ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

5 อาชีพการตลาดแห่งอนาคต เงินเดือนแรง ไม่กลัวตกงาน

share image

ปี 2020 โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ในยุคดิจิตทัลในอนาคตที่นักการตลาดควรจะต้องเรียนรู้ หลายคนจึงให้นิยามยุคสมัยนี้ว่าเป็น “ดิจิทัล พลัส”  ด้วยเหตุนี้จึงก่อให้เกิดสาขาอาชีพต่าง ๆ เข้ามามากมาย รวมทั้งสายการตลาด (Marketing) เช่นเดียวกันก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันต่อกระแสโลก และได้ก่อเกิดอาชีพทางการตลาดใหม่ ๆ เข้ามาอันเป็นผลจากการพัฒนาเทคโนโลยี เรามาดูกันว่า อาชีพสายงานการตลาดใดบ้างที่เป็นที่น่าจับตามองกัน[

 

1. Chief Marketing Technologist

    เป็นตำแหน่งที่เป็นลูกผสมของเทคโนโลยี และการตลาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในบริษัทเดี๋ยวนี้ เพราะตำแหน่งงานเปิดเป็นว่าเล่น! เพราะการจะเจาะตลาดในยุคดิจิทัลได้ต้องมีความรู้ด้าน IT ประกอบด้วย คนที่จะมาทำตำแหน่งนี้ต้องมีความรู้ทั้งสองศาสตร์ สามารถให้คำแนะนำและชี้แนวทางการพัฒนาสินค้าร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุเป้าทางการตลาดให้ได้

 

    เงินเดือนคร่าวๆ ของตำแหน่งนี้จะอยู่ที่ 54,237-72,000 USD/ปี

 

2. Customer Wellbeing Specialist

 

    เทรนด์สุขภาพมาแน่ๆ และการบริการลูกค้าก็ต้องใส่ใจกันถึงระดับนี้แล้ว! เพราะบริษัทต้องทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภครู้สึกเป็นที่รัก และใส่ใจเสมอ ตำแหน่งนี้จึงเกิดมาเพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของลูกค้านั่นเอง

    โดยหน้าที่หลักๆ ก็คือต้องหาวิธีการสื่อสารให้ผู้บริโภครู้สึก relax ตลอดการใช้งานสินค้าและบริการ หรือถ้าลูกค้ามีความรู้สึกไม่สบายใจมาก็ต้องให้ความช่วยเหลือได้ ยกตัวอย่างเช่น Commonwealth Bank ในซิดนีย์มีตำแหน่งนี้เพื่อลูกค้าที่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ

    โดยคนที่จะทำตำแหน่งนี้ควรจะมีความสนใจด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย สุขภาพจิตและการดูแลตัวเองก่อน เพราะต้องทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อนำ content ตรงนั้นมาเสนอให้ลูกค้านั่นเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องทำงานกับ marketing และ product development เพื่อสื่อสารให้ตรงจุดว่าลูกค้าต้องการอะไรจากแบรนด์ ตำแหน่งนี้การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลย

 

    เงินเดือนจะอยู่ที่ $46,000 - $66,000/ปี    

 

 

3. Head of Bot Creative

    เดี๋ยวนี้ (และในอนาคต) ใครๆ ก็จะใช้ บอต (Bot) ในการทำงานแทนพนักงานกันแล้ว! เราเริ่มเห็นระบบรับโทรศัพท์อัตโนมัติใน call center ต่างๆ หรือแม้กระทั่งในแชทเฟซบุ๊กหรือไลน์ เพราะบอตประหยัดเวลาและลดเวลาการทำงานในการตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ได้มากโข การมีบอตจึงช่วยแบ่งเบาภาระของทีมได้มาก แต่การจะมีบอตที่ครอบคลุมและตอบสนองได้ตรงความต้องการของลูกค้า มันก็ต้องมีคนมากำกับดูแล นี่คือหน้าที่ของตำแหน่งนี้

