ขั้นตอนเรียนต่อ
แคนาดา: แนะนำประเทศและเมือง

ไกด์สำหรับมือใหม่ เรียนอย่างไรในแคนาดา

1888

 

สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนที่แคนาดาแล้ว ตั้งแต่การเล่นไอซ์ฮอกกี้บนทะเลสาบที่กลายเป็นลานน้ำแข็ง จนถึงโครงการเมนเทอร์ที่ประสบความสำเร็จ ก็เช็คได้เลยว่ามีครบ แคนาดามีทุกอย่างพร้อม ไม่ว่าคุณจะเรียนเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพของคุณ หรือแค่ตื่นเต้นที่จะได้ค้นหาภูมิประเทศอันสวยงาม ถ้าคุณอยากรู้มากขึ้นเกี่ยวกับประเทศที่มีเขื่อนที่สร้างโดยตัวบีเวอร์ที่ยาวที่สุดในโลกแล้วละก็ คุณมาได้ถูกที่แล้ว

 

ใช้ลิ้งค์ข้างล่างเพื่อข้ามไปยังส่วนที่ต้องการอ่านได้เลย

 

การเรียนที่แคนาดาจะช่วยให้ก้าวหน้าในอาชีพได้ไหม

ที่พักสำหรับนักศึกษาเป็นอย่างไรในแคนาดา

มีบริการช่วยเหลืออะไรบ้างสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่แคนาดา

นอกจะเรียนแล้วยังทำอะไรได้อีกบ้าง

การเรียนที่แคนาดาจะช่วยให้ก้าวหน้าในอาชีพได้ไหม

 

มีเพียงไม่กี่ประเทศที่เตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับชีวิตการทำงานได้ดีกว่าแคนาดา มหาวิทยาลัยในแคนาดามีหลักสูตร work-study ชั้นยอด สำหรับนักศึกษาที่มีความพร้อมจะทำให้พวกเขามีประสบการณ์การทำงาน และบางที่ยังมีการเรียนแบบสองภาษาอีกด้วย ทำให้นักศึกษาที่จบไปมีความโดดเด่นพร้อมสำหรับงานทั่วโลก

และก็ไม่เพียงแค่นั้น Integration and Academic Support Success Manager ที่ University of Ottawa คุณ Natalie Morris กล่าวว่า “สิ่งที่เป็นด้านบวกที่สุดที่เกี่ยวกับแคนาดาคือคุณภาพที่สูงของการศึกษาที่ได้จากที่นี่”

 

มหาวิทยาลัยที่แคนาดาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยมีถึง 13 มหาวิทยาลัยที่ติด 300 อันดับแรก ของ QS world university rankings อีกทั้งมาตรฐานระดับรัฐและระดับประเทศที่ประกันคุณภาพอยู่ ทุกสถาบันจึงต้องพยายามรักษามาตรฐานไว้เสมอ

 

สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการหาอาชีพเพิ่มเติมในแคนาดา ดูบทความนี้

สองภาษา

“ในบางมหาวิทยาลัยของแคนาดาอย่าง University of Ottawa เรียนเป็นสองภาษา” Natalie กล่าว “ตัวอย่างเลยก็คือ คุณสามารถมาที่นี่และเรียนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สองได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากในการเพิ่มพูนความรู้ในภาษานั้นๆ”

 

น่าสนใจเพราะในแคนาดาที่เป็นประเทศสองภาษานั้น หมายความว่า ภาษาที่ใช้ทางราชการจะถูกเขียนขึ้นทั้งในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ ซึ่งแม้คุณจะเรียนในมหาวิทยาลัยที่พูดภาษาอังกฤษ และคุณก็จะได้เจอกับภาษาฝรั่งเศสเมื่อถึงจุดหนึ่งที่อยู่ที่นั่นด้วย

