ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

แนะนำมหาวิทยาลัยระดับโลกที่เด่นด้านกฎหมาย ใครอยากเรียนต่อต้องมา!

share image

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน นักกฎหมาย ทนาย ผู้พิพากษา ฯลฯ ก็เป็นอาชีพที่ติดเทรนด์ตลอดกาล เพราะเป็นอาชีพที่อัตราการได้งานสูงมากก หน้าที่การงานมั่นคง แถมรายได้ยังดีไปถึงดีมากไปอีก 

 

อย่างบ้านเรานี่ถ้าพูดถึงมหาวิทยาลัยที่เด่นด้านกฎหมายเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยก็ไม่พ้น ธรรมศาสตร์ จุฬา รามคำแหง ที่การเรียนการสอนเข้มข้นสุดๆ และยังผลิตบุคลากรในด้านนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วสำหรับต่างประเทศล่ะ จะมีที่ไหนบ้าง 

 

วันนี้เราเอาอันดับมหาวิทยาลัยที่เรียกว่ายืนหนึ่งด้านกฎหมายจาก QS World University Ranking 2010 มาให้ดูกันค่ะ 

 

20 อันดับมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้านกฎหมายที่สุดในโลก

 

1 Harvard University (United States)

2 University of Oxford (United Kingdom)

3 University of Cambridge (United Kingdom)

4 Yale University (United States)

5 Stanford University (United States)

6 London School of Economics and Political Science (LSE) (United Kingdom)

7 University of California, Berkeley (UCB) (United States)

8 Columbia University (United States)

9 New York University (NYU) (United States)

10 The University of Melbourne (Australia)

 

สำหรับมหาวิทยาลัยตัวพ่อตัวแม่ชื่อคุ้นหูเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะขอคะแนนสอบภาษาอังกฤษค่อนข้างสูงปรี๊ด (ราวๆ IELTS 7-8 ขึ้นไป หรือ TOEFL (computer-based exam): 105 ขึ้นไป

ส่วน paper-based exam ขอที่ 70 ขึ้นไป ประมาณนี้ค่ะ ถึงจะเข้ายากเข้าเย็น แต่พอเรียนจบออกมานี่บริษัทรุมจีบเลยนะคะ ได้ฟีลดาวเดือนมหาวิทยาลัยที่ทุกคนกรี๊ดกร๊าดแบบนั้นเลย

 

11 University of Chicago (United States)        

12 National University of Singapore (NUS) (Singapore) 

13 The University of Sydney (Australia)        

14 The University of New South Wales (UNSW Sydney) (Australia)    

15 King's College London (United Kingdom)        

16 UCL (United Kingdom)        

17 The Australian National University (Australia)        

18 Georgetown University (United States)    

19 The University of Hong Kong (Hong Kong)    

20 The University of Tokyo (Japan) / University of Toronto (Canada)

22 The University of Edinburgh (United Kingdom)        

23 Peking University (China - Mainland)    

24 Leiden University (Netherlands)        

25 Université Paris 1 Panthéon-Sorbonne (France)        

26 University of California, Los Angeles (UCLA) (United States)    

27 Tsinghua University (China - Mainland)        

28 McGill University (Canada)        

29 University of Michigan-Ann Arbor (United States)

30 Queen Mary University of London (United Kingdom)

 

ในกลุ่มของมหาวิทยาลัยลำดับที่ 11-30 ก็ยังขอคะแนนภาษาอังกฤษค่อนข้างสูงอยู่ค่ะ แต่บางมหาวิทยาลัยในกลุ่มนี้ก็ยินดีรับคะแนนที่ต่ำกว่าที่ขอเล็กน้อย แต่ต้องมีผลการเรียนดีเริ่ด มีประวัติการทำงานสวยหรู (ถ้าทำงานแล้ว) และยินดีจะมาเรียนเสริมภาษากับเค้าเพื่อปรับพื้นฐานด้วยค่ะ 

 

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของอันดับเหล่านี้คือ ส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยในท๊อป 30 จะไปกองรวมกันอยู่ที่อเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งสำหรับคนที่อยากเรียนด้านนี้แต่สนใจประเทศอื่น ขอให้ไถมือถือต่อไปเลยค่า

 

 

มหาวิทยาลัยที่สอนด้านกฎหมายได้ดีเยี่ยมในแถบเอเชีย

 

วกกลับมาดูมหาวิทยาลัยที่ไม่ไกลบ้านเรากันบ้าง เพราะหลายๆ มหาวิทยาลัยจากเอเชียนี่เค้าโดดเด่นด้านกฎหมายติดอันดับโลกกันเลยทีเดียวค่ะ ถ้าให้เจาะละเอียดๆ ก็ต้องบอกว่ามีมากกว่า 48 แห่งที่ติดอันดับในปีนี้ และ 8 มหาวิทยาลัยในนั้นติดท๊อป 50 ของโลกเลยด้วย 

 

มหาวิทยาลัยที่ได้อันดับสูงสุดจากทวีปของเราได้แก่ National University of Singapore (NUS) ที่คว้าอันดับที่ 13 ของโลกมาได้ ทางด้านญี่ปุ่นก็ติดโผกับเค้าด้วยจาก University of Tokyo ที่เข้ามาเป็นที่ 20 ของตาราง ต่อด้วยประเทศของเหล่าอปป้า ออนนี่อย่างเกาหลีใต้ ก็มี Seoul National University ได้อันดับที่ 38 และไต้หวันก็มี National Taiwan University ที่อยู่อันดับที่ 49 ด้วยค่ะ ที่ขาดไม่ได้ก็ฮ่องกงที่มี University of Hong Kong (HKU) อยู่ที่อันดับที่ 19 และจีนแผ่นดินใหญ่ก็มีทั้ง Peking University และ Tsinghua University อยู่ในอันดับที่ 23 และ 27 ตามลำดับค่ะ 

 

แล้วมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ล่ะ

 

นี่ก็ติดอันดับกับเค้าเยอะเหมือนกันค่ะ มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียกว่า 18 แห่งก็ติดอยู่ในโผนี้ ในขณะที่นิวซีแลนด์สอยไป 4 ตำแหน่งสวยๆ ค่ะ

 

มหาวิทยาลัยเบอร์หนึ่งในด้านนี้ของออสเตรเลียได้แก่ University of Melbourne ที่พุ่งไปติดอันดับท็อป 10 ตามด้วย University of Sydney ในลำดับที่ 13 University of New South Wales ตามมาติดๆ ที่อันดับ 14 ต่อด้วย Australian National University (อันดับ 17), Monash University (อันดับ 35) และ University of Queensland ในอันดับที่ 39 โอย รัวมากแม่เอ๊ย 

 

ด้านนิวซีแลนด์ประเทศเพื่อนบ้าน ส่ง University of Auckland เข้ามาในโผด้วยตำแหน่งที่ 50 ของโลก สวยงามอีกเช่นกันค่ะ

 

Credit: https://www.topuniversities.com/university-rankings-articles/university-subject-rankings/top-law-schools-2020

 

 

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K