ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ทุนการศึกษาและค่าใช้จ่าย

สมัครทุนการศึกษาอย่างไรไม่ให้ผิดหวัง

การขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน หาข้อมูลอย่างไร

73626

การขอทุนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่เราไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน หาข้อมูลอย่างไร หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อเราจะสมัครทุนภายในของมหาวิทยาลัยได้ก็ต่อเมื่อเราได้รับการตอบรับจากมาหวิทยาลัยแล้วเท่านั้น ส่วนทุนจากองค์กรอิสระต้องแล้วแต่เงื่อนไขของทุนเหล่านั้น เรามีวิธีการช่วยให้น้องๆ ที่อยากเรียนต่อ เริ่มมองหาและสมัครทุนการศึกษาได้เป็นขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม - ส่วนใหญ่เอกสารในการสมัครทุนจะคล้ายกับการเรียนต่อ ต้องมี Statement of purpose, transcript, จดหมายรับรอง (Letter of Recommendations) และผลการสอบวัดระดับทางภาษา ถ้าเตรียมเอกสารทั้งหมดครบก็สามารถยื่นทุนได้ง่ายขึ้น 

  2. เราเหมาะกับทุนแค่ไหน - ลองดูว่าคุณสมบัติของเราตรงกับที่ทุนนั้นๆ ต้องการหรือไม่ เช่นบางทุนอาจต้องการประสบการณ์การทำงาน หรือบางทุนอาจเปิดรับสมัครเฉพาะนักศึกษาจาก EU เท่านั้น ถ้าคุณสมบัติของเราไม่ตรงกับทุนจะได้ไม่ต้องเสียเวลา (หรือเสียความรู้สึกหลังไม่ได้รับเลือก) อย่าลืมอ่าน FAQs (Frequently Asked Questions) หากมีข้อสงสัย

  3. ใช้ Social media ให้เป็นประโยชน์ - Google ถามเพื่อน facebook หรืออ่านกระทู้เพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทุนนั้นๆ บางครั้งอาจมีคนวิเคราะห์สถานการณ์ของทุนต่างๆ เอาไว้ ว่าคุณสมบัติแบบไหนเหมาะสมกับทุนดังกล่าว เว็บไซต์ของคนที่เคยได้ทุน (Alumni) ก็มีประโยชน์เพราะคนที่เคยได้ทุนก็มักจะยินดีแบ่งปันความคิดเห็นหรือเคล็ดลับเพื่อสมัครทุนนั้นๆ ตัวเราเองก็ต้องแสดงให้รุ่นพี่เห็นว่าเราพร้อมเรียนรู้และเปิดรับคำแนะนำด้วย

  4. จัดการข้อมูล - เมื่อเราสมัครทุนของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรต่างๆ แล้ว ควรแยกข้อมูลการรับสมัครและคุณสมบัติต่างๆ ใส่ folder ให้เรียบร้อยตามหลักสูตรที่เราสมัคร รวมถึงตรวจสอบวันปิดรับสมัครของแต่ละสถาบันให้แน่นอน

 

>> มหาวิทยาลัยที่มีทุนการศึกษา <<

>> ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักเรียนอังกฤษล่าสุด<<

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับใบสมัคร จดหมายแนะนำตัว และจดหมายรับรอง

(SOPs : Statement of Purposes and LORs : Letter of Recommendations)

GPA, โรงเรียน, หลักสูตร, ความสำเร็จ, รางวัลต่างๆ อาจเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่จดหมายแนะนำตัวและจดหมายรับรองที่ดีจะช่วยให้เราโดดเด่นจากคู่แข่งและมีโอกาสได้รับทุนมากขึ้น 

ในการขอจดหมายรับรอง ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะขอจดหมายจากอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยที่เราเคยเรียนด้วย และจดหมายจากเจ้านาย (หากเรามีประสบการณ์ทำงาน) โดยที่เราควรจะรู้จักผู้ที่จะเขียนจดหมายให้เราเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เนื้อหาในจดหมายแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ทั้งในการเรียนและการทำงานของเราในเชิงลึก ที่สำคัญคือควรเลือกอาจารย์ (หรือเจ้านาย) ที่เห็นความสามารถ มีความสัมพันธ์ที่ดี และรู้จักตัวตนของเราอย่างแท้จริง

 

ถึงเวลาเขียน เขียน เขียน

  • อ่านข้อกำหนดของทุนที่เราจะขอให้ดีๆ เพื่อที่เราจะได้เขียนจดหมายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือคุณสมบัติที่ทุนการศึกษานั้นๆ ต้องการ

  • อ่าน ปรับ เขียน - ลองอ่านจดหมายของเพื่อนที่เคยสมัครทุน หรือดูตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต เพื่อที่เราจะได้มีโครงสร้างในการเขียน การอธิบายความคิด ลองวางโครงร่าง สุดท้ายลองเขียนขึ้นมาจริงๆ และให้เพื่อนช่วยอ่าน ช่วยให้คำแนะนำ จากนั้นก็ปรับแก้ เขียนใหม่อีกครั้งจนกว่าเราจะพอใจ (อย่าลืมขอบคุณเพื่อนที่ช่วยเหลือเราด้วย)

