มหาวิทยาลัยดีที่สุดในโลก อันดับมหาวิทยาลัย university ranking เรียนต่อปริญญาโท เรียนต่อต่างประเทศ

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

แชร์ทริควิธีเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยดีที่สุด 65 อันดับแรกของโลก IELTS ไม่ถึง 7.0 ก็เข้าได้

top universities admission

มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลกมักเป็นจุดมุ่งหมายที่ใครหลายคนอยากไปเรียนต่อกัน ยิ่งมหาวิทยาลัยชื่อเสียงดี ranking พุ่ง ก็ยิ่งมีคนอยากไปเรียนต่อด้วยเยอะ แต่บางคนอาจจะมองว่าโอ๊ย ชื่อเสียงเค้าดีขนาดนั้น สมัครเข้ายากแน่ ๆ เลย หรือถ้าเราขาดบางอย่างไป (เช่น IELTS ไม่ถึง) ก็คงเข้าไม่ได้ ตัดช้อยส์ออกเลย ขอบอกว่าอย่าเพิ่งตัดค่า แล้วมาลองอ่านบทความอันนี้ของเรากันก่อน เพราะเราจะมาเปิดข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เรามีลุ้นได้เรียนต่อป.โทในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับแรก ๆ ของโลกกันค่า

 

 

มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลก เข้ายากไหม?

 

top universities

 

ขี้นชื่อว่ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดตัวท็อป ของโลก แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับเงื่อนไขการรับนักเรียนที่ไม่ธรรมดา เพราะในแต่ละปีมหาวิทยาลัย ranking สูง ๆ อันดับเทพ ๆ เหล่านี้จะได้รับใบสมัครหลายพันใบจากนักเรียนทั่วทุกมุมโลก ทางมหาวิทยาลัยเองจึงต้องคัดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติพร้อม ความสามารถเป๊ะ คัดตัวจี๊ดมาแบบเน้น ๆ ก่อนจะให้ offer ค่ะ 

 

เงื่อนไขหลัก ๆ ที่เรามักจะเจอในการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยอันดับดี ๆ ของโลก

  • เกรดต้องดี (GPA 3.8 - 3.9 ขึ้นไป)

  • ส่วนใหญ่ระบุว่าผู้สมัครต้องได้เกียรตินิยมในระดับปริญญาตรีหรือมีประสบการณ์ ผลงานที่โดดเด่นมาก ๆ

  • IELTS 7.0 หรือ TOEFL 90 ขึ้นไป

 

เรียกว่าค่อนข้างโหดเอาเรื่อง หลายคนอาจจะคิดว่าถ้า IELTS ไม่ถึง 7.0 หรือ TOEFL ไม่ถึง คงหมดสิทธิ์จะไปสมัครเรียนกับเค้าแน่ ๆ แต่ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเลยค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาชี้ช่องทางสุด exclusive ที่ทำให้น้อง ๆ มีโอกาสได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับโลกเหล่านี้ ถึงแม้จะได้ IELTS 6.5 หรือน้อยกว่าก็ตาม

 

หลักสูตรปูพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนป.โท

language course

 

หลักสูตรปูพื้นฐานภาษาอังกฤษคือคอร์สปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนที่กำลังจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ แต่คะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ค่ะ เช่น ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 7.0 แต่เราได้ IELTS 6.5 แบบนี้เราก็มีสิทธิ์มาเข้าเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานของเค้าได้ หลักสูตรเหล่านี้มีหลากหลายชื่อและรูปแบบ เช่น Pre-sessional Course (สำหรับมหาวิทยาลัยในอังกฤษ) หรือ English Language Bridging Programs (สำหรับบางมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย)

 

คอร์สนี้มักจะมาพร้อมกับ conditional offer จากทางมหาวิทยาลัย คือเหมือนกับว่าเค้าใกล้จะรับเราเข้าเป็นนักเรียนแล้วแหละ แต่ขาดแค่เรื่องภาษาอังกฤษอีกนิด ถ้าเราเรียนคอร์สนี้แล้วสอบผ่านหรือเรียนจบคอร์สก็จะได้เข้าเรียนในคณะที่เราหวังไว้ได้เลย เงื่อนไขต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับคอร์สของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ค่ะ 

 

หลักสูตรเหล่านี้จะเน้นการปรับพื้นฐานและเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษให้แน่นขึ้น เพิ่มทักษะด้านต่าง ๆ ให้สูงขึ้น รวมไปถึงช่วยให้เราเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนหลักสูตรป.โทได้ดีขึ้นด้วย 

 

รวมมหาวิทยาลัยดีที่สุด ติด 65 อันดับแรกของโลกที่ IELTS ไม่ถึง 7.0 ก็เข้าได้ ด้วยหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเรียนป.โท

 

King’s College London (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 36 ของโลก)

King's

เรียนต่อ King’s College London ดีไหม? 

  • มหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ถึงขั้นติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับที่ 7 ของสหราชอาณาจักรและติดท็อป 40 ของโลก 

  • สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ

    • สาขาการแพทย์และสุขภาพ (อันดับที่ 12 ของโลก)

    • สาขาจิตวิทยา (อันดับที่ 9 ของโลก) 

    • สาขาศิลปะและมนุษยศาสตร์ (อันดับที่ 24 ของโลก)

    • สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 27 ของโลก)

  • เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี คุณภาพแน่นปึ้ก ประสบการณ์จัดเต็ม มีหน่วยช่วยเหลือนักศึกษาที่พร้อมดูแลในทุก ๆ ด้าน

  • เรียนจบจากที่นี่ไปมีโอกาสได้งานดี ๆ สูงมาก กว่า 90% ของศิษย์เก่า King’s College London ได้งานในระดับสูง และยังมีชื่อเสียงดีเริ่ดในกลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, IBM, Unilever หรือองค์กรสำคัญของประเทศอย่าง NHS

  • โลเคชั่นดีงาม ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน มีทุกอย่างครบ ได้เรียนและเที่ยวแบบเต็มที่
     

หลักสูตรปูพื้นฐาน pre-sessional course 

  • หลักสูตรแทบทุกสาขาของ King’s College London กำหนดไว้ว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 7.0 ขึ้นไป

  • คอร์ส pre-sessional ของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และแบบมาเรียนที่มหาวิทยาลัย บางหลักสูตรเป็นแบบผสมทั้งสองอย่าง 

  • หลังจากเรียนจบแล้วจะต้องทำการสอบวัดผล และจะต้องได้คะแนนสูงกว่าที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด จึงจะสามารถผ่านเข้าไปเรียนต่อในหลักสูตรป.โทที่เราอยากเรียนได้

  • หลักสูตร pre-sessional course ที่เราต้องเรียน ขึ้นอยู่กับว่าคะแนน IELTS ที่เราได้นั้นห่างจาก IELTS ที่เค้ากำหนดเท่าไหร่ เช่น คณะที่เราจะเรียนกำหนดว่าต้องได้ IELTS 7.5 แล้วเราได้ 6.5 ก็แปลว่าเราขาดไป 1.0 และต้องเรียนpre-sessional course 11 สัปดาห์ 

คะแนน IELTS ที่ขาดไป

ระยะเวลาของหลักสูตร pre-sessional course ที่ต้องเรียน

ช่วงเปิดภาคเรียน

ค่าเล่าเรียน

ขาดไป 0.5 

6 สัปดาห์

กรกฎาคม

£5,800

ขาดไป 1.0

11 สัปดาห์

มิถุนายน

£7,950

ขาดไป 1.5 

16 สัปดาห์

เมษายน

£9,750


 

University of Melbourne (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 39 ของโลก)

Melbourne

 

เรียนต่อ University of Melbourne ดีไหม? 

  • มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับแรก ๆ ของออสเตรเลียและติดท็อป 40 ของโลก 

  • สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ

    • สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 11 ของโลก)

    • สาขาศึกษาศาสตร์ (อันดับที่ 16 ของโลก)

    • สาขาจิตวิทยา (อันดับที่ 25 ของโลก)

  • เมลเบิร์นเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอาศัยที่สุดเมืองหนึ่งของโลก มีทั้งความปลอดภัย ทันสมัย ใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย และยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมาก

  • ด้วยความที่เป็นมหาวิทยาลัยขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ทั้งชาวออสซี่และชาวต่างชาติ ที่นี่เค้าเลยมีโครงการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาแบบครบวงจร ที่น่าประทับใจคือเค้ามีโครงการเฉพาะสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในออสเตรเลียครั้งแรก ต้อนรับและช่วยให้นักศึกษาปรับตัวได้ง่ายขึ้น ทัชใจสุด ๆ

 

หลักสูตรปรับพื้นฐาน English Language Pathway

  • มีหลักสูตร 2 แบบคือ

    • University of Melbourne English Language Bridging Program Preparation (UMELBP Prep) สำหรับผู้ที่อยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแต่คะแนน IELTS ได้ไม่ถึงตามเกณฑ์ ติวเข้มเน้น ๆ จากนั้นจึงไปเรียนต่อใน University of Melbourne English Language Bridging Program

    • University of Melbourne English Language Bridging Program (UMELBP)คือ หลักสูตรปรับพื้นฐาน ช่วยเสริมทักษะภาษาอังกฤษแบบรอบด้าน เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

  • หลังเรียนจบสามารถเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทในบางคณะได้โดยตรง

  • เกณฑ์การรับสมัครจะแตกต่างกันไปในแต่ละคณะ เช่น 

    • Melbourne School of Design หรือสาขาวิชาการออกแบบ รับผู้สมัครที่ได้ IELTS ขั้นต่ำ 5.5 (แต่ละพาร์ทไม่ต่ำกว่า 5.0) เข้าเรียน UMELBP Prep

    • Melbourne Law School หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ ไม่มีการเปิดสอน UMELBP

  • ค่าเล่าเรียน £6,800 ต่อคอร์ส

 

University of Sydney (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 61 ของโลก)

Sydney

เรียนต่อ University of Sydney ดีไหม? 

  • มหาวิทยาลัยตัวท็อป หนึ่งในสองมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย

  • ได้อันดับที่ 4 ของโลกในด้านโอกาสการได้งาน เรียกว่าถ้าเรียนจบจากที่นี่มีโอกาสได้งานสูงมาก 

  • ตั้งอยู่ในซิดนี่ย์ เมืองที่ได้รับการยกย่องว่าปลอดภัยที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก จากการจัดอันดับ Safe Cities Index ปี 2021 โดย Economist

  • ตัวเมืองมีทุกอย่างครบ ใช้ชีวิตสะดวก หางานพาร์ทไทม์ได้ง่าย

  • วิทยาเขตมีพร้อมทุกอย่าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ ทั้งคาเฟ่ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องสมุด ทุกอย่างได้มาตรฐานระดับโลก

  • สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ

    • สาขาศึกษาศาสตร์ (อันดับที่ 21 ของโลก)

    • สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 47 ของโลก)

    • สาขาการแพทย์และสุขภาพ (อันดับที่ 35 ของโลก)


 

หลักสูตรปรับพื้นฐานและเข้าเรียนต่อได้โดยตรง Direct Entry Course

  • University of Sydney กำหนดไว้เลยว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 6.5 ขึ้นไป และแต่ละพาร์ทต้องไม่ต่ำกว่า 6.0

  • หลักสูตรนี้เปิดสำหรับผู้ที่ได้รับ Conditional offer เท่านั้น

  • เรียน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

  • ระยะเวลาที่เราต้องเรียนปรับพื้นฐานนั้นขึ้นอยู่กับว่าคะแนน IELTS ของเราขาดไปเท่าไหร่ มีทั้งแบบ 36, 25, 15, 10 และ 5 สัปดาห์


 

คะแนน IELTS ที่ขาดไป

ระยะเวลาของหลักสูตร direct entry course ที่ต้องเรียน

ช่วงเปิดภาคเรียน

ค่าเล่าเรียน

ขาดไป 0.5

5-15 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคะแนนในแต่ละพาร์ทและคะแนนโดยรวม

มีนาคม หรือ พฤษภาคม

A$3,250 - A$9,750

ขาดไป 1.0

25 สัปดาห์

 

กรกฎาคม

A$16,250

ขาดไป 1.5 

36 สัปดาห์

เมษายน

A$23,400


สมัครผ่านตัวแทนอย่างเป็นทางการ ง่ายขึ้นไปอีก!

ข้อดีอีกอย่างที่อยากเขียนไว้ตัวเป้ง ๆ เลยก็คือ มหาวิทยาลัย top tier เหล่านี้เค้ามีตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วย ซึ่งพี่ ๆ ตัวแทนจะสามารถช่วยดูแลเรื่องการสมัครเรียน การเตรียมตัว ไปจนถึงการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ โดยตรงให้ด้วย ทำให้การสมัครเรียนไม่ยากจนเกินไป หายเครียดไปได้เยอะ ที่สำคัญคือเค้าให้คำปรึกษาฟรีด้วยค่า ใครสนใจทักแชท หรือ DM ไปได้เลยนะคะ

 

Credit

King's College London 

University of Melbourne 

University of Sydney 

Times Higher Education 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K