การท่องเที่ยงและการโรงแรมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ครึกครื้นที่สุดในโลก นั่นหมายถึงในออสเตรเลียเช่นเดียวกัน อุตสาหกรรมประเภทนี้มีรายได้ถึง 34 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ออสเตรเลียจะเป็นแหล่งรวมหลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่โดดเด่นอันดับต้นๆ ของโลก
ทำไมถึงต้องเรียนสาขานี้ที่ออสเตรเลีย
ถ้ามาเรียนที่ออสเตรเลียก็การันตีได้เลยว่าจะได้เจอกับหลักสูตรที่เปิดสอนกันมานานและมีคุณภาพการสอนดีเด่น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ออสเตรเลียจะกลายเป็น 1 ในประเทศที่นักศึกษาต่างชาติให้ความสนใจมาเรียนการท่องเที่ยว การโรงแรม และการบริการอื่นๆ กันจำนวนมาก (แน่นอนว่ารวมถึงไทยด้วย) ในออสเตรเลียมีจำนวนสถาบันที่เปิดสอนสาขานี้มากกว่า 160 สถาบันด้วยกัน แน่นอนว่ารวมถึงสถาบันดังๆ อย่าง the University of Melbourne , La Trobe University , RMIT University , Academy Le Cordon Bleu ด้วย ซึ่งค่าเรียนก็จะหลากหลายตั้งแต่ 15,000 ASD - 30,000 ASD ต่อปี ถ้ามาเรียนที่ออสเตรเลียก็มีโอกาสที่จะได้เรียนและฝึกฝนในบรรยากาศเหมือนการทำงานจริงด้วย
สำหรับนักศึกษาที่คิดหนักเรื่องการหางานหลังเรียนจบเรียกได้ว่าแทบไม่ต้องกังวลเลย สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรมเรียกได้ว่าเป็นสาขาที่ “อุดมสมบูรณ์” ด้านโอกาสการหางานเป็นพิเศษ แม้แต่ทางรัฐบาลออสเตรเลียเองก็รับรองให้อยู่ใน 5 อันดับต้นอุตสาหกรรมระดับชาติ โดยคาดว่าในปี 2020 กำไรจากอุตสาหกรรมนี้จะมีถึง 115-140 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และสร้างงานกว่า 123,000 ตำแหน่ง
เรียนอะไร
ถ้าไปเรียนที่ออสเตรเลียแล้วก็จะได้เห็นภาพรวมหลักๆ ของการเรียนหรือการทำงานในสาขานี้อย่างแน่นอน รวมถึงได้รับข้อมูลล่าสุดในวงการ ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ รวมถึงหลักสูตรการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยวเพื่อการมุ่งไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศและนานาชาติ ด้วยเช่นกัน ถ้ามีเทรนด์เรื่องการท่องเที่ยวใหม่ๆ ล่ะก็จะได้รู้ก่อนใครแน่นอน
ไม่ว่าจะเลือกเรียนสาขาไหนก็จะได้รับความรู้ที่หลากหลายไปแน่ๆ นักศึกษาที่เรียนสาขา Hospitality
จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องรูมเซอร์วิส รีเซปชั่น ความรู้เรื่องเครื่องดื่มและอาหารประเภทต่างๆ มารยาทบนโต๊ะอาหาร การเปิดและเทไวน์ที่ได้มาตรฐาน กฎระเบียบที่ถูกต้อง และในขณะเดียวกันก็จะได้เรียนการจัดการการโรงแรมเรื่องมาตรฐานโรงแรมและความรู้ด้านการจัดการด้วย
ยกตัวอย่าง หลักสูตรปริญญาตรีสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ James Cook University จะมีคลาสสอนการจัดการธุรกิจ การวางแผนและการจัดการ การจัดการการบริการลูกค้าในโรงแรม การค้นคว้าและการตัดสินใจในการประกอบธุรกิจ การเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือเพื่อธุรกิจ การบริการ วัฒนธรรม การจัดการพฤติกรรมและทรัพยากรต่างๆ
นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังสามารถเรียนเป็น intensive course เพิ่มเติมที่มีความเข้มข้นมากขึ้นในด้านการท่องเที่ยว นักศึกษาจะสามารถเลือกได้มากมายเพื่อให้เหมาะกับความสนใจด้านการงานอาชีพที่ต้องการทำในอนาคต เช่น การให้บริการกิจกรรมเชิงงานอดิเรก การท่องเที่ยว การจัดอีเว้นต์ วิทยาศาสตร์การอาหาร การจัดการการกีฬา เทคโนโลยีการบิน
นอกจากนี้ถ้าเป็นในระดับปริญญาโทแล้ว มหาวิทยาลัย Queensland ก็มีหลักสูตรที่น่าสนใจอย่าง Masters in Hospitality and Tourism Management และใน University of South Australia
เองก็เป็นมหาวิทยาลัยไม่กี่ที่ที่มีหลักสูตรน่าสนใจด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในปริญญาโทอย่าง Master of Tourism, Sports and Events ในส่วนนี้อาจจะดูแปลกหูแปลกตาสำหรับบางคน แต่เชื่อเถอะว่ามันน่าสนใจและนำไปต่อยอดได้เยอะมาก โรงแรมหรือรีสอร์ตหลายแห่งในประเทศไทยเองก็มีส่วนที่ดูแลด้านกิจกรรมหรืออีเว้นต์ต่างๆ เป็นพิเศษเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของคนและมีความหลากหลาย น่าสนใจ เช่น การจัดอีเว้นต์ให้บริษัท การจัดงานเทศกาลต่างๆ พูดง่ายๆ การเรียนสาขานี้ไม่ได้มีแค่การบริการแต่ยังมีมิติเชิงลึกที่น่าสนใจอีกมากเลยล่ะ
