ในขณะที่หลายคนเริ่มต้นทำงานทันทีหลังเรียนจบ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ตัดสินใจเรียนต่อไปอีกขั้น ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเรียนในสาขาที่จำเป็นสำหรับต่อยอดทางการงาน หรือเรียนเพียงเพราะสนใจในสาขาวิชานั้นๆ ก็ตาม และบางคนก็เลือกเรียนต่อไปจนถึงระดับปริญญาเอกเพราะต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ
PhD (Doctor of Philosophy) ย่อมาจากอะไร
PhD ย่อมาจาก Doctor of Philosophy
แม้ว่าจะชื่อว่า “Philosophy” แต่ PhD ไม่ได้จำกัดเฉพาะสาขาปรัชญาเท่านั้น เพราะคำว่า Philosophy ที่นี่หมายถึง “ความรักในปัญญา ความรักในความรู้”
ดังนั้น PhD จึงหมายถึง การศึกษาระดับปริญญาเอก ที่เป็นระดับสูงสุดทางการศึกษา มุ่งเน้นการทำ งานวิจัยต้นฉบับ (original research) ในหัวข้อเฉพาะ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยกำกับ
เรียนต่อปริญญาเอก (PhD) ในอังกฤษ
หลักสูตร PhD ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ผู้เรียนได้ทำงานในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนหรือการวิจัย เราจะเห็นว่าผู้สอนและหัวหน้าสาขาที่มหาวิทยาลัยจะจบ PhD ทั้งสิ้น เพราะมันเป็นสิ่งแสดงถึงการมีความรู้ความสามารถ
โดยทั่วไปแล้ว PhD จะถูกอธิบายว่าเป็น “ผู้สร้างสรรค์ผลงานความรู้ที่เป็นต้นฉบับ” โดยได้รับการรับรองจากสถาบันการศึกษา แต่อย่างไรก็ตามองค์ความรู้ต้นฉบับที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างมีข้อจำกัด เพราะต้องขึ้นอยู่กับผลงานวิจัยของคนอื่นๆด้วย เพราะผลงานของเราที่ออกมาจะเป็นการรวมทั้งผลงานวิจัยของผู้อื่นและหัวข้อวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน องค์ความรู้ใหม่ที่แท้จริงจะมาจากทฤษฎีใหม่ที่ต่างออกไปหรือการทดลองในแนวทางอื่น
MPhil ต่างกับ PhD ยังไง?
คนมักจะสับสนและไม่เข้าใจว่าระหว่าง PhD และ Master's หรือ MPhil (Master of Philosophy) นั้น แตกต่างกันอย่างไรและมุ่งเน้นอะไร
MPhil ซึ่งเป็นการเรียนต่อระดับปริญญาโท แบบวิจัย จะมีวิทยฐานะที่ตำกว่า PhD ที่ผู้เรียนจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาขาวิชานั้นๆ และจะเรียนจบภายใน 1-2 ปีสำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา
นอกจากนี้ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ MPhil จะต้องทำวิจัยเช่นกัน แต่หัวข้อและเนื้อหาจะถูกจำกัดกว่า PhD และมักเป็นที่เข้าใจว่าการเรียน MPhil นั้นถือเป็นฐานแรกในการก้าวไปเรียนต่อ PhD
วิทยานิพนธ์ต้นฉบับ หรือ original work ในการเรียน PhD นั้นจะเน้นหรือให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า MPhil เพราะการเรียนในระดับปริญญาเอกนั้น นักเรียนจะต้องมีความสามารถในการค้นหาความจริงและความสามารถในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่สูงและมีศักยภาพ
ปริญญาเอก PhD ในอังกฤษ เรียนกี่ปี
ในอังกฤษ ระยะเวลาการเรียนต่อปริญญาเอกจะอยู่ที่ 3-4 ปี หากเรียนแบบเต็มเวลา (full-time) แต่หากเรียนแบบ part-time จะใช้เวลา 5-7 ปีในการเรียนต่อ
รูปแบบหลักสูตร PhD ในอังกฤษ
1. Traditional PhD
เป็นการเรียนปริญญาเอกที่ทำวิจัยตลอดหลักสูตร ไม่เน้นเรียนเป็นรายวิชา เหมาะกับผู้ที่มีหัวข้อวิจัยในใจชัดเจน
2. Structured / Integrated PhD
การเรียนปริญญาเอกที่ผสมการเรียนรายวิชาในปีแรก ซึ่งอาจคิดว่าเป็นปริญญาโทแบบวิจัย และ 3 ปีหลังเป็นการเรียนปริญญาเอก การเรียนแบบนี้เหมาะกับคนที่ยังต้องการเพิ่มทักษะก่อนเริ่มวิจัยเต็มรูปแบบ
3. Professional Doctorate (เช่น DBA, EdD, EngD)
การเรียนปริญญาเอกที่ผสมวิจัย การเรียนรายวิชา เพื่อพัฒนาอาชีพ เช่น หลักสูตร DBA (Doctor of Business Administration) ที่เป็นหลักสูตรปริญญาเอกสำหรับคนทำงานด้านธุรกิจที่ต้องการต่อยอดด้านอาชีพผ่านเรียนปริญญาเอก หรือหลักสูตร Doctor of Education ที่เน้นการทำงานด้านการศึกษา หรือ Engineering Doctorate (EngD) หลักสูตรวิศวะที่เน้นให้คนที่เรียนจบทำงานได้เลย หลักสูตรแบบนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่าง ๆ ที่อยากทำวิจัยในงานจริง
ค่าเทอมเรียนต่อปริญญาเอกในอังกฤษ
ค่าเทอมเรียนต่อปริญญาเอกในอังกฤษ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ £15,000-£35,000 ต่อปี โดยจะมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตร และมหาลัย
ทำไมต้องเรียน PhD ที่อังกฤษ
-
ระยะเวลาเรียนสั้นกว่าหลายประเทศ เรียนแค่ 3-4 ปี
-
มีระบบผู้ดูแล (supervisor) ที่ใกล้ชิดและยืดหยุ่น
-
ได้พัฒนาทักษะงานวิจัยระดับสูง
-
ได้โอกาสตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการ
-
เพิ่มโอกาสการทำงานระดับนานาชาติทั้งในวงการวิชาการ และภาคเอกชน
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร PhD
ชีวิตหลังการเรียน PhD
แหล่งที่มา PhD Study in the UK