การรู้ภาษาที่สองในระดับดีสามารถทำให้คุณมีความโดดเด่นกว่าผู้เข้าสมัครคนอื่นๆในการสมัครงานได้ ฉะนั้นการมีหลักฐานว่าได้ใช้งานภาษาฝรั่งเศสระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยนั่นย่อมมีประโยชน์มากๆ

ตัวอย่างเช่น University of Ottawa นั้น คอยกระตุ้นนักศึกษาให้พัฒนาภาษาฝรั่งเศสและมี bilingualism center ที่นักศึกษาจะสามารถไปพัฒนาและฝึกฝนอีกภาษาได้ โดยคุณจะจับคู่กับนักเรียนภาษาอื่น พูดภาษาหนึ่งครึ่งชั่วโมงและอีกภาษาหนึ่งอีกครึ่งชั่วโมง

Co-op programmes

วิธีที่มหาวิทยาลัยแคนาดาเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการทำงานก็คือ co-op programmes ที่ทางมหาวิทยาลัยมีให้ Co-op program จะให้โอกาสในการสัมผัสประสบการณ์ทำงานจริง เมื่อคุณสลับไปมาระหว่างการเรียนและการทำงานตลอดระหว่างที่ศึกษาอยู่ในสถาบันนั้นๆ โดยมักจะเป็นการเรียนหนึ่งเทอมและสลับไปทำงานอีกหนึ่งเทอมเรื่อยๆ

 

คุณจะสามารถเข้าโปรแกรมนี้ได้หลังจากการเรียนปีสองไปแล้ว และยังหมายความว่าคุณจะเรียนจบหลังคนอื่นไปนานแล้ว เพราะคุณยังต้องเรียนตามหลักสูตรให้ครบ แต่การทำงาน 4 ครั้ง 3-4 เดือนต่อครั้งก็จะทำให้คุณจบมาพร้อมประสบการณ์ทำงานจริง ซึ่งจะทำให้คุณมีความแตกต่าง

 

Natalie บอกกับเราว่าเธอชอบวิธีการเรียนแบบ co-op มาก “โดยส่วนตัวแล้วฉันจ้างนักศึกษาในหลักสูตรนี้ เพราะเราสามารถช่วยปรับแก้บางอย่างได้ก่อนที่พวกเขาจะออกไปสู่ตลาดแรงงาน มันเป็นที่ที่เหมาะสำหรับพวกเขาในการเรียนรู้สภาพแวดล้อมการทำงานจริงๆ นอกจากนั้นการทำงานยังมีค่าจ้างให้ด้วย นักศึกษาจึ่งมีโอกาสได้รายได้ตั้งแต่ 4000-6000 เหรียญ ต่อเทอม ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วก็ดีมากเลย”

ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในแคนาดา

 

โครงการ work study และ อาสาสมัคร

มีหลักสูตร work study ในมหาวิทยาลัยในแคนาดาซึ่งคุณสามารถสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยของคุณเพื่อให้ช่วยหางานขณะเรียนได้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นการทำงานกับตำแหน่งที่ถูกสร้างขึ้นมาในมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษาดูน่าสนใจที่สุดในสายตาผู้จ้างงาน

 

มีความตั้งใจอย่างมากที่มหาวิทยาลัยในแคนาดาที่จะทำให้นักศึกษาพร้อมสำหรับผู้จ้างงานมากที่สุดและ Natalie คิดว่ามันเป็นประโยชน์มากสำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะมาเรียนต่อที่แคนาดา

 

“ประสบการณ์การทำงานเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับนักศึกษานานาชาติเพราะพวกเขามักมาด้วยประสบการณ์ทำงานที่ไม่มาก ในขณะที่นักศึกษาชาวแคนาดาเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 16” เธอเล่าต่อว่า “งานอาสาสมัคร, หลักสูตร Work-study และ หลักสูตร co-op เป็นวิธีที่ดีที่จะได้ประสบการณ์การทำงาน และก็จะช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้นหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

