ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เคล็ด (ไม่) ลับของชาวเน็ต อัพคะแนน IELTS 7-8 ที่ใช้ได้จริง!

how to score ielts band 7 or 8 by yourself

    วันศุกร์อีกล้าวววว

    ศุกร์นี้มิสขอมาสืบเรื่องการเรียนกันบ้าง หลังจากไปสืบประเด็นสังคมมาสักพัก ^_^

    ถ้าใครเป็นแฟนคลับ Hotcourses Thailand ก็จะเห็นว่าเว็บเรามีบทความแนะนำการสอบ IELTS เยอะมว๊ากกก ใครยังไม่รู้ขอแปะบทความรวมการสอบ IELTS ทั้ง writing, speaking, listening แล reading ไว้ตรงนี้เลยค่า สุดยอดลายแทงรวมบทความ IELTS ที่คนเตรียมสอบห้ามพลาด

 

    แต่วันนี้มิสจะไปสืบว่าชาวเน็ตแต่ละคน มีวิธีการเตรียมตัวพิชิตข้อสอบ หรือติวข้อสบอ IELTS ด้วยตัวเองยังไงกันบ้าง

 

    เริ่มจาก แชร์ประสบการณ์และเทคนิค ภารกิจสอบIELTS ครั้งเดียวได้Band 7.5 แบบลุยอ่านหนังสือเอง ของคุณ สมาชิกหมายเลข 2762051 โดยจขกท. ได้คะแนนรวม (Overall Band Score) 7.5 แบ่งตามพาร์ทได้ Listening 9, Reading 8, Writing 6 และ Speaking 6 ซึ่งมหาลัยที่จขกท. เล็งไว้ ขอ Overall Band 7 นะคะ

 

    Listening practice

    - ตื่นเช้ามาเปิดทีวี แล้วฟังBBC อย่างเดียวเลยค่ะ ถ้าฟังไม่ออกก็ไม่เป็นไรนะคะ ฟังไปเรื่อยๆจะดีขึ้นค่ะ

    - ลุยทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่าๆแบบจริงจังนะคะ

    - ดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษแบบปิดSubtitleค่ะ ส่วนตัวเราชอบดูหนังฝรั่งอยู่แล้วด้วย

 

    Reading practice

    - เราฝึกอ่านโดยการทำข้อสอบแบบลุยมากกก เพราะได้ยินคำร่ำลือว่ายาก โหด ทำไม่ทัน โดยข้อสอบจะมี 40 ข้อแยกเป็น 3 passages เวลาทั้งหมด 60 นาที เทคนิคของเราคือ ช่วงแรกๆของการทำข้อสอบ จะจับเวลาเป็น passage ไป passage ละ 20 นาทีค่ะ ทำแบบนี้ไปซักพักเราจะรู้ว่า topic ไหนที่เราอ่อน และtopicไหนเราอ่านเร็ว ของเราคือเราอ่านแนว การตลาด สังคม ประวัติศาสตร์เร็ว และที่แปลกคือ อ่านเรื่องวิทยาศาสตร์ การทดลอง ดาราศาสตร์เร็วเหมือนกันค่ะ งงมาก 555 ที่ช้าจะเป็นภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ เราก็จะหาข่าวtopicแนวนี้อ่านเพิ่มค่ะ จะช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้นมาก พอนานๆไปให้เปลี่ยนเป็นจับเวลา 60 นาที 3 passages

    - เวลาฝึกทำแนะนำให้ทำให้เสร็จภายใน 50 นาทีค่ะ เพราะในห้องสอบจริงไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรืออะไร แต่จะทำช้าลง

    - อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเยอะๆค่ะ topic ที่ไม่ถนัดแนะนำให้หามาอ่านนะคะ อ่านใน Internet เอาก็ได้ค่ะ

    - อ่านหนังสือพิมพ์เยอะๆค่ะ เราอ่านแค่ 2 ฉบับ คือ Wallstreet Journal และ Financial Times ค่ะ แนะนำให้ซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านดีกว่าอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไอแพดนะคะ อาจจะเพราะเราติดการขีดๆเขียนๆด้วย แต่เราว่ามันดีกว่ามาก เพราะได้ฝึกหาข้อความสำคัญ ขีดเส้นใต้

    - ท่องศัพท์ค่ะ เราอ่านจากหนังสือเล่มเดียวของCollins (เดี๋ยวจะบอกแบบละเอียดในรีวิวหนังสือที่เราใช้ทั้งหมดนะคะ) จะบอกว่า ตอนแรกท่องเพื่อทำPart WritingกับSpeaking ค่ะ แต่เอาจริงมันส่งผลต่อReadingมากกว่า ทำให้เราอ่านpassageได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

