ขั้นตอนการเขียนอีเมล์หาอาจารย์เพื่อขอร่วมงานโปรเจคต่าง ๆ

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ขั้นตอนการเขียนอีเมล์หาอาจารย์เพื่อขอร่วมงานโปรเจคต่าง ๆ

share image

 

รูปแบบการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเรียนอยู่ในหลักสูตรหรือระดับชั้นใดทั้งในปริญญาตรี โท หรือเอกก็ตาม เพื่อน ๆ ก็จำเป็นจะต้องผ่านการเรียนรู้และการทำงานในรูปแบบของงานวิจัยเพื่อการพัฒนาในปีสุดท้ายของหลักสูตรการศึกษาอย่างแน่นอนค่ะ เพราะมันคือการนำความรู้ทั้งหมดที่เราได้เรียนมาตลอดทั้งหลักสูตรมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของโปรเจคจบ (Senior project), วิทยานิพนธ์ (Thesis) หรืองานวิจัยค่ะ

 

สิ่งแรกที่เพื่อน ๆ ควรจะคิดถึงก็คือหัวข้อและอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ ดังนั้นก่อนอื่นเลยเพื่อน ๆ ควรจะไปไล่อ่านและศึกษาผลงานของอาจารย์ทุกคนที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในขอบเขตการศึกษาที่เราสนใจค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าหัวข้อที่เราจะเลือกศึกษาและพัฒนาควรจะมีความเชื่อมโยงกับผลงานการศึกษาของว่าที่อาจารย์ที่ปรึกษาของเราด้วยนะคะ

 

และเมื่อเพื่อน ๆ ได้หัวข้อหรือขอบเขตบวกกับชื่อว่าที่อาจารย์ที่ปรึกษาที่สนใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเขียนอีเมล์หาอาจารย์ค่ะ คำถามก็คือเราจะสามารถทำให้อาจารย์ท่านนั้นประทับใจในตัวเราผ่านตัวอักษร 200-300 คำได้ยังไง ไม่ต้องห่วงค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราได้สรุป 3 ขั้นตอนหลักที่จะช่วยให้เพื่อนสามารถเขียนอีเมล์หาอาจารย์เพื่อขอร่วมงานโปรเจคต่าง ๆ มาไว้ที่นี่แล้วค่ะ!

 

 

1. ก่อนเริ่มการเขียนอีเมล์

 

ขั้นแรกเพื่อน ๆ จะต้องทำความเข้าใจว่าอาจารย์ที่เพื่อนหมายปองทำงานอะไรอยู่ก่อนค่ะ และก็ควรจะรู้ถึงขอบเขตงานทั้งหมดคร่าว ๆ ที่เขาเคยทำมาเพื่อว่าเพื่อน ๆ จะได้รู้ตัวเองได้ว่าตัวเราอยากทำงานในขอบเขตนี้จริง ๆ หรือเปล่าก่อนที่จะไปรบกวนอาจารย์ที่แน่นอนว่าเขาต้องมีงานรัดตัวจนยุ่งไปทั้งวัน ทิปเล็ก ๆ ก็คืออาจารย์ส่วนใหญ่จะมีประวัติโดยรวมอยู่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ซึ่งมันจะบอกทั้งตำแหน่ง เกียรติประวัติและผลงานวิจัยเลยค่ะ เพื่อน ๆ ก็ลองไปไล่อ่านกันดูนะคะ

 

หากเพื่อน ๆ เริ่มเทใจให้กับอาจารย์คนนี้เนื่องด้วยความสนใจในขอบเขตงานที่คล้ายคลึงกันแล้ว เพื่อน ๆ ก็ควรจะเจาะลึกลงไปในเบื้องหลังของผลงานของท่านอย่างละเอียด เพราะคุณจะต้องทำให้อาจารย์คนนี้ประทับใจในตัวคุณให้ได้ค่ะ นอกจากนั้นเพื่อน ๆ อาจลองเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ดูอีกครั้งว่าอาจารย์ได้ระบุ ‘นักเรียนที่คาดหวัง’ ไว้หรือเปล่า เพราะโดยทั่วไปแล้วอาจารย์จะระบุระเบียบการสมัครเพื่อขอร่วมงานกับพวกเขาไว้ รวมถึงประเภทของนักเรียนที่เขาอยากให้มาอยู่ในทีมอีกด้วยค่ะ