เวลาเลือกสถาบัน หลักสูตรการฝึกงานก็เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาคิดเช่นเดียวกัน โดยปกติแล้วในมหาวิทยาลัยที่มีคอร์สการท่องเที่ยวและการโรงแรมจะมีโปรแกรมต่างๆ ที่ให้เราได้ฝึกงานจริงๆ อยู่ในหลักสูตรด้วย ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้เรียนและฝึกฝนทดลองงานจริงๆ อย่างใน University of Bondi (QLD) the Bachelor of International Hospitality and Tourism Management courses ก็กำหนดให้นักศึกษาต้องฝึกงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การโรงแรมหรือการจัดกิจกรรมเป็นเวลาทั้งหมด 400 ชั่วโมงด้วย
ขณะที่เรียนการบริการอาหารและเครื่องดื่มที่ the International Hotel Management of Le Cordon Bleu Institute Sydney นั้นนักศึกษาจะได้เข้าไปในห้องเก็บไวน์เพื่อชิม ดม พิจารณารสชาติของไวน์แต่ละชนิดกันอย่างเข้มข้น เมื่อเลิกเรียนแล้วก็อาจจะได้ฝึกฝนเกี่ยวกับการดูแลจัดการตรวจตราทำความสะอาดห้องพักบ้างบางครั้งที่ JW Marriot hotel
เพราะฉะนั้นเมื่อต้องเปรียบเทียบสถาบันต่างๆ แล้วสิ่งสำคัญเลยคือการนึกถึงการร่วมมือระหว่างสถาบันต่างๆ กับโรงแรม เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้มีโอกาสในการไปฝึกงานจริงๆ ที่โรงแรมใหญ่ๆ อย่าง JW Marriot, Hilton, Intercontinental เพราะสิ่งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ช่วยเสริมสร้างพอร์ตดีๆ ให้เราไปต่อยอดการฝึกงานหรือการสมัครงานในภายหลัง มาเรียนทั้งทีก็ต้องเอาให้คุ้มใช่ไหมล่ะ
จะมีโอกาสฝึกงานแบบได้เงินไหม
1 ในข้อดีของการเรียนการท่องเที่ยวและการโรงแรมคือเรื่องของรายได้ โอกาสในการหางานที่หลากหลายในบรรยากาศหลากรูปแบบถือว่าเหมาะมากกับคนหนุ่มสาวหลายคนที่หวังจะมาพัฒนาและเพิ่มพูนประสบการณ์การทำงานในประเทศนี้
ปกติมหาวิทยาลัยของออสเตรเลียจะจัดงานจ็อบแฟร์บ่อยๆ เพื่อเชิญตัวแทนและผู้จัดการจากโรงแรม ภัตตาคาร บริษัทจัดการการท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยี่ยมชมและเชิญชวนนักศึกษามาสมัครงานด้วย ถือเป็นโอกาสทองในการไปยื่นต่อสมัครงานเลยนะ
รายได้จากการฝึกงานในออสเตรเลียโดยเฉลี่ยนแล้วมีตั้งแต่ 18-24 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง แต่ละโรงแรมมีค่าจ้างที่ต่างกัน ถึงจะจ่ายถูกแพงไม่เท่ากันแต่ก็ยังมีข้อได้เปรียบอยู่คือค่าจ้างในวันสุดสัปดาห์หรือเทศกาลจะเพิ่มขึ้น ถ้าต้องการหาโอกาสดีๆ แบบนี้ก็ลองไปถามศูรน์ให้คำแนะนำเรื่องอาชีพในสถาบันต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่สนใจหรือกำลังจะศึกษาได้
โอกาสการได้งานหลังจากกลับมาไทย
ถ้าเพื่อนๆ ฝึกงานและศึกษาในประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่างออสเตรเลียก็ไม่ต้องกลัวเรื่องบรรยากาศการทำงานในไทยหรือต่างประเทศ เพราะการฝึกฝนที่ได้มาตรฐานโดยทั่วไปแล้ว เมื่อกลับมาไทยก็สามารถกลับมาทำงานในโรงแรมที่ขึ้นชื่อด้านนานาชาติที่มีมาตรฐานเดียวกันก็จะทำให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น แถมยังมีภาษีที่ดีด้วย
การท่องเที่ยวและการโรงแรมเป็นอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอยู่ตลอด ดูอย่างประเทศไทยเองก็มีโรงแรมนานาชาติตั้งอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในสังกัด Hilton, Accor or JW Marriot ยิ่งประเทศไทยเองก็เป็น 1 ในประเทศที่ขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางอย่างกรุงเทพ หรือเมืองท่องเที่ยวตามภาคต่างๆ ก็มีโรงแรมนานาชาติที่ได้มาตรฐานระดับโลกตั้งอยู่ นอกจากโอกาสกาสทำงานในต่างประเทศจะไม่น้อยแล้ว การกลับมาทำงานในไทยก็คงไม่ยากนัก
ยิ่งถ้าเพื่อนๆ มีภาษาอังกฤษที่ดี และใบรับรองจากสถาบันที่เป็นที่รู้จักในออสเตรเลียประกอบกับเรซูเม่หรือ CV ที่เข้มข้นด้านการเรียน ฝึกงาน ในโรงแรมใหญ่ๆ ด้วยแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะหางานไม่ได้ เผลอๆ อาจจะสามารถสมัครในตำแหน่งสูงๆ อย่างการบริหารและจัดการได้ โอกาสการเลื่อนขั้นก็สูงอีกด้วย
แต่ไม่ว่าอย่างไรไม่ว่าจะเรียนที่ไหน หลักสูตรอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความตั้งใจและความมุ่งมั่นของเราเอง สู้ๆ นะ เราจะเป็นกำลังใจให้