แจกเว็บช่วยเขียน essay หรือเขียนบทความภาษาอังกฤษ ที่จะทำให้การเขียนเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป
เวลาได้โจทย์ให้เขียน essay เขียนเรียงความภาษาอังกฤษหรือทำ assignment ต่าง ๆ นี่บางทีถึงกับหน้ามืดเป็นลมกันเลยทีเดียว //ยาดมต้องเข้าแล้วหนึ่ง เพราะการเขียนภาษาอังกฤษนับเป็นอะไรที่ต้องใช้พลังงานอย่างมาก เขียนเสร็จนี่ปาดเหงื่อกันเป็นแถบ ๆ ประหนึ่งออกกำลังกายแบบ cardio ขั้นสุด แต่พอเขียนเสร็จแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะส่งได้เลย เพราะเรายังต้องตรวจสอบความถูกต้องต่าง ๆ อีกเป็นชุด
สิ่งที่ควรตรวจทานในการเขียน essa
รูปแบบและโครงสร้างของการเขียน Essay
โดยรวมแล้ว การเขียน essay หรือเรียงความ บทความภาษาอังกฤษ เราควรวางรูปแบบการเขียนคร่าว ๆ ไว้ก่อน ซึ่งหลัก ๆ แล้วควรประกอบไปด้วย
-
Introduction
-
เป็นการเกริ่นนำ พูดถึงหัวข้อแบบกว้าง ๆ เน้นการปูเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเรากำลังจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร
-
บอกเล่าคร่าว ๆ ว่าหัวข้อนี้สำคัญอย่างไรและทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ จุดประสงค์ในการเขียนคืออะไร
-
บอกผู้อ่านว่าบทความที่เราจะเขียน จะมีอะไรในนั้นบ้าง เช่น วิเคราะห์ด้านไหน เปรียบเทียบข้อมูลตรงไหนบ้าง ใช้ทฤษฎีอะไร เป็นต้น
-
อย่าลืมว่าถ้าเนื้อหาที่เราจะเขียนมีคำศัพท์เฉพาะทาง เราก็ควรจะเขียนอธิบายศัพท์นั้นไปด้วยเพื่อให้คนอ่านเข้าใจได้ตั้งแต่ย่อหน้าแรก ๆ
-
-
Body
-
เขียนแยกออกมาเป็นย่อหน้า อย่าเขียนรวดเดียวหมด
-
ในแต่ละย่อหน้าควรมีเนื้อหาที่แตกต่างกัน มีการวิเคราะห์หรือพูดถึงประเด็นนั้น ๆ จากคนละมุมมอง เช่น
-
ย่อหน้าแรกอาจจะพูดถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บอกความคิดเห็นของเราหรือข้อมูลที่เรารวบรวมมา ว่าคิดว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ พร้อมเหตุผลสนับสนุน หลักฐานต่าง ๆ
-
ย่อหน้าที่สอง อธิบายเพิ่มเติมหรือเขียนแสดงความคิดเห็นในด้านตรงกันข้าม อย่าลืมใส่เหตุผลอธิบายลงไปด้วย
-
-
-
Conclusion
-
บทสรุป ส่วนใหญ่เราควรเขียนสรุปทั้งหมดสั้น ๆ กระชับ และครอบคลุมเนื้อหาสำคัญภายใน 1 ย่อหน้า
-
เว็บช่วยเขียน essay หรือเรียงความภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง มีหรือเปล่า?
