มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลกมักเป็นจุดมุ่งหมายที่ใครหลายคนอยากไปเรียนต่อกัน ยิ่งมหาวิทยาลัยชื่อเสียงดี ranking พุ่ง ก็ยิ่งมีคนอยากไปเรียนต่อด้วยเยอะ แต่บางคนอาจจะมองว่าโอ๊ย ชื่อเสียงเค้าดีขนาดนั้น สมัครเข้ายากแน่ ๆ เลย หรือถ้าเราขาดบางอย่างไป (เช่น IELTS ไม่ถึง) ก็คงเข้าไม่ได้ ตัดช้อยส์ออกเลย ขอบอกว่าอย่าเพิ่งตัดค่า แล้วมาลองอ่านบทความอันนี้ของเรากันก่อน เพราะเราจะมาเปิดข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เรามีลุ้นได้เรียนต่อป.โทในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับแรก ๆ ของโลกกันค่า
Table of content
มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลก เข้ายากไหม?
ขี้นชื่อว่ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดตัวท็อป ของโลก แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับเงื่อนไขการรับนักเรียนที่ไม่ธรรมดา เพราะในแต่ละปีมหาวิทยาลัย ranking สูง ๆ อันดับเทพ ๆ เหล่านี้จะได้รับใบสมัครหลายพันใบจากนักเรียนทั่วทุกมุมโลก ทางมหาวิทยาลัยเองจึงต้องคัดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติพร้อม ความสามารถเป๊ะ คัดตัวจี๊ดมาแบบเน้น ๆ ก่อนจะให้ offer ค่ะ
เงื่อนไขหลัก ๆ ที่เรามักจะเจอในการสมัครเรียนมหาวิทยาลัยอันดับดี ๆ ของโลก
-
เกรดต้องดี (GPA 3.8 - 3.9 ขึ้นไป)
-
ส่วนใหญ่ระบุว่าผู้สมัครต้องได้เกียรตินิยมในระดับปริญญาตรีหรือมีประสบการณ์ ผลงานที่โดดเด่นมาก ๆ
-
IELTS 7.0 หรือ TOEFL 90 ขึ้นไป
เรียกว่าค่อนข้างโหดเอาเรื่อง หลายคนอาจจะคิดว่าถ้า IELTS ไม่ถึง 7.0 หรือ TOEFL ไม่ถึง คงหมดสิทธิ์จะไปสมัครเรียนกับเค้าแน่ ๆ แต่ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ก่อนเลยค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาชี้ช่องทางสุด exclusive ที่ทำให้น้อง ๆ มีโอกาสได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับโลกเหล่านี้ ถึงแม้จะได้ IELTS 6.5 หรือน้อยกว่าก็ตาม
หลักสูตรปูพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนป.โท
หลักสูตรปูพื้นฐานภาษาอังกฤษคือคอร์สปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนที่กำลังจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ แต่คะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ค่ะ เช่น ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 7.0 แต่เราได้ IELTS 6.5 แบบนี้เราก็มีสิทธิ์มาเข้าเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานของเค้าได้ หลักสูตรเหล่านี้มีหลากหลายชื่อและรูปแบบ เช่น Pre-sessional Course (สำหรับมหาวิทยาลัยในอังกฤษ) หรือ English Language Bridging Programs (สำหรับบางมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย)
คอร์สนี้มักจะมาพร้อมกับ conditional offer จากทางมหาวิทยาลัย คือเหมือนกับว่าเค้าใกล้จะรับเราเข้าเป็นนักเรียนแล้วแหละ แต่ขาดแค่เรื่องภาษาอังกฤษอีกนิด ถ้าเราเรียนคอร์สนี้แล้วสอบผ่านหรือเรียนจบคอร์สก็จะได้เข้าเรียนในคณะที่เราหวังไว้ได้เลย เงื่อนไขต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับคอร์สของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ค่ะ
หลักสูตรเหล่านี้จะเน้นการปรับพื้นฐานและเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษให้แน่นขึ้น เพิ่มทักษะด้านต่าง ๆ ให้สูงขึ้น รวมไปถึงช่วยให้เราเตรียมตัวก่อนเข้าเรียนหลักสูตรป.โทได้ดีขึ้นด้วย
รวมมหาวิทยาลัยดีที่สุด ติด 65 อันดับแรกของโลกที่ IELTS ไม่ถึง 7.0 ก็เข้าได้ ด้วยหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเรียนป.โท
King’s College London (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 36 ของโลก)
เรียนต่อ King’s College London ดีไหม?
