เวลาทำข้อสอบ IELTS หลายๆคนอาจจะแอบใช้เทคนิคท่องจำรูปประโยคสวยๆ คำเปิดประโยคสุดฮิต และนำมาใส่ใน essay ของตัวเอง แต่บางคนอาจจะลืมไปว่า มันไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ และบางครั้งการใช้ประโยคเดิมๆซ้ำๆแบบนี้ คนตรวจอ่านไปอ่านมาก็มีอาการมึนค่ะ เพราะเหมือนเห็นคำเดิมๆตลอดเวลา พอเป็นแบบนี้ แทนที่จะได้โชว์ว่าเราเขียนเก่ง กลับกลายเป็นคนตรวจเค้าดูออกว่าเราท่องมาอย่างเดียว ถถถถถถถ ถ้างั้นวันนี้ เราขอรวบรวมคำศัพท์สุดโหลดที่คนชอบท่องชอบใช้กันจนคนตรวจเริ่มชินชา มาดูกันเถอะค่ะว่ามีคำว่าอะไรกันบ้าง
-
“With the development of modern technology…”
วลียอดฮิต ที่หลายๆคนมักจะใช้เมื่ออยากเกริ่นถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ใครที่ท่องคำนี้อยู่ หยุดไว้ตรงนั้นเลยค่ะ เพราะหลายครั้งหลายหน วลีนี้เยิ่นเย้อเกินไปและอาจจะไม่เหมาะกับคำถามที่เค้าถามเสมอไป เช่น ถ้าเค้าถามถึงเรื่องราวสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใดๆ ก็เลี่ยงไปใช้คำเกริ่นอื่นๆจะดีกว่าค่า
-
“As we all know…”
วลีนี้เรียกได้ว่าแทบจะเป็นวลีประจำตัวของหลายๆคนเลยค่ะ แต่รู้หรือไม่ ว่าจริงๆแล้ว จะเรียกว่าเป็นตรรกะที่ถูกนักก็ไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้เรื่องเดียวกัน หรือคิดแบบเดียวกันทั้งหมด การเริ่มต้นแบบนี้ จึงเหมือนเราสรุปไปเองว่าคนอ่านคิดเหมือนเรามาตั้งแต่แรกค่ะ
-
“Every coin has two sides…”
ประโยคนี้จริงๆแล้วเป็นสำนวนการเปรียบเปรยนะคะ ที่เค้าว่ากันว่าเหรียญมักมีสองด้านเสมอ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ผิดอะไรที่จะใช้ แต่บางครั้ง มันก็ไม่เข้ากับเนื้อหาทั้งหมดซะทีเดียวและไม่ค่อยเหมาะกับการเขียนแบบ academic essay เท่าไหร่นักเพราะอย่างที่บอก ประโยคนี้ถือว่าเป็นสำนวนในการพูดหรือเขียนบทความส่วนตัว มากกว่าการเชื่อมประโยคในการเขียนรายงานค่ะ
-
“Last but not least”
หนึ่งในประโยคยอดฮิตที่แม้แต่คนเขียนเองก็เคยใช้! (ยอมรับกันตรงนี้) แหม.. ก็อยากจะบอกว่า สุดท้าย..แต่ไม่ท้ายสุด เพราะมันคุ้นชินและใช้กันบ่อยๆ แต่หารู้ไม่ ว่าจริงๆแล้วคำนี้มันช่าง casual เหลือเกิน และเค้าไม่ได้ใช้คำนี้กันในงานเขียนค่ะ ส่วนใหญ่แล้ว คำนี้จะใช้เมื่อกล่าวถึงคนสุดท้ายในกลุ่มที่จะมาพูดปิดท้าย เช่น มีการประชุม และเราไล่ฟังรายงานกันมาทุกคน เหลือคนสุดท้ายในทีม จึงจะพูดว่า Last but not least…(ตามด้วยชื่อคนๆนั้น) ดังนั้น เปลี่ยนความคิดตรงนี้กันใหม่นะคะ