ส่อง mind map คนตัดสินใจเรียนต่อนอก

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ส่อง mind map คนตัดสินใจเรียนต่อนอก

share image

    ศุกร์สุดท้ายของเดือน

    สุขศุกร์!

 

    มิส หรือ Miss Detective Diva เป็นนักสืบดิจิทัลที่คัดสรรคข้อมูล ย่อยข้อมูลและความคิดเห็นที่น่าสนใจของชาวเน็ต ในประเด็นการเรียนต่อนอก ประเด็นไหนเป็นเผือกร้อน มิสพร้อมลุยค่ะ ส่วนออฟฟิศมิสก็คือ Hotcourses Thailand นี่แหละ!

 

    วันนี้ว่าด้วยปัญหาโลกแตกอย่างการตัดสินใจ การตัดสินใจเรียนต่อนอกไม่ใช่เรื่องง่ายนะ คือตัดสินใจว่าจะไปสำหรับบางคนอาจง่าย แต่ตอนต้องมานั่งเลือกนี่สิว่าจะไปประเทศไหน เรียนมหาลัยอะไร คณะอะไร มันก็ใช้การตัดสินใจ ตัดช้อยส์เยอะอยู่นะ 

 

    วันนี้มิสเลยพาไปดูกันว่าชาวเน็ตอินเตอร์เค้าใช้เกณฑ์อะไรใช้ตัดสินใจว่าจะไปเรียนต่อบ้าง 

 

    เริ่มแรกขอพาไปดูงานวิจัยก่อนเลยค่ะเคยมีคนทำเปเปอร์วิเคราะห์การตัดสินใจของนักเรียนต่างชาติไว้ด้วย ใครอยากอ่านเต็มๆ ไปตรงนี้ International students' decision-making process ใครชอบแบบสรุป มาค่ะ

 

    งานวิจัยชิ้นนี้เค้าจะแยกเหตุผลที่ทำให้นักเรียนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศกัน โดยเปรียบเสมือนการไปเรียน เหมือนการซื้อของ โดยแบ่ง purchase intention หรือความอยากที่จะไปเรียน เป็น 5 ข้อ ได้แก่

  1. เหตุผลส่วนตัว
  2. ภาพลักษณ์ของประเทศที่จะไป
  3. ภาพลักษณ์ของเมือง
  4. ภาพลักษณ์ของสถาบัน/มหาลัย
  5. สาขาที่จะเรียน

 

    เหตุผลที่อยากไปเรียนต่อ มีหลายอย่าง เช่น อยากพัฒนาตนเอง อยากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ต่างวัฒนธรรม การได้พบเจอคนใหม่ สร้างมิตรภาพกับชาวต่างชาติ รวมไปถึงฝึกภาษา 

 

    การวิจัย บอกเพิ่มเติมว่าจริงๆ ประโยชน์ของการไปเรียนต่อนั้น เราไม่ได้ซื้อปริญญานะ แต่ซื้อประโยชน์ที่ปริญญาจะให้ในแง่ของการจ้างงาน สถานะทางสังคมและไลฟ์สไลต์ ดังนั้นเค้าบอกว่าโอกาสการจ้างงานเลยมีผลมากๆ ในข้อนี้ 

 

    ส่วนภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างแรกๆ เลยที่นักเรียนจะพิจารณา โดยจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงคุณภาพของการศึกษาด้วย เค้าบอกอีกว่าส่วนใหญ่จะเลือกประเทศก่อนจะเลือกมหาลัยเรียนต่อด้วยซ้ำไป

 

    ส่วนภาพลักษณ์ของเมืองก็คล้ายๆ กับภาพลักษณ์ประเทศค่ะ 

 

    “ภาพลักษณ์ของเมืองจะบอกสภาพแลดล้อมที่จะได้รับหาไปเรียนต่อ สภาพแลดล้อมจะถูกนำไปรวมกับสิ่งอำนวจความสะดวกในสถาบันด้วย 