ที่พักสำหรับนักศึกษาเป็นอย่างไรในแคนาดา

ในแคนาดาก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ คือมีหลายตัวเลือกให้เลือกในด้านของที่พัก ส่วนใหญ่ในปีแรกก็จะเป็นการพักที่หอหักในมหาวิทยาลัย แล้วหลังจากนั้นค่อยไปหาอพาร์ทเมนท์พักกับเพื่อน หรือ พักในที่พักเอกชน

 

ทางมหาวิทยาลัยมีความพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้นักศึกษานานาชาติรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและปรับตัวได้สบายขึ้น คุณจึงน่าจะรู้สึกสบายอย่างรวดเร็วภายในปีแรกเลย!

 

ตัวเลือกของที่พัก

มีสามแบบแตกต่างกันที่สามารถเลือกได้

มีที่พักแบบ ดั้งเดิม ซึ่งคล้ายกับที่เห็นกันในรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ของอเมริกา เป็นห้องที่นักศึกษาสองคนอยู่ด้วยกัน มีสองเตียงและโต๊ะแยกกันที่สามารถทำงานได้ ในที่พักแต่ละชั้นจะมีครัว ห้องน้ำและห้องนั่งเล่นที่ใช้ร่วมกัน

แบบที่สอง คือห้อง แบบสวีท ซึ่งอาจจะหายากกว่าแบบแรก แบบนี้ทั้งคุณและรูมเมทจะมีห้องส่วนตัวและใช้ห้องน้ำร่วมกัน แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เจอใครเลย เพราะยังมีส่วนที่ใช้ร่วมกันทั้งชั้นสำหรับคนที่อยู่ชั้นเดียวกัน อย่างห้องนั่งเล่นและครัว

ตัวเลือกที่สามสำหรับนักศึกษาปีแรกคือ แต่ส่วนใหญ่จะเลือกใช้กันตั้งแต่ปีที่สองขึ้นไปคือ เมืออยู่ในมหาวิทยาลัยและปรับตัวได้แล้วคุณจะเลือกได้ว่าอยากอยู่กับเพื่อนคนไหนและไปหา shared apartment อยู่กันซึ่งอาจจะมีหลายห้อง ใช้ห้องน้ำร่วม ครัว และห้องนั่งเล่น ร่วมกัน

อาคารสถานที่

การอาศัยอยู่ที่หอของมหาวิทยาลัยในแคนาดามีข้อดีหลายอย่าง และมันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะใช้ได้คุ้มค่าหรือไม่

คุณจะได้รับการสนับสนุนด้วย ที่ปรึกษาชุมชน หรือ ผู้ดูแลหอพักประจำชั้นที่ช่วยบอกคุณได้ตั้งแต่ที่ตั้งของห้องสมุดไปจนที่เที่ยวที่ไหนดีบ้าง พวกเขาจะคอยตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตมหาวิทยาลัยให้คุณเพราะฉะนั้นถามได้เลย ไม่ต้องกลัว นอกจากนั้นก็ยังมีที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตประจำอยู่ในที่พักของนักศึกษาด้วย หมายความว่าถ้ามีความกดดันมากเกินไป บางทีก็มีคนที่จะช่วยคุณได้

 

ไม่ว่าคุณจะสนุกกับการทำอาหารเพราะรู้สึกเหมือนเป็นเชฟมือโปร หรือทอดไข่ยังไม่เป็น ก็ลองดูตัวเลือกอาหารในมหาวิทยาลัยที่สามารถทำได้ เมื่ออยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยแล้วคุณสามารถเลือกที่ซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จได้ หรือจะใช้ครัวที่หอทำอาหารทานเองก็ได้เช่นกัน ในกรณีที่ไม่อยากจะทำอาหาร ในมหาวิทยาลัยก็มักจะมีบริการให้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน มีทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น ให้คุณไม่อดแน่นอน

 

ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักในแคนาดาดู

มีบริการช่วยเหลืออะไรบ้างสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่แคนาดา

บริการช่วยเหลือสำหรับนักเรียนต่างชาติคือสิ่งที่ไม่เคยขาดเลยในแคนาดา ทั้งแต่การจัดการผู้ดูแลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนถึงคลินิกเคลื่อนที่ มหาวิทยาลัยในแคนาดาต่างก็พยายามดึงดูดนักศึกษานานาชาติเข้ามา

 

ตามที่ Natalie เล่าให้เราฟังว่า มหาวิทยาลัยในแคนาดามีบริการสนับสนุนมากมาย นักเรียนต่างชาติจะสามารถเข้าถึงบริการแบบเดียวกับที่นักศึกษาแคนาดาได้รับ ทั้งบริการกีฬา บริการอาหาร ที่พัก และ SASS (Student Academic Success Service) ที่มีทั้งการดูแล เวิร์คชอป โค้ชชิ่ง บริการปรึกษาสำหรับสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ดี บริการสำหรับผู้บกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ ผู้พิการทางตา-หู

ในมหาวิทยาลัยที่แคนาดา ถ้าคุณต้องการอะไร คุณก็จะเจอมัน

เมนเทอร์

เมื่อไปเรียนในต่างประเทศ การได้เห็นคนที่คุ้นเคยและเข้าไปถามเรื่องต่างๆได้ก็จะทำให้อุ่นใจขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมมหาวิทยาลัยในแคนาดาถึงมีโครงการให้เมนเทอร์มาประจำ และทำไมถึงได้ผลดีสำหรับนักเรียนต่างชาติ

 

ที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง เมื่อคุณได้รับการตอบรับเข้าเรียนคอร์สที่คุณเลือกแล้ว คุณก็จะได้รับการจับคู้เข้ากับเมนเทอร์นานาชาติและจะได้รับอีเมล์จากเมนเทอร์ว่าจะได้เจอกันและแนะนำตัวไปจนถึงเล่าให้ฟังว่าพวกเขาจะช่วยได้อยางไรบ้าง เมื่อไหร่

Natalie กล่าวว่ามันเป็นการดำเนินการที่ดีมากและมันสามารถช่วยให้นักเรียนนานาชาติปรับตัวเข้ากับประเทศได้ “เรามักจะเจอว่าเมื่อนักศึกษาต่างชาติเจอคนที่พูดภาษาเดียวกันก็จะสนิทกันเร็วมาก”

“เมื่อนักศึกษามาถึงพวกเขาก็มักจะถามว่า เมนเทอร์อยู่ไหน อยากเจอ อยากขอบคุณมาก”

 

ในระหว่างที่เรียนมหาวทิยาลัย คุณสามารถติดต่อเมนเทอร์ได้ตลอด และพวกเขาจะช่วยได้มากเพราะเป็นนักศึกษาต่างชาติเหมือนกัน พวกเขาอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ที่คล้ายกันและจะช่วยได้ถูกจุดเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ

อาการโฮมซิก

อีกเหตุผลของการที่ต้องมีเมนเทอร์คือพวกเขาจะเป็นด่านแรกที่คุณจะสามารถคุยด้วยได้หากเกิดอาการโฮมซิค หรือคิดถึงบ้าน

โดยปกติแล้วเมนเทอร์มักจะเป็นคนที่มาจากประเทศเดียวกันกับคุณ หมายความว่าเมื่อทำกิจกรรมที่เราคุ้นเคยร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้อาการคิดถึงบ้านได้ลดลงได้

 

ถ้ารู้สึกว่ามันมากเกินกว่านั้น ทางมหาวิทยาลัยมักจะมีขั้นตอนให้เมนเทอร์ช่วยให้คุณผ่านเวลาที่อยากลำบากนั้นได้ Natalie อธิบายว่าที่ University of Ottawa มีขั้นตอนดังนี้ “ถ้านักศึกษารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ จนไม่สามารถเรียนได้ เราจะส่งต่อให้กับหน่วยโค้ชชิ่งและ หน่วยให้คำปรึกษา ซึ่งจะมีคนที่ผ่านการฝึกฝนโดยอาชีพให้รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ และเรามักจะพบว่ามันมีประโยชน์สำหรับพวกเขามาก

