ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

7 มหาลัยมาแรง ติดโผ US News Ranking 2021!

share image

    ทุกๆ ไป US News Ranking จะจัดอันดับมหาลัยที่ดีที่สุดในประเทศเค้า ปีนี้ก็ไม่พลาดจ้า เพราะเว็บไซต์ได้ประกาศรายชื่อมหาลัยในแห่งสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปีมาให้ชมกันแล้ว

 

    ใครอยากอ่านโผแบบเต็มๆ เข้าไปอ่านได้ที่ https://www.usnews.com/best-colleges/rankings/national-universities โดยมหาลัยที่เราคัดเลือกมาให้วันนี้นั้นต่างมีทั้งมหาลัยที่เรารู้จักกันอยู่แล้วและมหาลัยที่น่าจับตามอง เพราะติดอันดับแถมยังราคาไม่แรงมาก กระเป๋าตังยังพอทนไหว (ไม่แหกนั่นเอง) ไปดูเลยว่าจะมีมหาลัยอะไรบ้าง

 

Massachusetts Institute of Technology

 

    ขาประจำอย่าง Massachusetts Institute of Technology จะพลาดได้ยังไง โดนติดอันดับที่ #4 ในโพลนี้ แต่อย่างที่รู้ๆ กันหลายๆ ว่า MIT ฟาดอันดับหนึ่งไปหลายโพล

 

     MIT ก่อตั้งขึ้นในปี 1861 ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ คณะที่ดังๆ ก็เช่น วิศวกรรมศาสตร์,  Sloan School of Management (MBA) นอกจากนี้คณะเศรษฐศาสตร์, จิตวิทยา, วิทยาศาสตร์ (ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ เลข พี่แกฟาดเรียบ) และเทคโนโลยี แถมในแต่ละปีมีทุนวิจัยเยอะมากกก กว่า $700 ล้านดอลล่าห์ต่อปี โดยเป็นทุนจากรัฐบาลด้วย ใครเป็นสายวิจัยคือทำกันตาแตก

 

    นอกจากนี้ยังติดอันดับ #18 ในการสอนดีเยี่ยมในระดับปริญญาตรีด้วย อันดับ #2 ในฐานะโรงเรียนที่ innovative อันดับ #1 ด้านการวิจัยป.ตรีและโปรเจ็คสร้างสรรค์ อันดับ #4 ในการมี internship และ rank อื่นๆ ที่ติดท็อปทั้งในสาขา Entrepreneurship, analytics, aerospace ฯลฯ

 

    ส่วน employment rate หรืออัตราการรับเข้าทำงานคือสูงมาก ในปี 2017 89% ของนักเรียนปริญญาตรี และ   82% ของนักเรียนปริญญาโทได้รับงานภายในสามเดือนหลังเรียนจบ!

 

    ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ บัซ อัลดริน นักบินอวกาศในโครงการอพอลโล 11 อดีตเลขาธิการสหประชาชาติโคฟี อันนัน และเบน เบอร์นันเกร์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ

 

Stanford University

 

    MIT มาแล้ว Stanford University ไม่มาก็จะแปลกๆ! ก่อตั้งขึ้นในปี 1885

 

    มหาลัยเทพด้าน Tech มีสาขาที่ดังก็คือ Computer Science, ชีววิทยา (Biology), แพทย์ (Medicine) และวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) (เอาจริงๆ ก็เกือบทุกเมเจอร์) ด้วยความที่มีทรัพยากรครบครัน เน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงๆ ที่สำคัญคือมหาลัยตั้งอยู่ใจกลาง Silicon Valley พื้นที่ยุทธศาสตร์ของบริษัท Tech ดังๆ ระดับโลก

    นอกจากนี้ยังติดอันดับ #7 ในฐานะมหาลัยที่เข้าเรียนแล้วคุ้มค่า และอันดับ #6 ในฐานะมหาลัยที่  innovative จ้า หากเรียนจบจากที่นี่ เปอร์เซนต์การรับเข้าเรียนจึงอยู่ที่ 4.3% จ้ะ

 

    ส่วนศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของสแตนฟอร์ด ได้แก่ อดีตประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ของสหรัฐฯ จอห์น เอลเวย์กองหลัง Hall of Fame NFL นักแสดงหญิงซิกอร์นีย์ วีเวอร์และไทเกอร์ วูดส์ นักกอล์ฟชื่อดังเชื้อสายไทย-เยอรมัน

 

University of Chicago 

 

    มาดูที่ฝั่ง Midwest กันบ้าง University of Chicago เริ่มเปิดทำการสอนในปี 1892 สถานที่ตั้งอยู่ที่เมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ ติดอันดับ #6 ในการจัดอันดับ US News Ranking ครั้งนี้

 

    สำหรับระดับปริญญาตรีเปิดสอนในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตและวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ

 

    ส่วนระดับปริญญาโทเปิดสอนในสาขาเทววิทยา บริหารธุรกิจ ฯลฯ โดยคณะต่าง ๆ ที่เปิดสอน ได้แก่ บริหารธุรกิจระดับบัณฑิตศึกษา นโยบายสาธารณศึกษา นิติศาสตร์ แพทยศาสตร์ และการบริหารสวัสดิการสังคม

