทั้งหมด

 

MPhil vs. PhD

      คนมักจะสับสนและไม่เข้าใจว่าระหว่าง PhD และ Master's หรือ MPhil (Master of Philosophy) นั้น แตกต่างกันอย่างไรและมุ่งเน้นอะไร  โดย MPhil จะมีวิทยฐานะที่ตำกว่า PhD ที่ผู้เรียนจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาขาวิชานั้นๆ และจะเรียนจบภายใน 1-2 ปีสำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา   นอกจากนี้ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ MPhil จะต้องทำวิจัยเช่นกัน แต่หัวข้อและเนื้อหาจะถูกจำกัดกว่า PhD

      วิทยานิพนธ์ต้นฉบับ หรือ original work ในการเรียน PhD นั้นจะเน้นหรือให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า MPhil  เพราะการเรียนในระดับปริญญาเอกนั้น นักเรียนจะต้องมีความสามารถในการค้นหาความจริงและความสามารถในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่สูงและมีศักยภาพ

 

ข้อดีและข้อเสียของการเรียน PhD

      การเรียนในระดับ PhD นั้นจะเต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์  ความสนใจเบื้องลึกของคุณจะได้รับการตอบสนองด้วยการแชร์ความคิดกับผู้อื่นที่มีความคิดและความสนใจเหมือนๆกัน   และยังเป็นการท้าทายเป็นอย่างมากเมื่อคุณสามารถทำในสิ่งที่คุณสนใจให้กลายเป็นความจริงได้ผ่านการทำวิจัย   อย่างไรก็ตามการเรียนระดับนี้ก็ใช้เงินทุนสูง  รวมทั้งเมื่อคุณตัดสินใจเรียนต่อแล้ว คุณก็จะมีโอกาสทางการงานที่ช้าขึ้นอีกด้วย

      ถึงแม้ว่าการเรียนระดับบัณฑิตศึกษาจะเป็นข้อดีในการเขียนใบสมัครงาน และเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งคนอื่นๆ  แต่เพียงแค่ตัวปริญญาก็ไม่สามารถทำให้คุณได้งานอย่างที่คุณต้องการ  เพราะถึงนายจ้างชอบผู้ร่วมงานที่จบการศึกษาระดับสูง แต่คุณก็ต้องสามารถพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นได้ด้วยว่าคุณมีความสามารถจริงตามใบปริญญา  เหมือนอย่างเช่นที่ Carl Gilleard, chief executive of the Association of Graduate Recruiters ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้านักเรียนบัณฑิตศึกษา เลือกเรียนต่ออย่างมีเหตุผลและสามารถอธิบายได้ว่าสิ่งที่เขาเรียนมีค่าอย่างไรต่อนายจ้าง  เขาก็มีคุณค่าพอที่จะเขียนวิทยะฐานะนั้นๆของเขาลงไปในใบ CV ของเขา”

      โดยสรุปแล้ว PhD นั้นเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของคุณที่ต้องยอมเสียสละเงินทุนในปัจจุบัน   ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร  คุณควรคิดเสมอก่อนว่า PhD นั้นใช้เวลาในการเรียนและการทำงานที่หนักมาก  ดังนั้น เพื่อการใช้เวลาสามปีอย่างมีความสุขในการเรียน  คุณควรตัดสินใจให้ดีและแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ


------------------------------------------------------------
ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร PhD  
ชีวิตหลังการเรียน PhD 

ค้นหาคอร์ส

สหราชอาณาจักร
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

Ratnang จบนิเทศศาสตร์จุฬา สาขาวิทยุโทรทัศน์ และทำงานเป็นนักเขียนFreelance ตอนนี้กำลังทำปริญญาโท Management Strategy อยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาว่าง ชอบถ่ายรูปและท่องเที่ยว

MUST READ

การเขียน Personal Statement

การเขียน Personal Statement       Personal Statement หรือหนังสือแนะนำตัว ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครของหลายๆมหาวิทยาลัย   เพราะคุณต้องแข่งขันระหว่างนักเรียนกันเองมากมาย  ดังนั้นการเขียนแนะนำตัวจึงเป็นสิ่งที่ทำให้คุณโดดเด่นออกมาได้   ในวันนี้ Hotcourses จะมาให้คำแนะนำดีๆในเรื่องนี้กันค่ะ       Personal statement

44908

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ อังกฤษเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักศึกษาไทยที่ต้องการไปเรียนต่อเมืองนอก เพราะนอกจากจะมีคุณภาพการศึกษาที่ดีแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อนักศึกษาต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาด้านวีซ่า ทุนการศึกษา และคอร์สเรียนภาษาก่อนเปิดเทอม นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่การเดินทางสะดวกสบายทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่ละสถานที่เชื่อมกันด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย ปลอดภัย ตรงต่อเวลา

33612

อธิบายสอบ IELTS แบบใหม่ IELTS UKVI สำหรับขอวีซ่าอังกฤษ

สวัสดีค่ะ วันนี้พี่จะมาเล่าสรุปเรื่องราวการสอบภาษาที่จำเป็นต่อการขอวีซ่าอังกฤษ และการสอบ IELTS แบบใหม่ ที่แอบราคาแพงกว่าเดิม แต่ก่อนจะลงลึกไปถึงการสอบ IELTS ขอเล่าเกี่ยวกับการสอบทั้งหมดสำหรับขอวีซ่าอังกฤษก่อน   การสอบวัดระดับทางภาษาเพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าของ British Council ประเทศไทยในปัจจุบัน มี 4 ประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการขอวีซ่า ได้แก่ >>> กฎใหม่วีซ่าอังกฤษ โดย Home office 14 แถลง 14 กรกฎาคม 2558

17388

เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL)

การเรียนภาษาอังกฤษ ในฐานะเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL) : English as a Foreign Language       สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติมากมาย ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญทางภาษามักจะเป็นเรื่องหลักที่ถูกสนใจมากที่สุด การเรียนภาษาอังกฤษสามารถเปิดประตูสู่อนาคตมากมาย ดังนั้น พยายามทำใจให้สบายว่าแท้จริงแล้วมีตัวช่วยคุณในเรื่องนี้มากมาย และหลายๆทางเลือกก็เข้ากับความต้องการของคุณ มีนักเรียนอีกมากที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในเรื่องนี้ รวมถึง

10930