เรียนต่อต่างประเทศ หาที่เรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่อป.โท ป.เอก ป.ตรี แบบมีที่เรียนแน่นอน

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รีวิวฟีเจอร์ใหม่ ช่วยหาคอร์สที่สมัครปุ๊บ รู้ผลทันที มีที่เรียนต่อในต่างประเทศชัวร์ ๆ

อยากเรียนต่อต่างประเทศแต่กลัวสมัครแล้วรอนาน หรือไม่รู้จะสมัครที่ไหนดีถึงจะรับเรา กลัวมหาวิทยาลัย reject มาดูตัวช่วยอันนี้กัน

share image

รีวิวฟีเจอร์ใหม่สุดปัง! ช่วยหาคอร์สที่สมัครปุ๊บ รู้ผลทันที ไม่ต้องรอนาน อยากเรียนต่อต่างประเทศแต่ไม่รู้ว่าควรสมัครที่ไหนบ้าง จะได้ offer หรือไม่ ควรมาลอง

 

หนึ่งในปัญหาหลักของการเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศก็คือการที่เรารู้อยู่แล้วล่ะ ว่าจะอยากเรียนสาขาไหน ด้านไหน แต่ไม่แน่ใจว่าเราควรสมัครเรียนที่ไหนบ้าง สาเหตุใหญ่ ๆ ก็คือ

  • บางคอร์สคือน่าเรียนมาก อยากเรียน แต่สมัครไปแล้วก็กลัวพลาด 

  • ถ้าสมัครไปที่เดียวแล้วเกิดไม่ได้ขึ้นมานี่ก็ปิ๋วไปเลย ทำไงดี 

  • พออยากสมัครที่อื่น ก็ไม่แน่ใจอีกว่าแล้วมันจะได้รึเปล่า 

  • สมัครแล้วกลัวไม่ได้ หรือสมัครไว้ 2-3 ที่แล้วยังต้องหาที่สำรองที่เราน่าจะได้แน่ ๆ อีก แต่จะไปหาที่ไหนล่ะ

 

ไม่ต้องกลัวแล้วค่า วันนี้เรามีตัวช่วย ที่มาช่วยแก้ไขให้ได้อย่างตรงจุด เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราสามารถหาคอร์สที่เราสนใจได้ และยังบอกผลได้ทันที ไม่ต้องรอ กรอกข้อมูลปุ๊บก็ได้ Offer In Principal (OIP) มานอนกอดได้เลยทันที นอกจากนี้ถ้าเราตัดสินใจจะสมัครเรียนในคอร์สนั้น ๆ ก็จะมีพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ช่วยทำเรื่องสมัครเรียนต่อให้เราเลย สะดวกสบายมาก ๆ โดยตัวช่วยอันนี้คือการรับสมัครแบบ FastLane นั่นเอง 

 

 

การสมัครแบบ FastLane คืออะไร?

  • FastLane คือระบบที่ช่วยให้เราสมัครเรียนต่อในมหาลัยที่เราสนใจได้เร็วและแน่นอนยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะใช้กับมหาลัยที่เปิดรับ FastLane เท่านั้น 

  • ตัวช่วยนี้จะประเมินคุณสมบัติของเราว่าตรงกับที่มหาลัยต้องการแค่ไหน ยังไง และจะบอกผลออกมาว่าเรามีโอกาสจะได้ offer จากมหาลัยนั้นหรือไม่

  • ถ้าเราคุณสมบัติครบตามที่เค้าต้องการ เราจะได้ Offer In Principal (OIP) ทันที ซึ่ง OIP นี้คือการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการจากมหาลัย 

    • ถึงจะเป็นการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นการบอกว่าคุณสมบัติเราครบ และทำให้เราสมัครเรียนต่อได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

  • เมื่อเราจะเริ่มทำการสมัครอย่างเป็นทางการ จะมีพี่ ๆ เจ้าหน้าที่มาช่วยในการสมัครด้วย

  • ถ้าใช้ Fast Lane จะช่วยให้การสมัครเร็วขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่าเลยทีเดียว

 

แล้วเราจะหาคอร์สที่เปิดรับ FastLane ได้ยังไง? 

ใครที่สนใจ อยากเรียนต่อต่างประเทศแบบเร็วทันใจ หาหลักสูตรที่เราอยากได้และรอผลไม่นาน เราขอแนะนำให้มาลองใช้เว็บ Hotcourses Thailand ของเราค่ะ เพราะเค้าเพิ่งเปิดฟีเจอร์ใหม่ ช่วยหาคอร์สที่เปิดรับแบบ FastLane มาให้เลย เร็วขึ้นไปอีก

 

รีวิววิธีใช้เว็บ Hotcourses Thailand เพื่อหาหลักสูตร FastLane รู้ผลทันทีที่สมัครและใส่ข้อมูลเสร็จ

 

Fastlane search function หน้าแรก

  • ใส่หลักสูตรหรือคอร์สที่เราสนใจ ตามด้วยประเทศที่เราอยากไปเรียนต่อได้เลย เสร็จแล้วกดเครื่องหมายค้นหา

 

 