 

    University of Chicago มีชื่อเสียงในด้านสถานที่ตั้งรวมทั้งมีโปรแกรมการศึกษาและการเสริมสร้างที่เข้มงวด อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เคยสอนที่โรงเรียนกฎหมายมหาวิทยาลัยชิคาโกเป็นเวลา 12 ปี

 

California Institute of Technology

 

      Caltech ตั้งอยู่ในเมือง Pasadena รัฐแคลิฟอร์เนีย ติดอันดับ #9 ในการจัดอันดับครั้งนี้ สาขาที่โดดเด่นก็คือ ชีววิทยา (Biological science), เคมี (Chemistry), วัสดุศาสตร์ (Material Sciences), การแพทย์ (Life Science & Medicine) และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences)

 

     ใครที่มีแพสชั่นอยากเรียนต่อปริญญาด้านวิทย์ๆ และเห็นภาพตัวเองนั่งทำงานในแลป หรือเป็นอาจารย์ด้านนี้แล้วล่ะก็ Caltech ถือเป็นตัวเลือกที่ควรเก็บไว้ตัดสินใจด้วย

 

    ถ้าหากใครเรียนจบที่นี่ มีโอกาสได้รับเงินเดือนแรกเข้าเฉลี่ยประมาณ $105,500! ส่วน Career Development Center ของมหาลัยก็มีเครื่องมือในการหางานและจัด Job Fair ถึงปีละ 2 ครั้ง โดยมีบริษัทกว่า 150 บริษัทจากหลายสาขามาให้เราดูลาดเลากัน

 

Northeastern University

 

    Northeastern University เป็นสถาบันเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 มหาลัยเอกชนใจกลางเมืองบอสตัน

 

    เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกทั้งด้านคณาจารย์และการวิจัย ทำให้เกิดการศึกษาที่เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาจากทั่วสหรัฐอเมริกา และมีนักศึกษาจากทั่วโลกมากกว่า 14,000 คนรวมไปถึงศิษย์เก่าจาก 140 ประเทศ

 

     จากรายงาน U.S. World & News Report ปีค.ศ. 2020 จัดอันดับให้มหาวิทยาลัย Northeastern อยู่ในอันดับที่ 40 ของมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมในสหรัฐอเมริกา และอันดับหนึ่งในด้านการฝึกงานและสหกิจศึกษา นอกจากนี้จากการจัดอันดับ Princeton Review ปี 2020 จัดอันดับมหาวิทยาลัย Northeastern อยู่ในอันดับที่ 4 ด้านการแนะแนวอาชีพด้วยนะ ใครจะไปเรียนที่นี่ไม่ต้องกลัวตกงานเลย!

 

University of Delaware

 

    University of Delaware (UD) เป็นสถาบันของรัฐที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1743 ที่รัฐเดลาแวร์ ในครั้งนี้ติดอันดับ #97 ในการจัดอันดับ แถมใครที่อยากเรียนอเมริกาแต่งบจำกัด UD ก็น่าสนใจเพราะค่าเทอมจะถูกกว่าที่อื่นๆ ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมในรัฐอยู่ที่ $14,412 ส่วนค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมนอกรัฐอยู่ที่ $ 35,842 แถมยังมีเปอร์เซ็นต์การตอบรับเข้าเรียนสูงถึง 65% เลยนะ

 

    โดยที่นี่เปิดสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษามากกว่า 150 หลักสูตร นอกจากที่ตั้งหลักในนวร์ก (Newark) แล้ว มหาวิทยาลัยยังมีวิทยาเขตทั่วรัฐเดลาแวร์ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยในทะเล .

 

    ศิษย์เก่าของ University of Delaware ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ รองประธานาธิบดีโจไบเดนของสหรัฐอเมริกา Robert Gore ผู้ประดิษฐ์ Gore-Tex และ Chuck Lewis ผู้ก่อตั้ง Center for Public Integrity

 

Saint Louis University

 

    Saint Louis University เป็นสถาบันเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1818 ตั้งอยู่ในรัฐมิสซูรี่ เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ได้รับการรองรับจาก Princeton Review ให้เป็น #1 Most Engaged in Commerce Service ส่วนในครั้งนี้ติดอันดับ #103 ในการจัดอันดับของUS News Ranking

 

    มีสาขาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีมากกว่า 90 สาขา และปริญญาโทมากกว่า 100 สาขา ซึ่งหลักสูตรได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 50 ของสหรัฐอเมริกาจาก U.S News and World Report

    ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมอยู่ที่ $47,124

มหาวิทยาลัยดีๆ ในอเมริกาที่เปิดสอนออนไลน์

10 มหาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายที่สุดในอเมริกา

ถูกกว่าใคร ไปอเมริกา! รวมมหาลัยค่าเทอมไม่แพงใน US

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

391.1K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.3K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

66.1K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

60.4K