ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบส่อง COVID-19 : เอาตัวรอดอย่างไร กับ Work/Study from home

work from home experience in covid-19 time

ฮัลโหลซิสสส!

    สภาพจิตใจยังดีอยู่มั้ยคะทุกคน หลายวันมานี้ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 กระโดดพุ่งพรวดมาก ในหัวมิสนี่ก็คิดไม่หยุดเลยว่า ‘ชั้นติดแล้วยังงงง’ แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มิสก็สังเกตเห็นว่าหลายๆ บริษัทเริ่มมีมาตรการให้ทำงานที่บ้าน หรือ Work from home กันแล้ว ในไทยนั้นเรื่องนี้เคยได้รับการพูดถึงมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ Work from home จะเป็นหัวข้อสนทนาเท่าครั้งนี้เลยค่ะ 

 

    วันนี้มิสเลยจะไปสืบว่าซิสๆ แต่ละคนที่เขาต้อง work from home กัน  มีประสบการณ์อะไร ยังไงกันบ้าง หลายๆ คนนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ work from home เลยนะ 

    เริ่มจากกระทู้สดๆ ร้อนๆ กระทู้นี้เลย ตอนนี้มีใครได้ทำงานอยู่บ้าน Work from home กันบ้างแล้ว มารายงานตัว+แชร์ประสบการณ์กันหน่อย จากแอคเคาท์รอบรั้วชายคาของเว็บม่วง

 

    สำหรับเราเอง เป็นมนุษย์ทำงานที่บ้านอยู่แล้ว เลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย แค่ดีใจว่าจะมีเพื่อนร่วมงานจากที่บ้านเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง^^ 

 

    สิ่งที่เราอยากแชร์คือเรื่องวินัยในการทำงาน ศัตรูตัวร้ายที่สุดของการทำงานที่บ้านคือตัวเองค่ะ เราอาจจะมีอิสระในการทำงานมากขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง ประหยัดเรื่องเวลา แต่อย่าลืมว่า "พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง" (ขอยืมคำพูดของ Spider Man มาใช้หน่อย) เมื่อบริษัทห่วงใยสุขภาพของพนักงาน ให้อิสระเราในการทำงานที่บ้าน ก็ต้องมีผลงานให้เห็นด้วย แต่เชื่อว่าหลายๆ บริษัทก็คงมีวิธีตรวจสอบผลงานกันอยู่แล้ว 

 

    การทำงานที่บ้านต้องมีจินตนาการสูงเป็นพิเศษ เพราะสภาพแวดล้อมมันไม่ใช่ที่ทำงาน มองไปรอบๆ ก็เห็นห้องนอน โซฟา เห็นทีวี ไม่มีเพื่อนร่วมงาน ตอนแรกๆ เราก็ไม่มีสมาธินะ แต่หลังๆ ก็ยังเป็นอยู่ 555 เราเลยต้องมีเป้าหมายว่าวันนี้ต้องทำอะไรให้เสร็จ ถ้าไม่เสร็จก็คือจะยังทำงานอยู่ ถึงจะเลยเวลาทำงานก็ยังต้องทำให้เสร็จ เวลาคิดงานไม่ออก ก็ออกไปเดินเล่นบ้าง อะไรบ้าง กลับมาก็ยังคิดงานไม่ออกอยู่ดี หยอกๆ

 

    เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ช่วยให้เราทำงานที่บ้านได้ง่ายขึ้น เราใช้เทคโนโลยีที่ใช้ได้ง่ายและใช้งานได้ฟรีอย่างเช่น google drive เพราะสามารถแชร์เอกสาร แชร์ภาพ แชร์งานกันได้ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานที่บ้าน การใช้ google drive ง่ายสุดแล้ว 

 

    สำหรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต เราเลือกใช้กล่อง wifi ของค่ายหนึ่ง สัญญาณก็เสถียรดี เพราะว่าใช้อยู่คนเดียว สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานที่บ้านอาจจะมีปัญหาเรื่องนี้กันหน่อย เพราะที่บ้านยังไม่ได้ต่อกล่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต ใช้สัญญาณจากมือถืออาจจะไม่เร็วพอ  

 

    ส่วนช่องทางการสื่อสารที่เราใช้ติตต่อกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ คือ skype กับ line เป็นส่วนใหญ่ เราว่ามันเป็นเรื่องดีด้วย เพราะมันมีหลักฐานชัดเจนว่าเราพิมพ์อะไรใน skype หรือใน line ไปบ้าง เวลาไม่เข้าใจตรงกันก็เปิดข้อความดูว่าพิมพ์อะไรบ้าง อีกอย่างจะช่วยกันลืมด้วย  

 

    เรียกได้ว่าครบถ้วนมาก เพราะการทำงานจากที่บ้าน ใครว่ามันจะง่าย! ไม่จริ๊ง ไม่จริง มันต้องใช้ความอดทนและสติสูงมากค่ะซิส ใครที่บ้านมีหมา มีแมวนะ ต้องอดทนไม่ให้ไปเล่นกับน้อง ทำงานตรงหน้าให้เสร็จ ต้องตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าจะทำอะไรให้เสร็จบ้าง มิสแนะนำว่าให้ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนไปเลย แทนที่จะบอกว่า วันนี้จะทำงานนี้ให้เสร็จ ให้ตั้งว่า วันนี้จะทำงานนี้ให้เสร็จภายในเวลา 12.00 น. เป็นต้น กำหนดไปให้เป๊ะๆ เลย ไม่งั้นจะเสียเวลามาก 