    ส่วนพาร์ท Writing และ Speaking จขกท. บอกว่าไม่ค่อยได้ซ้อมมากนัก สำหรับ writing จะวาง Pattern ไว้ก่อนว่าจะเขียนอะไรไหน ใช้ศัพท์อย่างไร จะช่วยย่นเวลาได้เยอะเลย เพราะคิดแค่ Idea อย่างเดียว ส่วนพาร์ท  Speaking “เป็น Part ที่เราประมาทค่ะ คือไม่ค่อยฝึกพูด แต่จะเก็งข้อสอบและคำตอบเตรียมไว้หมดค่ะ” แล้วก็ใช้วิธีอัดเสียงไว้ฟังว่าสำเนียง และ แกรมม่าถูกต้องมั้ยจ้ะ

 

    ส่วนหนังสือที่จขกท.  แนะนำ มีดังนี้ Collins COBUILD Key Words for IELTS Book 3 : Advanced, Barrons IELTS : Essential words for the IELTS, Barrons IELTS : 3rd Edition, Barrons IELTS : Practice Exams (เป็นเซ็ท Barrons มาพร้อมกัน 3 เล่ม), The Official Cambridge Guide to IELTS (จขกท. แนะนำมาก) และ Cambridge English IELTS Trainer ใครอยากอ่านรายละเอียดของหนังสือแต่ละเล่มที่ จขกท. แนะนำไว้กดเข้าไปในลิ้งก์ข้างบนได้เลยนะ

 

    พาไปดู Band 7 แล้วก็มิสก็ไปแอบสืบ Band 8 มาให้ด้วย! กระทู้นี้ [Review IELTS] ไม่ได้เรียนนานาชาติ ไม่ได้จบเอกอังกฤษ ก็พิชิต IELTS band 8 ได้! ของคุณ สมาชิกหมายเลข 1302926 โดยจขกท. ได้ Overall band 8 นะ แบ่งได้ดังนี้ listening 8.5, reading 9, writing 7, speaking 7 ไปดูเคล็ดลับกันเลยย

 

    Listening

 

    - ก่อนเริ่มแต่ละเทป จะมีเวลาให้อ่านคำถาม และพอจบแต่ละเทปก็จะมีเวลาให้ตรวจคำตอบครึ่งนาที ตอนเทปบอกให้เวลาอ่านคำถามมันจะบอกว่าให้อ่านคำถามที่เท่าไรถึงเท่าไร ก็ไม่ต้องไปดูเกินกว่านั้น มันจะงงเอา

    - ใครที่ยังนับเลขเป็นภาษาอังกฤษไม่คล่อง เห็นตัวเลขแล้วยังคิดเป็นภาษาอังกฤษเลยไม่ได้ ฟังเลขเป็นภาษาอังกฤษแล้วภาพไม่ขึ้น ต้องคิด ต้องแปลก่อน กลับไปฝึกเดี๋ยวนี้เลยค่ะ - เบอร์โทร เลขที่บ้าน สายรถเมล์ เวลา เงิน มาหลายข้อแน่ ๆ ตัวเลขทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นเบอร์โทรนะ มันจะมารัว ๆ เลยค่ะ สิบหลักได้ หลุดแล้วหลุดเลยนะคะ หลุดแล้วมั่วไม่ได้ด้วย ทายเลขให้ถูกหวยน่าจะยังง่ายกว่า

    - ส ะ ก ด ใ ห้ ถู ก นะคะ สำคัญนะเอ้อ สะกดผิดโดนหักคะแนนอะเอาสิ เสียงลงท้ายนี่ฟังให้ดีนะคะ มี s มั้ย เอ๊ะอันนี้มี ed ลงท้ายหรือเปล่า

    - ไอเอลเป็นข้อสอบที่โลเลที่สุดในโลก นอกจากมุกเปลี่ยนใจเองแล้ว มุกพูดผิดก็เคยเจอ หรือมุกโดนอีกคนล็อบบี้จนเปลี่ยนใจก็มี ตั้งสติดี ๆ ฟังให้จบค่อยเขียนนะคะทุกคนนนน

 

    Reading

 