-
มหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ถึงขั้นติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับที่ 7 ของสหราชอาณาจักรและติดท็อป 40 ของโลก
-
สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ
-
สาขาการแพทย์และสุขภาพ (อันดับที่ 12 ของโลก)
-
สาขาจิตวิทยา (อันดับที่ 9 ของโลก)
-
สาขาศิลปะและมนุษยศาสตร์ (อันดับที่ 24 ของโลก)
-
สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 27 ของโลก)
-
-
เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี คุณภาพแน่นปึ้ก ประสบการณ์จัดเต็ม มีหน่วยช่วยเหลือนักศึกษาที่พร้อมดูแลในทุก ๆ ด้าน
-
เรียนจบจากที่นี่ไปมีโอกาสได้งานดี ๆ สูงมาก กว่า 90% ของศิษย์เก่า King’s College London ได้งานในระดับสูง และยังมีชื่อเสียงดีเริ่ดในกลุ่มบริษัทใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, IBM, Unilever หรือองค์กรสำคัญของประเทศอย่าง NHS
-
โลเคชั่นดีงาม ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน มีทุกอย่างครบ ได้เรียนและเที่ยวแบบเต็มที่
หลักสูตรปูพื้นฐาน pre-sessional course
-
หลักสูตรแทบทุกสาขาของ King’s College London กำหนดไว้ว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 7.0 ขึ้นไป
-
คอร์ส pre-sessional ของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และแบบมาเรียนที่มหาวิทยาลัย บางหลักสูตรเป็นแบบผสมทั้งสองอย่าง
-
หลังจากเรียนจบแล้วจะต้องทำการสอบวัดผล และจะต้องได้คะแนนสูงกว่าที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด จึงจะสามารถผ่านเข้าไปเรียนต่อในหลักสูตรป.โทที่เราอยากเรียนได้
-
หลักสูตร pre-sessional course ที่เราต้องเรียน ขึ้นอยู่กับว่าคะแนน IELTS ที่เราได้นั้นห่างจาก IELTS ที่เค้ากำหนดเท่าไหร่ เช่น คณะที่เราจะเรียนกำหนดว่าต้องได้ IELTS 7.5 แล้วเราได้ 6.5 ก็แปลว่าเราขาดไป 1.0 และต้องเรียนpre-sessional course 11 สัปดาห์
|
คะแนน IELTS ที่ขาดไป |
ระยะเวลาของหลักสูตร pre-sessional course ที่ต้องเรียน |
ช่วงเปิดภาคเรียน |
ค่าเล่าเรียน |
|
ขาดไป 0.5 |
6 สัปดาห์ |
กรกฎาคม |
£5,800 |
|
ขาดไป 1.0 |
11 สัปดาห์ |
มิถุนายน |
£7,950 |
|
ขาดไป 1.5 |
16 สัปดาห์ |
เมษายน |
£9,750 |
University of Melbourne (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 39 ของโลก)
เรียนต่อ University of Melbourne ดีไหม?
-
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับแรก ๆ ของออสเตรเลียและติดท็อป 40 ของโลก
-
สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ
-
สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 11 ของโลก)
-
สาขาศึกษาศาสตร์ (อันดับที่ 16 ของโลก)
-
สาขาจิตวิทยา (อันดับที่ 25 ของโลก)
-
-
เมลเบิร์นเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอาศัยที่สุดเมืองหนึ่งของโลก มีทั้งความปลอดภัย ทันสมัย ใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย และยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูงมาก
-
ด้วยความที่เป็นมหาวิทยาลัยขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ทั้งชาวออสซี่และชาวต่างชาติ ที่นี่เค้าเลยมีโครงการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาแบบครบวงจร ที่น่าประทับใจคือเค้ามีโครงการเฉพาะสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในออสเตรเลียครั้งแรก ต้อนรับและช่วยให้นักศึกษาปรับตัวได้ง่ายขึ้น ทัชใจสุด ๆ
หลักสูตรปรับพื้นฐาน English Language Pathway
-
มีหลักสูตร 2 แบบคือ
-
University of Melbourne English Language Bridging Program Preparation (UMELBP Prep) สำหรับผู้ที่อยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแต่คะแนน IELTS ได้ไม่ถึงตามเกณฑ์ ติวเข้มเน้น ๆ จากนั้นจึงไปเรียนต่อใน University of Melbourne English Language Bridging Program
-
University of Melbourne English Language Bridging Program (UMELBP)คือ หลักสูตรปรับพื้นฐาน ช่วยเสริมทักษะภาษาอังกฤษแบบรอบด้าน เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
-
-
หลังเรียนจบสามารถเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทในบางคณะได้โดยตรง
-
เกณฑ์การรับสมัครจะแตกต่างกันไปในแต่ละคณะ เช่น
-
Melbourne School of Design หรือสาขาวิชาการออกแบบ รับผู้สมัครที่ได้ IELTS ขั้นต่ำ 5.5 (แต่ละพาร์ทไม่ต่ำกว่า 5.0) เข้าเรียน UMELBP Prep
-
Melbourne Law School หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ ไม่มีการเปิดสอน UMELBP
-
-
ค่าเล่าเรียน £6,800 ต่อคอร์ส
University of Sydney (มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 61 ของโลก)
เรียนต่อ University of Sydney ดีไหม?