มีจ้า และทุกวันนี้เค้ามีทั้งเว็บเอย แอพฯ เอย ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้การเขียนภาษาอังกฤษของเราเป๊ะปัง จนคนตรวจต้องยกมินิฮาร์ทให้เรารัว ๆ เพราะเขียนออกมาได้ดีมาก ขอบอกก่อนว่าเว็บที่เราจะแนะนำนี้ไม่ใช่เว็บที่จะมาเขียนเรียงความให้เราเอาไปก๊อปแปะแล้วส่งอาจารย์นะคะ แต่จะเป็นเว็บที่ช่วยให้การเขียนง่ายขึ้น เพราะจะช่วยตรวจจุดที่เราอาจจะพลาดหรือไม่แน่ใจว่าต้องเขียนแบบไหนดี เช่น
-
เว็บช่วยตรวจแกรมม่า
-
เว็บช่วยตรวจการสะกดคำ
-
เว็บช่วยเขียนอ้างอิง (citation)
วันนี้เรามาดูเว็บเด็ดๆ ที่สามารถช่วยให้เราทำ assignment ได้ดียิ่งขึ้นกันค่ะ
เว็บช่วยเขียนอ้างอิง (citation): Cite It In (ฟรี)
ไหน.. ใครมีปัญหากับการเขียนลิ้งค์อ้างอิงบ้างยกมือขึ้นค่ะ (ยกกันพรึ่บ) จะว่าไปเรื่องการเขียนแหล่งอ้างอิงนี่เป็นปัญหาอันดับต้นๆของเหล่านักศึกษาเลยล่ะค่ะ เพราะไหนจะต้องเขียนให้ถูกรูปแบบ เรียงหน้าเรียงหลังให้ถูก อู๊ยยย สารพัด มาค่ะ เว็บนี้จะทำให้การเขียนแหล่งอ้างอิงเป็นเรื่องง่ายไปเลย แค่เข้าเว็บนี้ และกรอกข้อมูลต่างๆลงไป จากนั้นเลือกรูปแบบที่ต้องการ แล้วคลิก Generate Citation เว็บก็จะเขียนแหล่งอ้างอิงให้เราอย่างถูกต้อง ปึ้งเดียวจบค่ะ
เว็บช่วยหาตัวอย่าง essay ในหัวข้อที่เราจะเขียน: Kibin (มีทั้งฟรีและเสียเงิน)
สำหรับใครที่นึกไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มยังไงกับการเขียน และอยากหาไอเดียมาเป็นตัวช่วย เราขอแนะนำเว็บนี้เลย เด็ดมากจริง ๆ คือเค้าจะเริ่มจากให้เราเลือกก่อนว่าบทความของเราเป็นแบบไหน (argumentative หรือ compare and contrast) ตามด้วยหัวข้อที่เราจะเขียน ถ้าเป็นแบบ argumentative หรือแบบถกประเด็น เราก็สามารถเลือกได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะอะไรถึงคิดแบบนั้น บอกเหตุผลต่าง ๆ เป็นข้อ ๆ สั้น ๆ ก็ได้ แล้วกดปุ่ม จบปึ้ง เค้าจะมีตัวอย่างบทความออกมาให้ดูเยอะมาก
แต่บอกก่อนว่าถ้าเป็นแบบฟรี เราจะเห็นแค่ถึง introduction เท่านั้นนะคะ ถ้าอยากดูเต็ม ๆ คือต้องเสียเงิน แต่เอาจริง ๆ แค่ตรงอินโทรเราก็ได้ไอเดียเยอะแล้วแหละ
เว็บช่วยตรวจแกรมม่าและการสะกดคำ: Grammarly (ฟรี และมีแบบเสียเงิน เริ่มต้นที่ $12 บางช่วงมีส่วนลดสำหรับนักเรียนด้วยนะ)
หลายคนเบ้ปากทันทีเมื่อได้ยินคำว่าแกรมม่าร ก็แหม.. มันไม่ได้เขียนกันง่ายๆนี่นา แต่ยังไงก็ตามแกรมม่าก็คือหลักสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเขียน assignment นะคะ ใครที่กังวลเรื่องแกรมม่าอยู่ แวะมาทางนี้เลยค่ะ เพราะเรามีตัวช่วยอย่าง Grammarly ที่ช่วยตรวจแกรมม่าให้เราอย่างถูกต้อง โดยสามารถทำผ่านเบราเซอร์ได้ โดยติดตั้งโปรแกรมไว้ที่เบราเซอร์ของเรา ซึ่งทางเว็บมีให้บริการทั้งแบบฟรีและเสียตังค์ให้เลือกเลยค่ะ
เว็บนี้เป็นที่นิยมมาก ๆ ดังจริงอะไรจริง ถ้าเราเขียนเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเขียนธีสิส บทความหรืออะไรต่าง ๆ ก็คุ้มอยู่นะคะ
เว็บช่วยตรวจระดับภาษาและรูปแบบการเขียน Hemingway Editor (ฟรี)