บริการที่หลากหลาย

ไม่ได้มีเพียงแค่เมนเทอร์

เมื่อคุณลงจากเครื่อง บางมหาวิทยาลัยจะมีการตั้งบูทเพื่อให้คุณได้รับคำแนะนำจากนักศึกษาอาสาสมัคร ได้รับแผนที่มหาวิทยาลัยไป และถ้าโชคดีอาจจะได้ตั๋วรถฟรีไปมหาวิทยาลัยด้วย

เมื่อคุณมาถึงแล้ว ก็จะมีบริการ community life ที่จะจัดกิจกรรมให้คุณได้เข้าร่วมตลอดปี

 

โดยปกติก็จะมี Career Centre ที่คุณจะสามารถจำลองการสัมภาษณ์งานได้ ได้รับความช่วยเหลือในการค้นหางาน หรือคำแนะนำเกี่ยวกับ CVs และการเขียนจดหมายแนะนำตัว และยังอาจจะมีสำนักงานอาสาสมัครที่คุณจะสามารถหางานอาสาสมัครไปช่วยชุมชนรอบๆได้ด้วย

มหาวิทยาลัยในแคนาดาส่วนใหญ่ก็จะมี ตำรวจ ทันตแพทย์ เภสัชกร และหมาที่จะช่วยคุณได้ตั้งแต่ปัญหาทางจิตใจ หรือการใช้สารเสพย์ติดต่างๆ

ที่ University of Ottawa ยังมี “buddy program” ที่เป็นวิธีแบบไม่เป็นทางการในการแนะนำนักเรียนต่างชาติกับนักเรียนท้องถิ่น Natalie อธิบายว่า โปรแกรมนี่จะแตกต่างกับทั่วไป และน่าสนใจ เราจับคู่นักศึกษาท้องถิ่นกับนักเรียนต่างชาติและมันไม่ได้เป็นทางการ แต่เป็นการคุยกัน เป็นมิตรและเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่นักศึกษาพบว่าช่วยได้มาก

ถ้าอยากอ่านเหตุผลว่าทำไมถึงควรเรียนในแคนาดาก็ลองอ่านหน้านี้เลย

นอกเวลาเรียนแล้วจะทำอะไรได้อีกบ้าง

คุณจะค้นหาที่ผจญภัยที่น่าทึ่งไปกว่าแคนาดาไม่ได้อีกแล้ว

อุทยานแห่งชาติ 46 แห่งที่มีทางเดินเทรคกิ้ง และทางเดินป่าที่มีชื่อเสียง แต่ไม่ใช่แค่การเดินป่าเท่านั้นที่มีชื่อเสียง เพราะยังมีกิจกรรมอย่างการพายเรือแคนูข้ามทะเลสาบสีน้ำเงินที่ตระการตา และโดดลงมาจากผาสูงกว่า 15000 ฟุต

 

มีหลายครั้งที่ International Student Service team จะจัดกิจกรรมให้คุณร่วมกับเพื่อนๆด้วย และที่ University of Ottawa คุณ Natalie กล่าวว่า “ออฟฟิซของเรามีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมสำหรับนักศึกษานานาชาติทุกสองสามอาทิตย์ตลอดปีการศึกษา การอยู่ในเมืองหลวงของแคนาดา ทำให้เราไปพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง และแหล่งประวัติศาสตร์ได้ เราเลยไปรัฐสภา Rideau Hall ที่อยู่ของผู้ว่าการจังหวัด เรายังมีพิพิธภัณฑ์ทางอารยะธรรม พิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์”