 

ที่สำคัญก็คือเพื่อน ๆ ห้ามส่งอีเมล์ฉบับเดียวกันให้กับอาจารย์หลาย ๆ คนเด็ดขาด เนื้อความในอีเมล์สำหรับอาจารย์แต่ละท่านควรจะมีความเฉพาะเจาะจงที่ต่างกันค่ะ หากเพื่อน ๆ มีอาจารย์ที่สนใจ 10 คน เพื่อน ๆ ก็ต้องเขียนอีเมล์ 10 ฉบับเช่นกันนะคะ ส่วนข้อแนะนำสุดท้ายของขั้นตอนแรกนี้ก็คือในบางโอกาสการส่งอีกเมล์ให้กับนักเรียนปริญญาเอกของอาจารย์คนนั้นก่อนเพื่อสอบถามความยินยอมเบื้องต้นก็อาจจะเป็นผลดีกว่าการส่งอีเมล์โดยตรงหาอาจารย์ในครั้งแรกด้วยค่ะ

 

 

2. ระหว่างการเขียนอีเมล์

 

ส่วนประกอบแรกของอีเมล์ที่เพื่อนจะทำผิดพลาดไม่ได้เลยก็คือส่วนหัวของอีเมล์ที่จะมีการกล่าวถึงชื่อของอาจารย์เช่น Dear Professor XYZ เพื่อน ๆ จะต้องระวังการสะกดชื่อและตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ให้ดีนะคะ 

 

ถัดมาในส่วนของเนื้อความ ในทางทฤษฎีย่อหน้าแรกควรจะเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเราค่ะ เพื่อน ๆ อาจเสริมด้วยความสำเร็จหรือโปรเจคที่ทำให้เพื่อน ๆ เป็นที่รู้จัก ซึ่งตรงนี้เพื่อน ๆ ยังคงสามารถเขียนเนื้อความเหมือนกันสำหรับอาจารย์ทุกคนได้อยู่ค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ เคยมีผลงานในสายงานเดียวกันที่โดดเด่นหรือเคยได้ร่วมงานกับอาจารย์ท่านอื่นที่อาจารย์ที่เราสนใจรู้จัก ก็อย่าลืมใส่ข้อมูลเฉพาะเหล่านี้เข้าไปให้สอดคล้องกับอาจารย์แต่ละคนด้วยนะคะ

 

จากนั้นเพื่อน ๆ สามารถเริ่มพูดคุยกับอาจารย์จากการสอบถามเบื้องต้นเกี่ยวกับหัวข้อที่เราสนใจและพูดถึงสรรพคุณของเราว่าเหมาะจะเป็นนักเรียนที่เขาต้องการ หรือเขียนอธิบายลักษณะงานตามความสนใจของเราอย่างมั่นใจ ซึ่งโดยทั่วไปวิธีหลังจะใช้ได้ดีกว่าเพราะมันแสดงถึงความสนใจในขอบเขตการศึกษาที่คล้ายคลึงกันของเรากับอาจารย์ค่ะ

 

ในกรณีที่เพื่อน ๆ เลือกการเขียนในแบบวิธีที่สอง ย่อหน้าสุดท้ายเพื่อน ๆ ควรจะพูดถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากร่วมงานกับอาจารย์ท่านนี้โดยเฉพาะ และทำไมเขาถึงต้องเลือกเราด้วยค่ะ จุดสำคัญคือพยายามเยินยออาจารย์ให้น้อยที่สุดค่ะ เพื่อน ๆ อย่าลืมใช้คำศัพท์เทคนิคในการพูดคุยกับอาจารย์ด้วยนะคะ เพราะมันจะทำให้เพื่อน ๆ ดูเหมือนเป็นผู้ที่มีความรู้ดีในขอบเขตงานที่อาจารย์กำลังศึกษาอยู่ค่ะ