    - คือจะสอบอ่านอะ มันก็ต้องฝึกอ่านใช่ป้ะ เราเชื่อว่า practice test นี่หากันได้เองทุกคน (กดอ่านรายละเอียดดูหนังสือ ลิ้งก์ ที่จขกท แนะนำได้ที่กระทู้เลยจ้ะ)

 

    

    Writing

 

    จะเห็นได้ว่าข้อสอบดูอยู่ 4 อย่าง คือ

    1) ตอบคำถามครบไหม ตรงประเด็นหรือเปล่า สกิลที่ต้องใช้คือการตีโจทย์เพื่อตอบคำถามค่ะ

    2) การเรียงลำดับความคิดเป็นยังไง เขียนแล้วคนอ่านรู้เรื่องไหม สกิลที่ใช้คือการเล่าเรื่องและเรียงลำดับความคิดค่ะ

    3) คำศัพท์ รู้เยอะอย่างเดียวไม่พอนะคะ ต้องรู้ลึกด้วย คำหรูแต่ใช้ผิดนี่โดนหักคะแนนนะคะ มันดูออกเด้อ แล้วสรุปว่าอีที่ท่องกันมาแทบตายนี่มีผลแค่ 25% นะคะ เพราะงั้นไม่แนะนำให้นั่งท่องศัพท์ค่ะ แนะนำให้อ่าน model answer เยอะ ๆ ได้ทั้งคำศัพท์และแกรมมาร์ค่ะ

    4) ไวยากรณ์ สังเกตว่าเขาดู range และ accuracy คือไม่ใช่แค่ใช้ถูกไหม แต่หลากหลายหรือเปล่าด้วยค่ะ คำแนะนำเหมือนข้อบนค่ะ อ่านมันเข้าไปค่ะ model answer อ่านให้ซึม อ่านจบแล้วฝึกเขียนของตัวเอง นี่บอกตามตรงว่าไม่เคยฝึกเขียนเองเลย เคยเขียนแค่ครั้งเดียวตอนไปสอบ mock test ซึ่งไม่ดีเลยนะคะ เตรียมตัวเถอะ 55555

 

    ตอนทำข้อสอบ

    - แนะนำว่าให้ใช้เวลาดูข้อมูล ทำความเข้าใจ และวางแผนสัก 5 นาที

    - อีก 5 นาทีเขียน introduction และ overview อินโทรนี่จับประโยคคำถามมา paraphrase เลยค่ะ เปลี่ยนคำให้ดูผ่านกระบวนการคิดมานิดนึงไม่ใช่ลอกมาทั้งดุ้นเน้อ

    - กับดักคือข้อมูลมันจะเยอะมากค่ะ อย่าไปพยายามพูดถึงทุกสิ่ง อธิบายเฉพาะอะไรที่มันเด่น ๆ ก็เกิน 150 คำแล้วจ้า

 

    Speaking

    - แนะนำให้มาถึงก่อนเวลาสัก 30-60 นาทีถ้าได้คิวท้าย ๆ เพราะอาจมีคนขาดสอบ

    - ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าใครที่ปกติพูดน้อย เรียบร้อย ฝึกทอแหแต่งเรื่องไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ คือในห้องสอบนี่ไหวพริบต้องมานะ ถามมาตื้นแค่ไหนก็ต้องดึงเรื่องให้มันใหญ่และยาวให้ได้อะ จะมานั่งหัวตื้อในห้องสอบแบบเรานี่บอกเลยนะคะว่าไม่โอเค T_T

    

    เยอะมว๊ากกกก ขอสรุปเลยแล้วกันนะ Practice makes Perfect จริงๆ ค่ะ เช่น การฟังเนาะ ก็ต้องฝึกฟังเยอะๆ แล้วจะฟังรู้เรื่องได้ ก็ต้องรู้จักคำศัพท์ให้เยอะๆ พอฟังได้เราก็จะพูดได้ (ฟีลการเลียนแบบ) พอได้แล้วก็ไปการอ่านและการเขียนต่อ ซึ่งทักษะทั้งหมด มันต้องพัฒนาไปควบคู่กันนั่นแหละ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคนแล้วล่ะ ว่าอันไหนเวิร์คที่สุด

 

    ตอนนี้การสอบ  IELTS ถูกเลื่อนไปไม่มีกำหนดเพราะโรคโควิด-19 ใครตั้งใจจะไปสอบอาจจะเฟลไปตอนนี้ แต่อย่าลืมต้องมั่นทบทวนเสมอๆ นะ ไม่งั้นลืมแล้วแย่เลย มิสเอาใจช่วยจ้ะ

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

418K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

339.2K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

87.9K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.2K