  • ท้าดาาาา! เค้าจะลิสท์ออกมาให้เต็ม ๆ เลยว่ามีมหาวิทยาลัยไหน คอร์สไหน เปิดรับสมัครแบบ FastLane บ้าง ที่เราชอบมาก ๆ เลยคือเค้ามีรายละเอียดสำคัญ ๆ บอกไว้ให้ด้วย ว่าคอร์สเปิดเรียนเมื่อไหร่ ค่าเล่าเรียนเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยไหน ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก ๆ ทีนี้ก็เลือกหลักสูตรที่เราสนใจได้เลยค่ะ โดยกดที่ปุ่ม “รู้ผลสมัครเรียนทันที”
     

fastlane search function สกรีนชอต ตัวเลือกมหาวิทยาลัยและคอร์สต่าง ๆ ที่ตรงกับความสนใจของเรา

 

  • พอเลือกเสร็จ เค้าจะบอกขั้นตอนคร่าว ๆ เกี่ยวกับวิธีการสมัครเรียนต่อแบบ FastLane ไว้ให้ ทำให้เรารู้ว่าต้องทำยังไงต่อบ้าง

 

หน้าจอสรุปคร่าว ๆ ว่าขั้นตอนการสมัครเรียนต่อต่างประเทศในแบบ fastlane ต้องทำยังไงบ้าง

 

    

  • ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราเอง ตรงนี้ใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ ไม่เกิน 10 - 15 นาทีถ้าเรามีข้อมูลพร้อมก็เสร็จแบบจบปึ้ง

  • เลือกวันเปิดภาคเรียนที่เราอยากจะบินไปเรียนต่อ

กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาของเรา

 

  • ตามด้วยรายละเอียดว่าเราจบมาทางด้านไหน

 

รายละเอียดการศึกษาของเรา

  • ในส่วนของสาขาที่เรียน ตรงนี้ใส่แบบกว้าง ๆ ไปก่อนนะคะ เค้าจะให้เราไปเจาะจงว่าจบเอกไหนหรือด้านไหน ในข้อถัดไปค่ะ
  • ต่อมาก็บอกว่าเริ่มเรียนเมื่อไหร่ และเรียนจบตอนไหน ไม่ต้องเอาวันที่เป๊ะ ๆ ก็ได้ แต่เอาให้ใกล้เคียงที่สุดค่ะ

ใส่ปีที่จบการศึกษา

  • จากนั้นก็ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยที่เราเรียนจบมา และเรียนแบบหลักสูตรไทยหรืออินเตอร์ ใส่ได้เลย

ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เราเรียนจบมา

  • ใส่รายละเอียดเพิ่มอีกหน่อยว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยหรือเรียนแบบออนไลน์ เรียนแบบทางไกล หรืออื่น ๆ รวมทั้งคะแนนหรือเกรดที่เราได้มาตอนเรียนจบ (หรือถ้ายังไม่จบก็คาดเอาได้)

  • ถัดมาเค้าจะถามเรื่องผลสอบวัดคะแนนภาษาอังกฤษอย่าง IELTS หรือ TOEFL ถ้าเราสอบมาแล้วก็ใส่ไปเลยค่ะ

  • ตามด้วยผล Admission ระบุว่าเป็น GMAT หรือ GRE และใส่คะแนนลงไปให้คร

  • ว้าย กดไปแป๊บเดียว จะเสร็จแล้ว เร็วมากเว่อร์ ขั้นตอนต่อไปคือใส่ชื่อ นามสกุล และอีเมล์ ตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ของเรา ติ๊กข้อที่เหลือให้ครบ แล้วไปดูผลได้เลย

เกือบเสร็จแล้ว ใส่ชื่อ นามสกุล อีเมล และเบอร์ติดต่อ

  • ถ้าได้ผลออกมา จะเจอเพจหน้าตาแบบนี้ จุดพลุฉลองได้เลยค่า ปุ้ง ๆๆ

หน้าจอแสดงผลว่าเราผ่านและได้ offer in principle

  • ขั้นตอนต่อไปก็คือ

    • ตอนนี้เราได้ Offer in Principle มาแล้ว ซึ่งคือ offer แบบไม่เป็นทางการ แต่ว่าเป็นการยืนยันว่าคุณสมบัติของเราผ่านเกณฑ์ที่เค้ากำหนด พอสมัครแบบส่งเอกสารตัวจริงไป ทุกอย่างจะผ่านเร็วมากขึ้น

    • จากนั้นเจ้าหน้าที่จะโทรหาตามเบอร์ที่เราให้ไว้ เพื่อนัดคุยกับเค้าและเค้าจะช่วยเรื่องการสมัครเรียนให้ด้วย

    • ปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ทุกเรื่อง และทำความเข้าใจกับคอร์สหรือทางเลือกต่าง ๆ ที่เรามี

    • นำเอกสารทุกอย่าง (ตัวจริงและสำเนา) ไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

    • พี่ ๆ เจ้าหน้าที่จะเป็นตัวแทน ทำเรื่องสมัครให้เราเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

    • ดาวน์โหลดแอพ IDP Live เพื่อติดตามสถานะการสมัครเรียนของเราได้แบบเรียลไทม์ เป๊ะมาก

 

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้สามารถทำได้เสร็จภายใน 10 - 15 นาที ไม่ต้องมานั่งรอลุ้นผลเป็นเดือน ๆ แถมยังมีพี่ ๆ ช่วยทำเรื่องสมัครเรียนให้ด้วย เรามีหน้าที่เตรียมเอกสารให้ครบอย่างเดียว โอ๊ย นี่มันคือการสมัครเรียนต่อต่างประเทศแบบ VVIP ของแทร่

ใครที่มีคำถามตรงไหน สามารถติดต่อพี่ ๆ IDP เพื่อถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยนะคะ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสมัครเรียน และได้ไปเรียนต่อต่างประเทศแบบเร็วทันใจกันเลยนะคะ

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K