วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
ข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน - MUST READ

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี ไกด์ช่วยแพลนเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

เรียนต่อใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว มาช่วยจัดตารางเวลาให้ทุกคนที่อยากไปเรียนต่อปีหน้าได้เอาไปใช้กันค่ะ มาเตรียมตัวไปด้วยกันเลย 

 

 

อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหน? 

 

prep time

ระยะเวลาเตรียมตัวที่เหมาะสมที่สุดจะใช้เวลาประมาณ 12 – 16 เดือน ก่อนวันเปิดเทอม ส่วนเรื่องการรับเข้าของมากวิทยาลัย แต่ละประเทศมีเงื่อนไขการรับนักเรียนต่างกันควรตรวจเช็คให้ดี การวัดระดับที่ใช้มากที่สุดได้แก่ IELTS, TOEFL, GRE และ GMAT ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีการสอบวัดผลแบบอื่น ๆ ที่บางหลักสูตรเค้าอาจจะขอเพิ่มเติมด้วย 

 

 

อยากเรียนต่ออังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ควรสมัครเรียนเดือนไหน 

timeline for applications

ก่อนจะวางแผนเรียนต่อได้ เราต้องดูกันก่อนค่ะว่าประเทศไหนเปิดเรียนเดือนไหนกัน 

  • อังกฤษหรือประเทศใน UK: ส่วนใหญ่เปิดภาคเรียนเดือนกันยายน มีบางหลักสูตรที่เปิดเรียนเดือนมกราคม 

    • ควรส่งใบสมัครช่วงมกราคม - มิถุนายน 

  • อเมริกา: เปิดภาคเรียนเดือนสิงหาคมหรือกันยายน (ฤดูใบไม้ร่วงหรือ Fall) หรือเดือนมกราคม (ฤดูใบไม้ผลิ หรือ Spring)

    • ควรส่งใบสมัครช่วงสิงหาคม - ธันวาคม สำหรับภาคเรียน Fall

    • ควรส่งใบสมัครช่วงกรกฎาคม - กันยายน สำหรับภาคเรียน Spring

  • ออสเตรเลีย: กุมภาพันธ์หรือกรกฎาคม

    • ควรส่งใบสมัครช่วงสิงหาคม - ตุลาคม สำหรับภาคเรียนที่เปิดเดือนกุมภาพันธ์ 

    • ควรส่งใบสมัครช่วงมีนาคม - พฤษภาคม สำหรับภาคเรียนที่เปิดเดือนกรกฎาคม

  • แคนาดา: ส่วนใหญ่เปิดภาคเรียนเดือนกันยายน (Fall) หรือมกราคม (Winter)

    • ​ควรส่งใบสมัครเดือนตุลาคม - ธันวาคม

ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละหลักสูตรหรือมหาวิทยาลัยอาจจะมีวันเปิดภาคเรียนที่แตกต่างไปจากนี้ อย่าลืมเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือถามพี่ ๆ เอเจ้นท์ให้แน่ใจก่อนนะคะ 

 

 

ไทม์ไลน์สำหรับวางแผนเรียนต่อภายใน 1 ปี เจาะลึกรายละเอียดในทุกเดือน ช่วงเดือนไหนควรต้องทำอะไร? 

 

เดือนที่ 1 ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน หาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เราสนใจ 

month 1

  • หาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เราสนใจ 

    • ควรเลือกหลักสูตรที่เราสนใจไว้ประมาณ 6-10 หลักสูตร

    • ควรเลือกมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกัน เผื่อไว้เป็นตัวเลือก เช่น 

      • ตัวเลือกที่ 1: หลักสูตรที่ชอบมากที่สุด มหาวิทยาลัยที่ชอบที่สุด

      • ตัวเลือกที่ 2: เลือกหลักสูตรที่ชอบและมหาวิทยาลัยกำหนดคุณสมบัติไว้ไม่สูงมาก

      • ตัวเลือกที่ 3: เลือกหลักสูตรที่ชอบและค่าเทอมไม่แพง

  • เช็คคุณสมบัติผู้สมัคร (entry requirement) ของแต่ละหลักสูตร 

    • ลิสท์ไว้ว่าแต่ละหลักสูตร แต่ละมหาลัย มีข้อกำหนดในการสมัครเข้าเรียนต่อยังไงบ้าง เช่น ต้องได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ ต้องได้ IELTS, TOEFL หรือผลสอบอย่างอื่นเท่าไหร่, ต้องใช้ portfolio หรือไม่ 