 

มาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ อาจเกิดคำถามที่ว่าทำไมอีเมล์ฉบับนี้ถึงมีเพียงแค่ 3 ย่อหน้าเท่านั้น คำตอบก็คืออาจารย์ทุกคนมักจะมีงานพัวพันตลอดเวลา ทำให้เขาอาจไม่มีเวลาว่างมากพอสำหรับการอ่านเนื้อความที่ยาว ๆ ดังนั้นการเขียนอีเมล์ที่กระชับและได้ใจความจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดค่ะ อีกหนึ่งข้อห้ามสำหรับการเขียนอีเมล์รูปแบบนี้ก็คือการแนบ CV, Transcript หรือผลคะแนนสอบต่าง ๆ ลงไปตั้งแต่อีเมล์ฉบับแรกค่ะ แต่ถ้ามันจำเป็นจริง ๆ เพื่อน ๆ ควรเลือกที่จะอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์อื่น (แนะนำให้เป็นเว็บไซต์ของสถาบันนั้น ๆ) แล้วนำลิ้งค์มาแปะลงในอีเมล์ให้อาจารย์ไว้ดาวน์โหลดแทนค่ะ

 

สุดท้ายก่อนที่เราจะกดปุ่มส่งอีเมล์ อย่าลืมตรวจสอบไวยกรณ์และการสะกดคำให้ถูกต้องทั้งหมด เพราะมันจะแสดงถึงความสามารถทางการใช้ภาษาของเพื่อน ๆ ค่ะ แน่นอนว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่คงไม่อยากตอบกลับอีเมล์ที่มีการใช้ภาษาแบบผิด ๆ หรอกนะคะ

 

 

3. หลังการเขียนอีเมล์

 

ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นขั้นตอนของการติดตามผล เพื่อน ๆ อาจใช้ซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า ‘Yesware’ หรือ ‘Streak’ เพื่อรับรู้การแจ้งเตือนเมื่อผู้รับได้อ่านอีเมล์ของเราแล้ว แต่เพื่อน ๆ ไม่ควรใช้ซอฟต์แวร์ตัวอื่นที่อาจเปิดเผยกับผู้รับโดยการระบุในอีเมล์ด้วยว่าอีเมล์ฉบับนั้นได้ถูกติดตามอยู่ เพราะมันจะให้ความรู้สึกที่น่าขนลุกน่าดูนะคะ หากเพื่อน ๆ ยังไม่ได้รับการตอบกลับภายในหนึ่งอาทิตย์ เพื่อน ๆ สามารถกดส่งการเตือนความจำ (reminder) ซ้ำไปในอีเมล์ที่เคยส่งไป เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอาจารย์จะไม่ได้มองข้ามอีเมล์ของเราไป อย่างไรก็ตามหากเพื่อน ๆ อยากได้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อน ๆ อาจนำอีเมล์นั้นมาเขียนด้วยลายมือของเพื่อน ๆ ลงในกระดาษแล้วส่งให้กับอาจารย์ที่ออฟฟิศของเขาโดยตรงเลย ซึ่งมันก็ออกจะดูเป็นการแสดงความจริงใจที่ดีอีกด้วยนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจ

อาจารย์ที่ปรึกษา 5 แบบ ที่อาจเจอ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

10 เคล็ดลับการเขียนเรียงความจากอาจารย์มหาวิทยาลัย

7 เคล็ดลับเขียน RESEARCH PAPER ให้เริ่ด

การเขียน CV สำหรับสมัครเรียนและขอทุนการศึกษา

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K