ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

diary เรียนต่อนอก by น้องจินต์ - ไปเรียนต่อ จะติดต่อมหาลัยเองหรือผ่านเอเจนซี่ดีนะ?

share image

ฮายยย แนะนำตัวกันก่อนนิดนึงนะคะ น้องจินต์คือสาวชาวไทยที่มาเรียนต่อโทที่อังกฤษ แล้วก็ได้อยู่ทำงานต่อ และสร้างครอบครัวที่นี่แบบยาว ๆ ไปเลยค่ะ และด้วยความที่อยู่มาน้านนาน น้องจินต์เลยจะเอาเรื่องราวสนุก ๆ ชีวิตสมัยเรียน วีซ่า การทำงานและการใช้ชีวิตที่นี่มาเม้าท์ให้ทุกคนฟังกัน 

ใครอยากอ่านบทความของน้องจินต์ทั้งหมด เซิร์ชคำว่า น้องจินต์ ในช่องหาบทความมุมบนขวาได้เลยจ้า

 

หนึ่งในคำถามสุดฮิตที่หลายๆคนก็ยังไม่มีคำตอบ ว่าถ้าไปเรียนต่อต่างประเทศ จะเลือกอะไรดีระหว่างติดต่อมหาวิทยาลัยเองหรือผ่านเอเจนซี่ มาค่ะ วันนี้น้องจินต์ขอเทียบข้อดีจ้อเสียกันให้ดูตรงๆกันไปเลย

 

 

ติดต่อมหาวิทยาลัยเอง

ข้อดี

  • ไม่กดดัน ไม่โดนปิดกั้น อยากส่งที่ไหนส่งได้เลย 

เวลาสมัครผ่านเอเจนซี่ทีไร หลายๆครั้งก็อาจจะได้คำตอบที่ว่า "อย่าสมัครเลยค่ะน้อง ที่นี่เอา IELTS สูงมาก" หรือไม่ก็มหาวิทยาลัยไม่ดีงั้นงี้ ให้เลือกที่เค้าแนะนำดีกว่า ซึ่งถ้าเราสมัครเอง ปัญหานี้ก็จะหมดไปค่ะ เพราะเราเลือกมหาวิทยาลัยที่เราต้องการสมัครได้เลย ไม่มีข้อห้ามว่าไม่ให้ส่งงั้นงี้ ทำให้เรามีตัวเลือกในการสมัครมากขึ้น

 

  • จัดงานได้เร็ว ไม่ต้องรอ

ไม่ต้องเสียเวลารอให้เอเจนซี่ตอบหรือส่งคำถามมาเป็นทอดๆ เพราะการติดต่อกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ทำให้เราสามารถตอบกลับหรือส่งเอกสารที่เค้าต้องการได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงว่าเอเจนซี่จะไม่เห็นอีเมล์เรารึเปล่าหรือจะเอาเราไว้ท้ายสุดหรือไม่ 

 

ข้อเสีย

  • ไม่มีคนช่วยดูตรวจเอกสารให้

หลายๆเอเจนซี่มักมีบริการตรวจเอกสารในการสมัคร เขียน SOP หรือแม้กระทั่งจัดการเรื่องวีซ่าให้ฟรี เรียกว่า end-to-end กันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งแม้จะเป็นแค่การตรวจแบบเบื้องต้น แต่ก็ช่วยเรื่องภาษาได้มากเลยค่ะ ถ้าไม่มั่นใจเรื่องภาษา และไม่มีคนคอยตรวจเอกสารให้ การสมัครเองก็จะพลาดตรงนี้ไปและอาจจะมีข้อเสียได้เช่นกันค่ะ


 

 

สมัครผ่านเอเจนซี่

ข้อดี

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย

ใช่ค่ะ เราให้เอเจนซี่ช่วย จะไม่มีค่าใช้จ่ายของเรา เพราะเอเจนซี่จะไปเก็บเงินค่าคอมมิชชั่นจากมหาวิทยาลัย เมื่อเราได้ offer นั่นเองค่ะ เลยกลายเป็นข้อดีมากๆ เพราะเท่ากับมีคนช่วยเราสมัครโดยไม่คิดค่าบริการอะไรเลย

 

  • ช่วยประสานงานและตรวจเอกสารให้

การสมัครเรียนและวีซ่า ถ้าไม่คุ้นเคยกันมาก่อนก็ต้องบอกว่าเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควร เอกสารต้องเป๊ะ หลักฐานต้องครบ ทำให้หลายๆคนขยาดในการเตรียมเอกสารเอง และก็ต้องหันมาพึ่งเอเจนซี่ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีค่ะ เพราะเอเจนซี่เค้ามีประสบการณ์ และคอยช่วยตรวจทุกอย่าง แม้กระทั่งเตรียม SOP หรือ Recommendation หรือบางที่ก็ช่วยไปถึงเรื่องวีซ่าและจัดหาที่อยู่ให้เลย เพื่อให้เรามีโอกาสได้ที่เรียนมากที่สุด

 

  • มีประสบการณ์ แนะนำข้อมูลได้ดี

เอเจนซี่ดีๆส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ในการส่งนักเรียนไปเรียนต่อค่ะ ทำให้รู้เลยว่าคนไหนน่าจะได้ คนไหน่ไม่น่าจะได ซึ่งตรงนี้เองค่ะ ที่เค้าจะแนะนำมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเรา ทำให้เรามีโอกาสได้สูงกว่า และก็ช่วยเราประหยัดเวลาและแรงงานสมัครไปได้มากเลยค่ะ

 

ข้อเสีย

  • บางทีก็ดันมหาวิทยาลัยที่เราไม่ชอบมาให้

พูดกันตรงๆว่าเอเจนซี่เองก็ต้องดันมหาวิทยาลัยที่เค้าเป็นตัวแทนมาให้ เพื่อที่เค้าจะได้ค่าคอมมิชชั่น ซึ่งบางทีมหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นที่ในฝันของเรา ถ้าใครสายใจแข็งก็ดีไป แต่ถ้าใครสายหัวอ่อน ก็อาจจะรู้สึกว่าโดนกดดันหรือคล้อยตามไปได้ง่ายๆ ทำให้สุดท้ายได้มหาวิทยาลัยที่ไม่ตรงใจค่ะ

 

  • จัดการเอกสารช้ากว่าที่เราทำเอง

ต้องบอกว่าเอเจนซี่คนนึงส่วนใหญ่ดูแลน้องๆนักเรียนหลายสิบคนค่ะ ทำให้บางทีก็อาจจะมีหลุดเรื่องการตอบอีเมล์จากทางมหาวิทยาลัยบ้าง หรือบางทีก็อาจจะช้า ไม่ทันใจคนสมัครบ้าง ซึ่งถ้าทำเอง ก็จะตัดปัญหาตรงนี้ไปได้เลยค่ะ

 

 

ส่วนตัวแล้ว น้องจินต์ว่าทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียใกล้เคียงกันค่ะ ถ้าจะให้แนะนำ น้องจินต์ก็อยากให้เพื่อนๆค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนส่วนนึง แล้วเช็คกับเอเจนซี่ และให้เอเจนซี่่ช่วยตรวจเอกสารให้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

397K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K