  • เช็คว่าต้องสมัครเมื่อไหร่ ถ้ามีทุนการศึกษา จะต้องขอทุนเดือนไหน

 

เดือนที่ 2 เตรียม CV, เริ่มฝึกเพื่อเตรียมสอบ IELTS/TOEFL/GMAT/GRE

month 2-3

  • เขียน CV 

  • ขอ transcript ภาษาอังกฤษ 

  • ทำเรื่องขอจดหมายแนะนจากอาจารย์หรือหัวหน้างาน (Recommendation letter)

  • เตรียมตัวสอบ IELTS, TOEFL, GRE, GMAT หรืออื่น ๆ เริ่มท่องศัพท์ อ่านหนังสือ 

  • เตรียมตัวสอบ IELTS, TOEFL, GRE, GMAT หรืออื่น ๆ เน้นการท่องศัพท์ ฝึกเขียน ฝึกอ่านและฝึกฟังทุกวัน


 

เดือนที่ 3 - ฝึกทำข้อสอบ IELTS/TOEFL/GMAT/GRE, จองวันที่สอบและเริ่มเขียน Statement of Purpose

  • ซ้อมทำข้อสอบ IELTS/TOEFL/GMAT/GRE หรืออื่น ๆ โดยจับเวลาและสร้างบรรยากาศให้เหมือนสนามสอบจริง

  • มองหาจุดอ่อนในข้อสอบ เน้นฝึกด้านที่เราไม่ถนัดให้มากขึ้น 

  • จองวันที่สอบ

  • อันนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนด้วยนะคะ 

  • เตรียมข้อมูลสำหรับเขียนเรียงความเพื่อสมัครเรียนต่อ (Statement of Purpose: SOP)

  • เตรียมร่าง cover letter คิดไว้คร่าว ๆ ว่าต้องเขียนอะไรบ้าง

  • รวบรวม portfolio (ถ้าต้องใช้) 

 

เดือนที่ 4 - สอบ IELTS/TOEFL/GMAT/GRE 

month 4

  • ไปสอบวัดผลภาษาอังกฤษ

    • ถ้ายังได้คะแนนไม่ถึงที่ตั้งใจ 

      • อย่าเครียด เพราะเราสามารถสอบใหม่ได้อีก 

      • จองวันสอบใหม่ โดยให้เวลาตัวเองเตรียมตัวให้มากขึ้น

    • เมื่อเราไปสอบครั้งแรก เราจะพอรู้ความสามารถของตัวเองและจะช่วยให้เราเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเราได้ 

 

เดือนที่ 5 สอบใหม่อีกครั้ง (ถ้าอยากได้คะแนนเพิ่มขึ้น), เลือกหลักสูตรที่เราสนใจให้เหลือ 5-7 หลักสูตรและเริ่มเตรียมเอกสารขอทุน (ถ้าจะขอ), ส่งใบสมัครและเตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่า

month 5

  • เมื่อได้คะแนนที่ต้องการแล้ว เราจะสามารถตัดตัวเลือกมหาวิทยาลัยลงไปได้ เช่น ถ้าได้คะแนน IELTS น้อยกว่า 6.5 เราอาจจะเลือกมหาวิทยาลัยที่ขอผลสอบภาษาอังกฤษไม่สูงมาก หรือเลือกมหาวิทยาลัยที่มี pre-sessional course หรือ pathway course

  • สำหรับคนที่อยากขอทุน ให้เริ่มวางแผนช่วงนี้ได้เลยค่ะ

    • ข้อสำคัญคือทุนการศึกษาบางทุนจะปิดรับสมัคร 8-12 เดือนก่อนเปิดเทอม อย่าลืมสมัครให้ทันนะคะ 

  • เตรียมเอกสารสำหรับสมัครเรียนให้ครบถ้วน เช่น resume, เรียงความ, จดหมายแนะนำ, หลักฐานการศึกษา, หลักฐานการเงิน, ปริญญาบัตร ฯลฯ จากนั้นก็ส่งใบสมัครได้เลย

    • แต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละประเทศจะมีกำหนดการรับสมัครที่แตกต่างกัน เช็คดี ๆ นะคะ

  • สำหรับคนอยากเรียนต่อแคนาดา ช่วงเดือนพฤษภาคมอาจจะต้องขอวีซ่าแล้วนะคะ 

 