    Head of Bot Creative ต้องรู้ customer journey ว่าลูกค้าต้องการอะไรก่อนหลัง โดยต้องเป็นการสื่อสารที่มีคุณภาพ ไม่ละทิ้ง emotion ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสาร คือต้องทำให้เหมือนการสื่อสารกับมนุษย์มากที่สุด ดังนั้นตำแหน่งนี้ต้องทำงานร่วมกับหลายๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นนักวางแผนการตลาดและโปรแกรมเมอร์ในการสร้างบอตที่ดีที่สุดในลูกค้านั่นเอง

    ตำแหน่งนี้เงินเดือนจะอยู่ที่ 88,399 - 155,000 USD/ปี

 

4. Machine Personality Designer

    อนาคตคือการ Personalised หรือความเฉพาะเจาะลงของแต่ละคนไป ไม่มีอีกแล้วการผลิตสินค้าและบริการครั้งเดียวเพื่อตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม แต่จะเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองเป็นคนๆ ไปเลย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เจาะลงที่สุดในลูกค้า ตำแหน่งนี้จึงต้องมีความรู้หลายด้านมากทั้งมาร์เก็ตติ้งและเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม สังคมและแบรนด์ลูกค้าด้ว เพราะต้องติดต่อกับหลายภาคส่วนการสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

    ตำแหน่งนี้ต้องรู้ว่าลูกค้าอยากได้อะไร ต้องเสนอสิ่งที่เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากได้ นอกจากนี้ต้องทำ Prototype เพื่อหา preference ของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไปอีกโดยต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวเองไป และต้องพัฒนา Machine ที่มีความแม่นยำ ชัดเจนและสามารถทำงานระหว่างคนในทีมได้

 

    เงินเดือนจะอยู่ที่ $64,713-$90,500 ต่อปี

 

5. Master Storyteller

    Content is always King. ไม่ว่าในยุคไหนๆ การจะสื่อสารให้ถึงผู้บริโภคหรือลูกค้า ต้องมีวิธีการสื่อสารที่ดี และนี่คือหน้าที่ของ Master Storyteller ในอนาคตแค่มีเรื่อง (Story) อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ต่อให้เรื่องดีแค่ไหนแต่การสื่อสารพังก็ไม่เกิดแน่นอน Master Storyteller ต้องมีความเข้าใจใน ‘Media’ หรือสื่อที่จะส่งสารออกไป โดยมีความท้าทายคือ ต้องคงเส้นเรื่องคงที่ และเป็นไปในทางเดียวกันในทุกแพลตฟอร์ม

    นอกจากนี้ยังต้องทำงานกับทีม AI เพื่อผลิตคอนเทนต์ที่สามารถสร้างเองโดยอัตโนมัติได้ด้วยในอนาคต (จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำซ้ำๆ) โดยต้องไม่ละทิ้งการสื่อสารแบบมนุษย์ไปด้วย

    ตำแหน่งนี้เงินเดือนอยู่ที่ 83515 - 85001 USD/ปี

    จะเห็นได้ว่าสายอาชีพเหล่านี้เป็นสายอาชีพยุคใหม่แม้จะดูเหมือนเป็นอาชีพที่เฉพาะเจาะจง แต่ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้มิได้ใช้เพียงทักษะด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น เพราะจำเป็นทักษะต่าง ๆ ควบคู่กันไปขึ้นอยู่กับความจำเป็นในแต่ละอาชีพ เพื่อคอยสนับสนุนสายงานด้านอื่น ๆ และเพื่อส่งเสริมให้งานสายการตลาดในยุค “ดิจิทัล พลัส” ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

5 เรื่องจริงที่ควรรู้ ก่อนเลือกเรียน Marketing

เจาะชีวิต Marketing สาวไทยที่ได้ทำงานในอังกฤษหลังเรียนต่อ

 

Cr. http://www.marketersbyadlatina.com/uploads/pdf/-2237-21-Marketing-Jobs-of-the-future.pdf

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

424K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

348.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.3K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.2K