ประเทศอังกฤษเป็นประเทศยอดฮิตที่นักเรียนจากทั่วโลกอยากไปเรียนต่อ เพราะมีมหาลัยและหลักสูตรที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก แถมอังกฤษยังเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจอีกด้วยซึ่งหมายถึงว่าโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบก็มีเยอะขึ้นนั่นเอง
วันนี้ Hotcourses Thailand ขอพาไปทำความรู้จัก sector ที่มีมูลค่ามหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจอังกฤษ นั่นก็คือ service industry นั่นเอง! ไปดูกันว่าจะมีอาชีพไหนที่รวมอยู่ใน service industry บ้าง
Service Industry คืออะไร?
Service Industry หรืออุตสาหกรรมภาคบริการ คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลุ่มหนึ่งที่ให้บริการตอบสนองความต้องการของประชาชนในด้านต่างๆ ภาคบริการต่างจากภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้ผลิตสินค้าเป็นชิ้นเป็นอันออกมา
หลายคนอาจคิดว่าภาคบริการที่หมายถึงอาจจะรวมแค่ภาคท่องเที่ยว โรงแรม รีเทลเท่านั้น แต่ความจริงแล้วภาคบริการเป็นมากกว่านั้นมาก! ไม่ว่าจะเป็นในภาคการเงิน ธนาคาร การสื่อสาร ค้าส่ง รวมไปถึงบริการด้านวิศวกรรม computer software และงานธุรการอื่นๆ อีก!
ในบทความนี้เราขอเจาะลึกบริการด้านการเงิน หรือ Financial Service ในอังกฤษกัน!
Finance คืออะไร?
Finance คือ การบริหารจัดการเงิน ทรัพย์สิน และหนี้สิน รวมไปถึงการวางแผนการเติบโตในอนาคตที่เกิดขึ้นในองค์กรเอกชนใหญ่ๆ หรือรัฐบาล
ทำไมต้องเรียน Finance ที่อังกฤษ
มหาลัยในอังกฤษได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
คงไม่ต้องพูดเยอะเพราะนี่เป็นประเทศที่หลายคนอยากมาเรียนต่อมากที่สุด หลายมหาลัยในอังกฤษคือเก่าแก่ว่าจุฬาอีกกก ดังนั่นชื่อเสียงด้านวิชาการนั้นสั่งสมมานานจริงๆ
ใช้เวลาเรียนน้อยกว่าที่อื่นๆ
ในอังกฤษ ปริญญาตรีนั้นจะเรียนแค่สามปี ส่วนปริญญาโทนั้นเรียนแค่ปีเดียว
อังกฤษมีลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงิน
อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนแรก อังกฤษถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินเพราะมีบริษัทการเงิน ธุรกิจ ธนาคารตั้งอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะในลอนดอนที่มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง New York ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินของอเมริกา กับทวีปเอเชีย
ที่สำคัญคือที่นี่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ก็มีภาษาที่ใช้กว่า 300 ภาษา จึงไม่แปลกใจว่าทำไมลอนดอนถึงกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการเงินของโลก
ข้อมูลจาก The Global City ระบุว่ากว่า 54% ของนักลงทุนใน London Stock Exchange เป็นบริษัทต่างชาติ และกว่า 11.9% ของบริษัทต่างชาติที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ถูกขึ้นทะเบียนในลอนดอน
เรียกได้ว่าการมาเรียน finance ที่นี่ก็คือก้าวขาเข้าไปในวงการแล้วข้างหนึ่งเพราะโอกาสมาเยอะกว่าจริง
โดยบริษัทที่มีการจ้างงานมากที่สุดในอังกฤษ คือ Goldman Sachs, JP Morgan, Google, Morgan Stanley, BlackRock, HSBC, UBS, Barclays, Citi, Bank of America Merrill Lynch
ภาคการเงินเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
เพราะความมีบริษัทการเงิน ธนาคารตั้งอยู่เยอะนี่แหละ ทำให้ที่นี่มี talent pool ที่ใหญ่มาก แม้จะเจอการถดถอยทางเศรษฐกิจก็ยังฟื้นตัวกลับมาได้อยู่ นั่นหมายความว่าตลาดงานยังจะจ้างงานเรื่อยๆ โดย The Global City บอกว่ากว่า 37% ของนักการเงินต่างชาติทำงานในลอนดอน
โอกาสฝึกงานเยอะ
มีโอกาสได้ฝึกงานในบริษัทใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน ถ้ามีโอกาสได้ฝึกงานแล้ว โอกาสจะได้งาน full-time มีสูงมากเพราะบริษัทเหล่านี้มักจะจ้างนักศึกษาฝึกงานต่อนั่นเอง
มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
ที่ลอนดอนเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินไม่ใช่เพราะโชคช่วย หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การล่าอานาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษแล้วเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ไม่เคยพลาด มีการทำบัญชี ดูแลการเงินเสมอ ดังนั้นอาจเรียกได้ว่าเรื่อง finance นี่ อังกฤษถนัด
อาชีพในสายงาน Finance
- Financial Analyst ผู้วิเคราะห์การเงิน มีรายได้เฉลี่ยเริ่มต้นที่ 30,000-50,000 ปอนด์
- Financial Auditor หรือผู้ตรวจสอบการเงิน รายได้โดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 27,000-30,000 ปอนด์ ถ้ามีตำแหน่งสูงๆ อาจมีรายได้สูงถึง 100,000 ปอนด์
- Financial Planner นักวางแผนดานการเงิน
- Budget Analyst นักวิเคราะห์งบประมาณ
- Actuary นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
- Investment Banker วาณิชธนากร
- Real Estate Agent
รายได้เฉลี่ยในวงการ Finance จะมีอยู่ 115,000 ปอนด์
เรียนสาขา Finance ในอังกฤษ
อ้างอิงการจัดอันดับจาก Complete University Guide
University of Strathclyde ที่ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนนในการจัดอันดับ
London School of Economics and Political Science (LSE) และ University of Warwick ได้คะแนน 99%
University of Glasgow คะแนนรวม 98%
University of Leeds คะแนนรวม 97%
University of Manchester และ University of Dundee ได้คะแนนรวม 96%
University of Bath ได้คะแนนรวม 95%
นอกจากนี้ยังมี University of Oxford, University of Cambridge และ Imperial College of London ที่ดังเรื่องสาขา finance อยู่ด้วย