เดือนที่ 6 ส่งใบสมัคร, รับผลหรือสัมภาษณ์กับมหาวิทยาลัยและยื่นขอวีซ่านักเรียน

month 6-7

  • หลังจากส่งใบสมัครแล้ว ช่วงนี้มหาวิทยาลัยในบางประเทศจะส่งผลให้ผู้สมัครทราบว่าได้ offer หรือ reject เช่น อังกฤษจะบอกผลช่วงเดือนสิงหาคม ถ้าสมัครไปในช่วงมิถุนายน และ มหาวิทยาลัยในอเมริกาจะเริ่มนัดสัมภาษณ์

  • เมื่อรู้ผลแล้ว และตัดสินใจได้แล้ว ให้รีบตอบกลับมหาวิทยาลัยให้เร็วที่สุด

  • เริ่มเตรียมขอวีซ่าทันทีที่ตัดสินใจเลือกที่เรียนและตอบรับ offer 

    • การจะขอวีซ่านักเรียนได้นั้นต้องใช้เอกสารตอบรับจากมหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้นรอให้ได้จดหมายอย่างเป็นทางการหรือเอกสารที่จำเป็นจากทางมหาวิทยาลัยก่อนแล้วค่อยยื่นขอวีซ่านะคะ 

 

เดือนที่ 7 - วางแผนการเดินทางและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

  • เช็คตารางวันปฐมนิเทศและอีเว้นท์ต่าง ๆ ก่อนเริ่มเรียน 

  • ดูรายละเอียดการเดินทางและการใช้ชีวิต เช่น จะเดินทางจากสนามบินไปหอพักได้อย่างไร ต้องใช้รถไฟสายไหน

  • วางแผนการใช้ชีวิตในต่างประเทศ เช่น supermarket ใกล้ที่พักอยู่ตรงไหนบ้าง, จะเปิดบัญชีธนาคาร ต้องทำอย่างไรบ้าง 

 

เดือนที่ 8-12 เตรียมตัวบินไปเรียนต่อต่างประเทศ (ขึ้นอยู่กับแผนของแต่ละคน)

month 8-12

  • ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและประเทศที่จะไปเรียนต่อ 

  • ถ้าต้องไปเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อน อาจจะต้องบินไปก่อนหน้านี้ 

  • เมื่อถึงที่หมายแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำอันดับแรก ๆ ได้แก่ 

    • จัดการเรื่องที่พัก เช็คอิน รับเอกสาร รับกุญแจและทำความเข้าใจกฎต่าง ๆ 

    • ซื้อซิมการ์ด (SIM card หรือ eSIM)

    • ลงทะเบียนกับคลีนิค/โรงพยาบาล/หน่วยงานบริการทางการแพทย์

 

แผนข้างบนนี้เป็นแผนคร่าว ๆ นะคะ ถ้าอยากได้แผนแบบละเอียด เอาแบบถูกต้องเป๊ะ และปรับมาให้เหมาะกับเราแล้ว ขอแนะนำให้ปรึกษาพี่ ๆ เอเจ้นท์ที่เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อต่างประเทศอย่างพี่ ๆ จาก IDP Hotcourses Thailand เลยค่ะ ปรึกษาได้ฟรี ช่วยได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มเลือกคอร์สไปจนถึงการหาที่พักกันเลย

ปรึกษาทุกเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ ฟรี ทักมาเลยค่ะ จิ้มแบนเนอร์ข้างล่างเลย
 

 

ขั้นตอนเตรียมตัวไปเรียนต่อออสเตรเลีย อเมริกา อังกฤษ แบบ step-by-step

 

 

 

 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K
article Img

7 มหาลัย ยืนหนึ่งเรื่องเรียนออนไลน์ได้ปริญญา ราคาน่ารักสบายกระเป๋า

ปฏิเสธไม่ได้เลยการเรียนปริญญาออนไลน์กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะโควิด-19 ทำให้หลายๆ คนหันมาสนใจคอร์สเรียนออนไลน์กันมากขึ้น ไหนจะราคาค่าเทอมคอร์สปริญญาออนไลน์ที่เท่ากับนักเรียนต่างชาติจ่ายเท่ากันกับนักเรียนในประเทศเค้าอีก ทำให้ปริญญาออนไลน์น่าสนใจมากขึ้น       วันนี้ Hotcourses Thailand เลยจะนำคอร์สออนไลน์ไม่แพง สบายกระเป๋า (รับรองกระเป๋าไม่แหกเท่าเจ้าอื่นๆ) มาให้ได้รู้จักกัน จะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลย   University of the

64K