เรื่องอากาศและฤดูก็สำคัญด้วย เพราะแคนาดามีสภาพอากาศที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่นคลอง Rideau ใน Ottawa จะกลายเป็นน้ำแข็งทุกฤดูหนาวทำให้มีพื้นที่เพิ่มสำหรับกีฬาโปรดของชาวแคนาดา คือ ไอซ์ฮอกกี้ ที่แข่งกันภายในบริเวณมหาวิทยาลัย

การได้ไปดูการแข่งไอซ์ฮอกกี้ก็ถือว่าคุ้มค่านะ มันเป็นอะไรที่คนนิยมมาก

ไอซ์ฮอกกี้เป็นหนึ่งใน กิจกรรมห้าอย่างยอดนิยมที่เราแนะนำให้ทำในแคนาดา แล้วคุณล่ะมีอย่างอื่นที่จะบอกเราได้อีกไหม?

 

ไม่ใช่แค่อากาศที่ทำให้มีความแตกต่าง การไปเรียนที่แคนาดามีมากกว่าแค่การเรียน อย่างที่ Marc Andre-Gougeon   ที่จัดการเรื่องการรับสมัครนักเรียนนานาชาติจากจีนและอินเดียให้กับ University of Ottawa กล่าวว่า “แคนาดาเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย และเปิดกว้าง การได้รับการศึกษาและประสบการณ์ในระหว่างเรียน การทำงานในมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จะทำให้คุณมีประสบการณ์ที่จะมีประโยชน์ในตลาดโลก”

 

แล้วจะรออะไรอยู่? ค้นหามหาวิทยาลัยในฝันของคุณที่แคนาดาเลย!

 

 

 

 

 

 

 

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

แคนาดา
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

MUST READ

แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมืองน่าอยู่ของโลก

ทำความรู้จัก "แวนคูเวอร์" แวนคูเวอร์เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ในรัฐ British Columbia ทางตะวันตกของแคนาดา และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในแถบนี้ และมากเป็นอันดับ 8 ของแคนาดาอีกด้วย   ต้นกำเนิดของเมืองเริ่มตั้งแต่ตอนปลายของศตวรรษที่ 19 ซึ่งในตอนนั้นแวนคูเวอร์เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่เรียกว่า Granville หรือ Gastown ซึ่งเกิดจากโรงแรมเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นให้ช่างไม้ได้พักอาศัย จากโรงแรมเล็กๆ ริมน้ำ

28693

เมืองโทรอนโต้ ประเทศแคนาดา

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโทรอนโต้ เมืองโทรอนโต้ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบออนทาริโอ และเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดา รวมถึงเป็นเมืองหลวงของจังหวัดออนทาริโอด้วย แต่เดิมเมืองนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "ยอร์ค" เมื่อรับการแต่งตั้งจากชาวอังกฤษในช่วงปี 1800 ปัจจุบันเป็นที่พักพิงของประชากรกว่า 6 ล้านคน   การมีไชน่าทาวน์ในตัวเมืองถึง 3 แห่ง และยังมี Little Italy รวมถึง Greektown แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเมืองโทรอนโต้

13759

เที่ยวแคนาดา ชมเมืองมอนทรีออล

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับมอนทรีออล มอนทรีออล เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของรัฐควิเบค และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของแคนาดา นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่ผู้คนพูดภาษาฝรั่งเศสมากที่สุดในโลกอีกด้วย (นอกเหนือจากประเทศฝรั่งเศสเอง) ภาษาฝรั่งเศสแบบควิเบคเป็นภาษาทางการของเมืองแห่งนี้ ซึ่งอาจจะต่างจากภาษาฝรั่งเศสที่พูดในฝรั่งเศสบ้าง แต่ประชากรกว่าครึ่งของที่นี่สามารถพูดได้คล่องทั้งสองภาษา นั่นคือภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษนั่นเอง    

12802