สืบความเห็นชาวเน็ต College กับ University ศักดิ์ศรี ต่างกันมั้ย?

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบความเห็นชาวเน็ต College กับ University ศักดิ์ศรี ต่างกันมั้ย?

share image

    Y’all !

    

    วันก่อน Hotcourses Thailand ออกบทความเรื่องความแตกต่างของ College กับ University ไป วันนี้มิสจะมาสานต่อบทความนี้ แต่ในแบบของมิสค่ะ! นั่นก็คือ มิสจะไปสืบความเห็นของชาวเน็ตกันว่าชาวเน็ตมอง Collge กับ Univerisity ยังไง ไปดูกันค่ะ!

 

    มิส หรือ Miss Detective Diva เป็นนักสืบดิจิทัลที่คัดสรรคข้อมูล ย่อยข้อมูลและความคิดเห็นที่น่าสนใจของชาวเน็ต ในประเด็นการเรียนต่อนอก ประเด็นไหนเป็นเผือกร้อน มิสพร้อมลุยค่ะ ส่วนออฟฟิศมิสก็คือ Hotcourses Thailand นี่แหละ!

 

    เริ่มจากกระทู้แรก What's the difference between college and university? คุณ jolasveinarnir บอกว่า

 

    “สถาบันเดี่ยวๆ ที่เปิดสอนระดับปริญญาตรี และ/หรือ ระดับอนุปริญญา (4 ปี หรือ 2 ปี) คือ college

    College ส่วนใหญ่ไม่ใหญ่มากนัก 

 

    แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า college เช่นกัน ก็คือ คณะที่อยู่ในมหาลัยใหญ่ๆ ในมหาลัยอาจมี College of Arts and Sciences, College of Engineering, College of Fine Arts เป็นต้น ในภาพรวมนักเรียนเข้าเรียนในมหาลัย แต่ก็อยู่ใน college ใด college หนึ่งในมหาลัย 

 

    มหาลัย นั้น คือสถาบันที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี โท และเอก”

 

    โดยในหลายๆ ประเทศ college กับ university นั้นใช้สลับกันได้

 

    มาต่อกันที่ College Vs University degree คุณ SaxxyBeast298 มาอธิบายไว้ได้ดีมาก เค้าบอกว่า

    “College:

    ข้อดี: ถูกกว่า ใช้เวลาเรียนน้อยกว่า (ถ้าเรียน diploma) ง่ายต่อการหางานแรกเข้า (entry-level job)

 

    ข้อเสีย: คุณต้องมีปริญญาตรีเพื่อเรียนต่อปริญญาโทและเอก มหาลัยดังๆ ส่วนใหญ่จะขอใบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย และไม่ค่อบรับจาก college นอกจากนี้แล้ว อาจจะยากหน่อยถ้าหางานจากบริษัท จากที่เห็นงานในเว็บไซต์ ส่วนใหญ่ขอปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ

    

    University:

 

    ข้อดี: ใช้เรียนต่อปริญญาโทและเอกได้ ใช้สมัครงานในบริษัทต่างๆ และมีพื้นฐานทฤษฎีในการทำงานงานวิจัยที่สูงขึ้นในสาขาอย่าง AI, Big Data, Machine Learning

 

    ข้อเสีย: ราคาอาจจะแพง และอาจหางานยากหลังจากเรียนจบ 

 

    โดยรวม: คิดว่ามหาลัยดีกว่าในหลายกรณี ข้อที่ดีทีสุดของการไปเรียน College ก็คือราคาถูกกว่าและใช้เวลาเรียนน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าจะไปเรียน College และเรียนต่อมหาลัยในสาขาเดียวกัน บริษัทใหญ่ๆ จะชอบปริญญาจากมหาลัยมากกว่าจาก Collge

 

    มหาลัยชื่อดังมักจะอยากได้ปริญญาจากมหาลัยด้วยถ้าคุณอยากเรียนต่อปริญญาโทหรือเอก ... ถ้าหากคุณสมัครเรียน co-op และได้ฝึกงานที่มหาลัย คุณก็มีแนวโน้มจะได้งานหลังเรียนจบและงานที่ดีกว่าหากเทียบกับนักเรียนที่จบจาก College”


    มาต่อกันที่กระทู้ Is there a difference between college and university? ที่คุณ phage10 ให้ความเห็นเอาไว้มิสขอตัดมาส่วนหนึ่ง ดังนี้

 

    “ในอเมริกา มันมีที่ที่มีคำว่า college ในชื่ออยู่ สถาบันพวกนี้จะเปิดสอนหลักสูตรเจาะลึก และไม่ค่อยมีนักเรียนชั้นสูงกว่าป.ตรี หรืออาจารย์วิจัยมากนัก อีกอย่างคือ community college ซึ่งเป็นที่ที่นักเรียนสามารถเรียนและโอนหน่วยกิตไปยังอีกสถาบันได้ สถาบันเหล่านี้จะถูกกว่า

 

    ส่วนมหาวิทยาลัย (Univeristy) นั้นจะมีขนาดใหญ่ และสอนนักเรียนในระดับปริญญาโทและเอกด้วย มหาลัยมักมีนักวิจัยเยอะ”

 

    มาดูกันในแง่มุมของความยากง่ายในการเรียนกัน 

 

    หลายความเห็นที่มิสสืบมา ส่วนใหญ่จะไม่ฟันธงไปว่าที่ไหนง่ายกว่ากัน เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรแกรมที่เรียน อาจารย์ที่สอน เป็นต้น มิสขอยกตัวอย่างความเห็นจริงๆ ของชาวเน็ตมาให้อ่านบางส่วนนะ

 

    คุณ Desturbinsight บอกว่า “ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและอาจารย์เลย ฉันเรียนต่อที่ community college และย้ายไปต่อที่ UC Irvine ซึ่งที่หลังก็ไม่ได้ยากกว่า แต่การบ้านเยอะมาก”

 

    คุณ _redbread บอกว่า “ฉันชอบคำตอบแนวๆ ‘แล้วแต่’ จัง ฉันเรียนต่อที่ community college ที่ดีมากๆ ท้าทายกว่ามหาลัยที่ฉันเรียนจบซะอีก การเรียนต่อที่ community college ไม่ได้หมายความว่าหลักสูตรจะง่ายกว่า แต่ที่นี่ทำให้เราเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายกว่า”

 

    ไขข้อสงสัย College กับ University ต่างกันอย่างไร

    เทียบช็อตต่อช็อต Diploma vs Degree ต่างกันยังไง

    เรียนต่อต่างประเทศต้องใช้เงินเท่าไหร่? รวมค่าใช้จ่ายแบบเป๊ะ ๆ จาก 4 ประเทศฮอต

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

463K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.5K