  • เขียนให้เป็นระบบ พยายามตอบคำถามที่ทางสถาบันกำหนด รวมทั้งเสนอมุมมองที่น่าสนใจของตัวเราเองด้วย เชื่อมต่อความคิดทั้งหมดให้เป็นเรื่องเดียวกัน

  • เขียนในสิ่งที่แตกต่างจากเอกสารอื่นๆ เช่นเราอาจจะไม่ต้องพูดถึงรางวัลที่เราได้รับมากหากสิ่งนั้นอยู่ใน CV แล้ว ลองพูดถึงสิ่งที่เราเคยเรียนรู้จากทีผ่านมา (อดีต) ทำไมเราถึงอยากเรียนรู้ในสิ่งที่เรากำลังจะสมัคร (ปัจจุบัน) และเราจะทำอะไรในอนาคตหากเราสำเร็จการศึกษาจากทุนที่เราได้รับแล้ว (อนาคต)

  • การเตรียมเอกสารให้พร้อมก็เหมือนกับเราทำสำเร็จเกือบ 90% แล้ว แต่ถ้าจะให้แน่นอนหลังส่งใบสมัครและเอกสารไปยังสถาบันแล้ว อาจติดต่อกับทางสถาบันให้แน่ใจว่าทางสถาบันได้รับเอกสารของเราครบเรียบร้อยแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เวลาที่เหมาะสมในการส่ง email หาทางสถาบันคือ  8.00-9.00น. หรือ 14.00-15.00น. (เวลาท้องถิ่นของทางสถาบัน) เพราะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มงานในช่วงเช้าและบ่าย และจดหมายของเราจะอยู่ในอันดับแรกๆ ที่ทางสถาบันจะอ่านนั่นเอง
     

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาโท
เกี่ยวกับผู้เขียน

จิรประภาเป็นศิษย์เก่านิเทศ จุฬาฯ และจบปริญญาโทด้าน Marketing จาก Queen Mary University of London เคยทำงานเป็น Strategic Planner ในเอเจนซี่โฆษณาและสอนในระดับมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ใน New York City

MUST READ

10 ทุนการศึกษายอดฮิตที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนต่อ

10 ทุนการศึกษายอดฮิตที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนต่อ สำหรับคนที่มั่นใจในผลการเรียนและความสามารถของตัวเอง Scholars4dev.com  แนะนำ 10 ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมจากทุกที่ทั่วโลก โดยเฉพาะนักศึกษาจากประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นทุนเป็นทุนจากรัฐบาล ทุนจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง หรือทุนจากสถาบันต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นทุนที่ดีที่สุด 1. Fulbright Scholarships ทุน Fulbright

224917

การเขียน CV สำหรับสมัครเรียนและขอทุนการศึกษา

การเขียน CV สำหรับสมัครเรียนและขอทุนการศึกษา การเขียน CV วิธีคว้าทุนแบบ 100% match สมัครทุนการศึกษาอย่างไรไม่ให้ผิดหวัง นอกเหนือจาก Transcripts, จดหมายรับรอง หรือ personal statement อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการสมัครเรียนหรือสมัครทุนก็คือ CV (Curriculum Vitae) เพราะ CV ของเราจะเป็นตัวบอกถึงกิจกรรม ความสำเร็จ หรือความสามารถที่เรามี ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัววัดว่าเราจะผ่านการคัดเลือกหรือเปล่า และสิ่งสำคัญคือ

102409

4 เสต็ป มือใหม่หาทุนการศึกษา

4 เสต็ป มือใหม่หาทุนการศึกษา การสมัครทุนก็เหมือนการแข่งขันที่เข้มข้นกว่าการสมัครเรียนทั่วไป เพราะทุนไม่ได้แจกให้ทุกคน ถ้าคุณมุ่งมั่นตั้งใจ โอกาสคว้าทุนก็มีอยู่มาก มือใหม่ที่อยากลองสนามนี้สักครั้ง ฮอทคอร์สสรุป 4 หลักกิโลที่ต้องผ่าน ดังนี้   1 รู้จักทุน : จะไปขอทุนเขารู้จักทุนของเค้าดีหรือยัง ประเภทของทุนและ ทุนนั้นๆมีเงื่อนไขการให้ทุนอย่างไร ให้เต็ม ให้ครึ่ง ต้องใช้ทุนหรือไม่ รายละเอียดตรงนี้ต้องทำความเข้าใจ

44021

ทุน 10 แห่ง ที่สมัครได้โดยไม่ต้องมี GPA

ทุน 10 แห่ง ที่สมัครได้โดยไม่ต้องมี GPA ไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่มี GPA โดดเด่นเด้งออกมาจากฝูงชน แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่อยากไปเรียนต่อและได้รับทุนการศึกษา  โชคดีที่มีทุนหลายแห่งที่ช่วยสนับสนุนให้ทุกคนเรียนต่อได้แม้จะไม่ได้มี GPA ที่สวยงามมาก่อนก็ตาม ข้อมูลต่อไปนี้คือทุนการศึกษา 10 แห่งที่สมัครได้โดยไม่จำเป็นต้องมี GPA ระดับ Top 10 ของคณะ แค่ต้องมีความตั้งใจและความพยายามเท่านั้นเอง   1. ทุนรายเดือน $1,000 (33,000 บาท) จาก GotChosen

37956