-
มหาวิทยาลัยตัวท็อป หนึ่งในสองมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย
-
ได้อันดับที่ 4 ของโลกในด้านโอกาสการได้งาน เรียกว่าถ้าเรียนจบจากที่นี่มีโอกาสได้งานสูงมาก
-
ตั้งอยู่ในซิดนี่ย์ เมืองที่ได้รับการยกย่องว่าปลอดภัยที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก จากการจัดอันดับ Safe Cities Index ปี 2021 โดย Economist
-
ตัวเมืองมีทุกอย่างครบ ใช้ชีวิตสะดวก หางานพาร์ทไทม์ได้ง่าย
-
วิทยาเขตมีพร้อมทุกอย่าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ ทั้งคาเฟ่ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ห้องสมุด ทุกอย่างได้มาตรฐานระดับโลก
-
สาขาและคณะที่โดดเด่น น่าไปเรียนต่อ
-
สาขาศึกษาศาสตร์ (อันดับที่ 21 ของโลก)
-
สาขานิติศาสตร์ (อันดับที่ 47 ของโลก)
-
สาขาการแพทย์และสุขภาพ (อันดับที่ 35 ของโลก)
-
หลักสูตรปรับพื้นฐานและเข้าเรียนต่อได้โดยตรง Direct Entry Course
-
University of Sydney กำหนดไว้เลยว่าผู้สมัครต้องได้ IELTS 6.5 ขึ้นไป และแต่ละพาร์ทต้องไม่ต่ำกว่า 6.0
-
หลักสูตรนี้เปิดสำหรับผู้ที่ได้รับ Conditional offer เท่านั้น
-
เรียน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
-
ระยะเวลาที่เราต้องเรียนปรับพื้นฐานนั้นขึ้นอยู่กับว่าคะแนน IELTS ของเราขาดไปเท่าไหร่ มีทั้งแบบ 36, 25, 15, 10 และ 5 สัปดาห์
|
คะแนน IELTS ที่ขาดไป |
ระยะเวลาของหลักสูตร direct entry course ที่ต้องเรียน |
ช่วงเปิดภาคเรียน |
ค่าเล่าเรียน |
|
ขาดไป 0.5 |
5-15 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคะแนนในแต่ละพาร์ทและคะแนนโดยรวม |
มีนาคม หรือ พฤษภาคม |
A$3,250 - A$9,750 |
|
ขาดไป 1.0 |
25 สัปดาห์ |
กรกฎาคม |
A$16,250 |
|
ขาดไป 1.5 |
36 สัปดาห์ |
เมษายน |
A$23,400 |
สมัครผ่านตัวแทนอย่างเป็นทางการ ง่ายขึ้นไปอีก!
ข้อดีอีกอย่างที่อยากเขียนไว้ตัวเป้ง ๆ เลยก็คือ มหาวิทยาลัย top tier เหล่านี้เค้ามีตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วย ซึ่งพี่ ๆ ตัวแทนจะสามารถช่วยดูแลเรื่องการสมัครเรียน การเตรียมตัว ไปจนถึงการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ โดยตรงให้ด้วย ทำให้การสมัครเรียนไม่ยากจนเกินไป หายเครียดไปได้เยอะ ที่สำคัญคือเค้าให้คำปรึกษาฟรีด้วยค่า ใครสนใจทักแชท หรือ DM ไปได้เลยนะคะ
Credit