มาต่อกันที่เรื่องการเขียน เพราะแกรมม่าเป๊ะอย่างเดียวไม่พอค่ะ รูปแบบการเขียนและเลเวลของภาษาที่เราเขียนก็สำคัญ หลัก ๆ เลยคือต้องเขียนให้กระชับ จับใจความได้ และไม่เยิ่นเย้อจนเกินไป เอ.. แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าที่เราเขียนมันเวิร์ครึเปล่า มาที่เว็บนี้เลยค่ะ Hemingway Editor อีกหนึ่งแอพที่ใช้จากเบราเซอร์เราได้โดยตรง ไม่ต้องดาวน์โหลดให้ยุ่งยาก โดยแอพนี้จะไฮไลท์งานเขียนของเราเป็นสีต่างๆ เพื่อบอกจุดที่ต้องแก้ไข เช่น สีเหลืองสำหรับประโยคที่ยาวเกินไป แนะนำให้ตัดให้สั้นลง หรือสีแดง สำหรับประโยคที่ซับซ้อนจนคนอ่านอาจจะไม่เข้าใจได้ เป็นแอพที่มีประโยชน์มาก ๆ ไปตำกันด่วนค่ะ
เว็บช่วยเช็ค Plagiarism: Duplichecker (มีทั้งฟรีและเสียเงิน)
อีกหนึ่งความท้าทายของการเขียนงาน นั่นก็คือการที่เราต้องเอาแนวความคิดของงานวิจัยอื่นๆ มาสรุปในแบบของเราเอง ไม่อย่างนั้น อาจจะโดนข้อหา plagiarism ได้ง่ายๆ ว่าแล้วก็ขอแนะนำเว็บ Duplichecker ที่ช่วยให้เราตรวจกรองงานเขียนของเราเอง ว่ามีไปซ้ำหรือลอกเลียนมาจากที่ไหนแบบเป๊ะ ๆ รึเปล่า เว็บนี้ใช้ง่ายมากค่ะ แค่สมัครฟรี ๆ และแปะชิ้นงานเขียนของเราลงไป ทางเว็บก็จะค้นหาข้อมูลใน database ดูว่ามีแมทช์กับงานเขียนของใครหรือเปล่า ถ้ามี ทางเว็บจะโชว์เนื้อหาต้นทางให้เราดูทันทีค่ะ
เราสามารถใช้ฟรีได้ โดยเค้าจำกัดที่ 1,000 คำต่อการค้นหา 1 ครั้ง แต่ถ้าอยากใช้แบบเยอะ ๆ ตรวจรวดเดียวเสร็จ จะลองแบบจ่ายเงินดูก็ได้นะคะ
10 เคล็ดลับการเขียนเรียงความจากอาจารย์มหาวิทยาลัย
รวมหลากหลายวิธีเขียน Personal Statement พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก
เว็บสำหรับเขียนงานออนไลน์: Google Docs (ฟรี)
บริการชื่อดังจาก Google ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ขาดไม่ได้สำหรับนักศึกษาอย่างเราๆค่ะ เพราะ Google Docs ช่วยให้การเขียนงานสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถเขียนและเซฟงาน และเข้าไปดู และแก้ไขเมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ แถมยังส่งลิ้งค์ให้เพื่อนๆดูได้ หรือจะแชร์ให้เพื่อนๆเข้ามาช่วยเขียนก็ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งเว็บที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ อันนี้หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีหรือใช้กันประจำอยู่แล้ว แต่ขออวยอีกรอบละกันเพราะของเค้าดีจริง ๆ
เว็บช่วยนับจำนวนคำ: EasyWordCount (ฟรี)
อีกหนึ่งปัญหาจอมปวดหัวเวลาเขียนงานก็คือจำนวนคำค่ะ งานเขียนส่วนใหญ่มักมีขั้นต่ำของจำนวนคำกำหนดไว้เสมอ ถ้าน้อยไปก็ไม่ผ่าน มากไปก็โดนตัดคะแนน ดังนั้น การเขียนคำให้อยู่ในจำนวนที่กำหนดจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ใครที่ต้องการตัวช่วยด้านนี้ เราขอแนะนำเว็บนี้ค่ะ แค่ Copy งานที่เราเขียนไปแปะในช่องว่าง ทางเว็บก็จะคำนวณออกมาทันทีว่าเราใช้ไปทั้งหมดกี่คำ กี่ตัวอักษร ช่วยในการเขียนงานต่อไปได้มากเลยค่ะ
ถึงฟังก์ชั่นนี้จะมีอยู่แล้วใน Word document แต่ถ้าเกิดเราไม่ถนัดใช้หรืออยากลองโปรแกรมอื่น ก็มาลองตัวนี้ดูนะคะ
Credit: