Go Green Tips: 9 วิธีรักษ์โลกฉบับนักศึกษา

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Go Green Tips: 9 วิธีรักษ์โลกฉบับนักศึกษา

easy tips students can go green

       Climate Change หรือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังเป็นปัญหาที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญ การเกิด social movement อย่าง Fridays for future ซึ่งต้องการเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกตะหนักและ ‘ลงมือ’ แก้ไขปัญหาทันทีก็กำลังลุกลามไปตามท้องถนนทั่วโลก การเคลื่อนไหวนี้นำโดย Greta Thunberg แอคติวิสต์วัยชาวสวีเดนซึ่งมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ในฐานะนักเรียน นักศึกษา และพลเมืองของโลก เราจะได้ทำอะไรได้บ้างนะ?

 

       วันนี้ Hotcourses Thailand เลยเอาทิปส์เล็กๆ น้อยๆ มาฝากกัน ลองไปทำตามกัน!

 

       ทำความเข้าใจ สู้ CLIMATE CHANGE ด้วย 5 คอร์สออนไลน์ฟรีๆ!

 

 

ใช้กระดาษให้น้อยที่สุด

 

        การใช้กระดาษให้น้อยที่สุดอาจเป็นเรื่องยาก ไหนจะจดเลคเชอร์ ไหนจะรายงานที่ต้องปรินท์ส่ง แต่ก็ไม่ใช่ก็ทำไม่ได้เลยสักทีเดียว เพราะมันมีสิ่งที่ทดแทนได้นะเออ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ หรือไอแพดในการจดโน้ตแทน หรือถ้าใครไม่สะดวก ต้องใช้กระดาษเท่านั้น ก็ควรจะใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า หรือจะใช้กระดาษรียูสก็ได้นะ พอเรียบจบแล้วก็ลองหาเพื่อน หรือรุ่นน้องที่ต้องเรียนวิชาเดียวกัน แล้วส่งต่อโน้ตให้ สวยไปอีกจ้า

 

กระติกน้ำคู่ใจ

 

         นี่เป็นจุดสตาร์ทสุดคลาสิกในการใช้ชีวิตแบบกรีนๆ ก็ว่าได้  The Plastic Oceans รายงานว่า ปัจจุบันมนุษย์ผลิตพลาสติกกว่า 300 ล้านตันทุกปี และพลาสติกมากกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงมหาสมุทรทุกๆ ปี และกว่าใช้ย่อยสลายใช้เวลาถึง 450 ปี (เกิด-ตายไม่รู้กี่ชาติ ก็ยังอยู่)  การหากระติกน้ำคู่ใจจึงเป็นการลดการใช้ Single-use plastic อย่างขวดน้ำไปได้เยอะโข กระติกน้ำไม่จำเป็นต้องเริดมาก ขอแค่ปลอดภัยในการใส่น้ำกินได้ก็พอ แนะนำว่าเวลาหาซื้อกระติกน้ำให้ดูอันที่เป็น FREE BPA จ้ะ

 

       ใครอยากไปให้สุดกับกระติกน้ำ เราแนะนำหลอดแสตนเลส หรือหลอดซิลิโคน พกไว้ใช้กับกระติกก็เริดไปอีก

 

ถุงผ้าใช้ซ้ำ

 

        อีกหนึ่งวิธีคลาสิคสำหรับสายกรีน ที่เมืองไทยการจะได้ถุงพลาสติกมา 1 ใบเป็นอะไรที่ง่ายมาก บางทียังไม่ทันปฏิเสธของเราก็อยู่ในถุงพลาสติกแล้วเรียบร้อย! Single-use Plastic แบบนี้ในอนาคตมีโอกาสแตกตัวเป็น Micro-Plastics ที่แม้แต่ตาเราก็มองไม่เห็น เม็ดพลาสติกเหล่านี้ก็ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเรานี่แหละ

 

       ดังนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ ลองหาถุงผ้า ถุงไนลอนแบบใช้ซ้ำได้ มาพกไว้สักถุง จะใช้เป็นกระเป๋าใส่ของเลยก็ไม่มีใครว่า เก๋ไปอีกแบบนะเออ

 

       มหาวิทยาลัยสีเขียว : แนวทางสู่อนาคตที่ไร้คาร์บอน

 

คิดก่อนซื้อ - ช็อปของมือสอง

 

        อุตสาหกรรมแฟชันก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Fast Fashion หรือแฟชันแบบรวดเร็ว ผลิตตามกระแสนิยม เน้นผลิตปริมาณเยอะ ซื้อง่ายราคาถูก ตัวอย่างแบรนด์ก็เช่น H&M, ZARA, Topshop etc. พอกระแสหมด คนก็หันไปซื้ออย่างอื่นต่อ เสื้อผ้าเหล่านี้ที่ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง ก็ลงเอยที่ถังขยะ

 

          อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fast fashion ได้ที่ ‘Fast Fashion’ ซื้อง่าย-หน่ายเร็ว ผลิตมาก-ราคาถูก-สูบทรัพยากรโลก

 

          ดังนั้นก่อนจะซื้ออะไรคิดให้ดีๆ ว่าเราชอบจริงๆ ใช่มั้ย อยากใส่จริงๆ รึเปล่า อีกหนึ่งทางเลือกก็คือช็อปของมือสองซะเลย และถ้าใครอยากจะทิ้งเสื้อผ้าชิ้นไหน ลองถามตัวเองว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นหาที่บริจาคได้มั้ย ถ้าได้ก็ทำเลย! ถือว่าได้บุญด้วยนะเออ