 

    อย่างที่จขกท. บอกไป เดี๋ยวนี้มีหลายแอพฯ มากที่อำนวยความสะดวกให้พนักงานอย่างเราๆ ทำงานจากที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น Google drive, Serene, Slack, Zoom, Toggl, Zapier, Trello เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย https://thematter.co/social/10-apps-for-working-at-home/104472 

    ไปฟังเสียงซิสคนอื่นๆ กันบ้างว่าเป็นยังไง

 

    เรา work from มาซักพัก รู้สึกว่าตัวเองขี้เกียจมากเลยค่ะ เวลาอยู่ที่ห้อง จะไปทำที่อื่นก็กลัวเนตช้า เพราะต้องการความเร็ว บางครั้งก็ของีบซัก 20-30 นาทีบ้าง555  [...] ทำบ้างเล่นบ้าง งีบบ้าง แต่เสร็จแน่นอนค่ะ วันไหนงานยากก็ไม่เล่น วันไหนงานน้อยก็จะสไลว์ไลฟ์ - สมาชิกหมายเลข 3046223 

 

    คิดว่าปัญหาที่หลายคนจะเผชิญหลังออฟฟิศมีนโยบายทำงานที่บ้าน คือ

    - ปวดหลัง เพราะเก้าอี้ทื่บ้านไม่ซัพพอร์ต

    - สุขภาพ เพราะไม่ได้เดิน 

    - สภาวะเหนื่อย ตึง เพราะไม่ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในแต่ละวัน

    - เหงาและสภาพจิตเสีย เพราะไม่ได้เจอผู้คนตัวต่อตัว

    - ค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องสั่งอาหารกิน - Tpagon ‘Champ’ W. 

 

    กลัวค่าไฟ ต้องเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน มันร้อน ทำงานไม่ได้จริงๆ - เมื่อฟ้าสีทอง

 

    เอาจริงๆ นี่ก็ไม่ชอบทำงานที่บ้าน เพราะมันจะไม่ได้งาน หรือถ้าได้ ก็คือเครียดไปหมดจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะออกมาเสี่ยงข้างนอกแล้วเหมือนกัน - เบื่อโลก 

 

    อ้ายคนนึงละ ไม่เหมาะกับ Work from home ทำทีไรงานช้าทุกที อยู่ออฟฟิศนี่สายสปีด 4x100 มาก สั่งเช้าได้ก่อนเที่ยง หลังบ่ายได้เย็นก่อนเลิกงาน มันเหมือนกับบ้านฉัน ฉันมีไว้พักผ่อน ฉันไม่ได้มีบ้านเอาไว้ทำงาน - PARN

 

    เราเริ่ม work from home ตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ

    สิ่งที่ได้จาก work from home คือ

    - ระหว่างวันมีเวลาทำอย่างอื่นเพิ่ม เช่น ซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน พับผ้า

    - แต่งานจากเดิมที่จะเสร็จ 6.00pm กลายเป็นลากยาว 9.00pm แต่แลกกับการที่ไม่เหนื่อยขับรถ ก็ทำได้เรื่อยๆเพลินๆครับ - ituinku 

 

    สิ่งที่น่าสนใจที่คุณ ituinku บอกก็คือ Work from home ช่วยให้มีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย! ซึ่งมิสเห็นด้วยมากนะ การเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไม่ใช่ไม่ดี ที่สำคัญคืองานต้องเสร็จเท่านั้น และการ Work from home ก็ช่วยประหยัดเวลาที่เราต้องเสียไปกับรถติดด้วย ลองนึกดูเล่นๆ ว่าไปทำงานทุกวัน เดินทางไป-กลับก็ 2 ชั่วโมงแล้ว ถ้าเราลดเวลาตรงนี้ไปได้ สุขภาพจิตดีขึ้น ไม่เหนื่อยเกินและสุดท้ายมีเวลาทำงานได้มากขึ้นเช่นกัน 

 

    แต่ทุกคนก็จะเห็นว่าไม่ใช่ทุกคนจะแฮปปี้กับนโยบายนี้นะคะ เพราะไหนจะค่าไฟที่ต้องเสียเอง หรือการตัดขาดจากเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครให้คุยด้วย หรือเพราะเรารู้สึกว่าบ้านคือที่พัก ไม่ใช่ที่ทำงาน ไม่อยากเอา 2 สิ่งนี้มาปนกัน ดังนั้นทุกอย่างจึงมี 2 ด้านเสมอ ตอนนี้ต้องลองชั่งน้ำหนักดูดีๆ เมื่อเราแบ่งขอบเขตได้แล้ว ก็ต้องลุยต่อ 

 

    สำหรับมิส มิสรู้สึกดีใจที่หลายบริษัทเล็งเห็นถึงความร้ายแรงของโรคระบาดนี้ และถ้าเข้าใจไม่ผิด อีกหลายบริษัทก็ยังไม่มีคำสั่งออกมาชัดเจน ดังนั้นใครที่ยังต้องออกไปไหนมาไหน ก็ขอให้ระวังตัวด้วยนะ สวมหน้ากาก ล้างมือ พกเจลไปเลย เราต้องปกป้องตัวเองก่อนเสมอ

 

    เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะทุกคน!

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

423.8K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

348.2K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.3K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.1K