 

    ภาพลักษณ์ของสถาบัน/มหาลัยนั้นจะขึ้นอยู่กับ ชื่อเสียงด้านวคุณภาพและชื่อเสียงการสอนในคณะ ความน่าอยู่ของแคมปัส โดยนักเรียนจะตัดสินสิ่งเหล่านี้จากการพูดปากต่อปาก ประสบการณ์นักเรียนคนอื่นๆ และการทำการตลาดของมหาลัยด้วย 

    สุดท้ายคือสาขาที่อยากเรียน หนึ่งในสิ่งที่นักเรียนจะใช้ตัดสินใจก็คือการความยั่งยืนของสาขา รวมไปถึงส่วนลด โปรโมชันค่าเทอมด้วย 

 

    ในกระทู้ So how did you choose your study abroad program? ที่ จขกท. อยากไปเรียนต่อ แต่ก็งงๆ อยู่ แต่เกณฑ์ทีเค้าใช้ คล้ายกับงานวิจัยมาก มิสเลยเอามาให้ดู

 

    - สถานที่อื่นๆ ที่เดินทางไปได้

    - ค่าใช้จ่าย

    - สาขาที่เลือก และความเข้มข้นของสาขา

    - อยากไปอยู่ในวัฒนธรรมแบบไหน

    - สภาพอากาศเป็นยังไง

    - อยู่ในเมืองแบบไหน (เล็ก กลาง ใหญ่)

    - ไลฟ์สไตล์ (ไปกินข้าวที่ไหน เที่ยวที่ไหน)

    - ผู้คน (เช่นมีความหลากหลายมั้ย ใจดีมั้ย)

    - เรื่องราวอื่นๆ (เช่น ประสบการณ์ของคนอื่นๆ ว่าเป็นยังไง)

 

 

    คุณ Silly_Crotch มาเพิ่มเติมว่า ตอนเธอเลือกไปเรียนต่อ นอกจากเหตุผลด้านวิชาการแล้ว เธอก็ไม่ได้ดูด้านอื่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง สภาพสังคม อากาศ ความเป็นอยู่ เธอเลยแนะนำว่านอกจากมุมมองด้านวิชาการแล้ว อย่าลืมนึกถึงมุมอื่นๆ ด้วยซึ่งเธอก็บอกว่าลิสต์ข้างบนเป็นลิสต์เริ่มต้นที่ดีเลย 

 

    คุณ rmfactor มาเสริมแบบจัดเต็มในกระทู้เดียวกัน โดยบอกว่าเค้าใช้เกณฑ์ดังนี้

  • สถานที่ตั้งมหาลัย 
  • ชื่อเสียงมหาลัยการจัดอันดับ QS/Times/ARWU เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ... แต่อย่างลืมว่ามันวัดผลจากการวิจัยที่มหาลัยทำได้มากกว่า ไม่ได้วัดว่าการเรียนการสอนเป็นยังไง
  •  วิชาที่จะเรียน 
  • ที่พักอาศัยสำหรับนักเรียน (ชอบอยู่แบบไหน? อยู่หอพักในมหาลัย หรือเช่าอพาร์ทเมนต์ข้างนอก)
  • ตัวเลือกกิจกรมเสริมฉันมองหามหาลัยที่มีชมรม สังคม กีฬาหลากหลาย รวมไปถึงกลุ่มนักเรียนต่างชาติด้วย
  • ความสนใจส่วนตัว 

 

    เป็นไงคะ พอเห็นภาพคร่าวๆ มั้ย?

 

    เอาจริงมิสก็พอเห็นภาพเยอะขึ้นเลยนะ ว่าการเลือกไปเรียนต่อสักที่มันต้องผ่านกระบวนการคิด การตัดสินใจเยอะมาก เพราะไปทีก็เสียเงินไม่ใช่น้อย ดังนั้นก็ควรใช้เวลากับการหาตัวเลือกที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดเนอะ Good Luck!

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K