 

ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ

 

            อีกหนึ่งวิธีที่รณรงค์มากว่า 10 ปีแล้ว และก็ยังใช้ได้! เช็คทุกครั้งก่อนออกจากห้องว่าเราปิดสวิตซ์ทุกอย่างแล้ว ถอดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้ หรือใครอยู่บ้านก็ลองเช็คดูว่าหลอดไฟเป็น LED รึเปล่า แพงกว่าก็จริงแต่ใช้งานได้นานและประหยัดไฟกว่าด้วย  หรือตอนแปรงฟันก็ปิดน้ำ ใช้น้ำอย่างประหยัดตอนล้างจาน เอาง่ายๆ คือ ให้มีสติเสมอเวลาใช้น้ำ ใช้ไฟอะ เพราะนอกจากจะประหยัดทรัพยากรแล้ว ยังประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยจ้ะ

 

 

กินเนื้อให้น้อยลง

 

            ใครเป็นสายบุฟ...ก็คงทำใจลำบากสำหรับข้อนี้ แต่รู้หรือไม่ว่าอุตสาหกรรมปศุสัตว์นั้นปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่บรรยากาศมากถึง 14.5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เทียบเท่ากับก๊าซ CO2 7,100 ล้านตัน! ไหนจะการใช้น้ำอีก 11,360 แกลลอนเพื่อผลิตเนื้อวัวแค่ 1 กิโล

 

            ข้อนี้เป็นอีกข้อที่ท้าทายพอตัว แต่เราแนะนำให้เริ่มจากไม่กินเนื้อ 1 วันต่อสัปดาห์ก็ได้ ใครจะทำมากกว่านี้ก็ยิ่งดีจ้ะ ถ้าใครทำอาหารเอง เราแนะนำให้ดูฉลาก หรือถามพ่อค้าแม่ค้าถึงที่มาของเนื้อ ถ้าเนื้อเลี้ยงแบบออแกนิคมาก็จะดีขึ้นไปอีก

 

ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม!

 

       นั่นแหละ การใช้ครีมกันแดดก็รักษ์โลกได้! เรื่องก็คือ นักวิจัยพบว่าในครีมกันแดดส่วนใหญ่จะมีสาร oxybenzone (BP3), Octinoxate,  4MBC (4-Methylbenzylid Camphor) และ Butylparaben นักวิจัยพบว่า สารเคมี 4 ชนิดนี้เป็นตัวฆ่าปะการังและทำให้ปะการังฟอกขาว! โดยตัวที่อันตรายที่สุดน่าจะเป็น BP3 ที่มีส่วนรบกวนระบบสืบพันธุ์ ทำให้ตัวอ่อนปะการังโตผิดรูป พิการหรือไม่ก็ตาย สารตัวนี้ใช้ในครีมกันแดดมากกว่า 3500 ยี่ห้อทั่วโลก

 

        ดังนั้นเวลาไปทะเล ก็หาครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีเหล่านี้ หรือใช้ครีมกันแดดแบบกันน้ำ ซึ่งทำให้เกิดการชะล้างน้อยกว่า หรือจะใช้วิธีเบสิคอย่างใส่เสื้อคลุมก็ได้จ้ะ เท่านี้ก็ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเลลงได้บ้างเนอะ 

 

       ใครอยากอ่านเรื่องนี้เต็มๆ ไปที่นี่เลย ครีมกันแดดแบบไหนไม่ฆ่าปะการัง

 

เดินให้มาก ปั่นจักรยานให้พอ

 

         กลับมาที่วิธีเบสิคที่ทุกคนทำได้ นั่นก็คือ เดิน! ถ้าที่เรียนอยู่ใกล้ในระยะที่เดินถึง เราแนะนำให้เดิน นอกจากจะประหยัดเงินค่าแกร๊บแล้ว ยังได้ออกกำลังกาย และลดก๊าซ CO2 ที่จะเกิดจากรถยนต์ด้วย โชคสามชั้นเลย หรือถ้าใครมีจักรยานก็ปั่นมาเลย ส่วนใครที่ไม่สะดวกจริงๆ ก็แนะนำให้นั่งรถสาธารณะ ประหยัดกว่า ปล่อยก๊าซน้อยกว่านั่งรถยนต์ส่วนตัวมากโข

 

ร่วมรณรงค์ เรียกร้องกับรัฐบาล!

 

         รู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยก็มี Climate Strike แบบต่างประเทศ! เข้าไปดูเฟซบุ๊กทางการได้ที่ Climate Strike Thailand กดเข้าไปอ่านข้อเรียกร้องและดูกิจกรรมของกลุ่ม Climate Strike ได้เลย ส่วนใครที่อยู่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต ลองเช็ควันให้ดีๆ เพราะอาจมี Climate Strike เกิดขึ้นแถวบ้านก็ได้นะเออ! ลงถนนไปทำตัวเป็นแอคติวิสต์กันเถอะ!

 

 

 

         ที่บอกไปทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นกินอาหารให้หมด ทิ้งขยะ/แยกขยะให้ตรงประเภท หรือพยายามสร้างขยะให้น้อยที่สุด เราเชื่อว่าทุกเรื่องสัมพันธ์กันทั้งหมด ดังนั้นจงมองเป็นภาพใหญ่ หาส่วนที่เราทำได้ อย่ารอเวลา เริ่มทำวันนี้เลย! เราขอลาไปด้วย Quote ของเกรต้าแล้วกันนะ

 

“you are never too small to make a difference

💚💚💚

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K